จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1784 นายคู่ควรเหรอ
บทที่ 1784 นายคู่ควรเหรอ
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย จื่อหวนก็นั่งลงตรงข้ามของหลินหยุน พร้อมกับรินเหล้าให้หลินหยุนหนึ่งแก้ว และพูดว่า “คุณชาย ฉันขอดื่มคารวะคุณหนึ่งจอก! ”
หลินหยุนยิ้มเล็กน้อย และก็ได้ยกแก้วเหล้าขึ้น ดื่มจนหมด พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่อ่อนโยน ก็ได้เข้าสู่ภายในร่างกายแล้ว
หลินหยุนวางแก้วลง แล้วมองไปที่จื่อหวน และพูดขึ้นว่า “จื่อหวนฉันมีคำถามบางอย่างที่ต้องการจะสอบถามสักหน่อย ไม่ทราบว่าเจ้าหอ……”
จื่อหวนพูดว่า “คุณชายมีคำถามอะไร ก็สอบถามมาได้เลย! ”
หลินหยุนพูดว่า “ไม่รู้ว่าเจ้าหอรู้จักคนของสมาพันธ์โจรดวงดาวหรือไม่? ”
จื่อหวนได้ยินดังนั้นก็ตกใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็พูดว่า “ทำไมคุณชายถึงได้ถามถึงสมาพันธ์โจรดวงดาวล่ะ? นั่นคือกลุ่มคนที่ทุกคนต่างก็จงเกลียดจงชังกันทั้งนั้น! พวกเราหอปราบทะเลไม่ไปมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคนพวกนั้นอย่างแน่นอน! ”
ได้ยินที่เธอพูดแล้ว หลินหยุนก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า “เจ้าหอไม่ต้องตื่นตระหนกอะไรไปหรอก สมาพันธ์โจรดวงดาวนั้น ยังไม่ถึงขั้นที่น่าหวาดกลัวอะไรขนาดนั้น”
“ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อฉันได้ถามขึ้นแล้ว ก็ต้องรู้อะไรที่เกี่ยวข้องอยู่บ้างเล็กน้อย อันที่จริงฉันก็ไม่ได้มีความหมายอื่นอะไร ก็แค่ต้องการให้เจ้าหอช่วยแนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยก็เท่านั้นเอง! ”
ได้ยินที่หลินหยุนพูด จื่อหวนก็พลันพูดเตือนขึ้นว่า “คุณชาย สมาพันธ์โจรดวงดาวนั้น มีชื่อเสียงที่ย่ำแย่อย่างมาก คุณชายเป็นถึงองค์ชายแห่งโลกชางฉอง ทำไมจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้พวกเขาเหล่านั้นด้วยล่ะ! ”
“ยังไงฉันก็คิดว่า คุณชายอย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเลยจะเป็นการดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากต่อชื่อเสียงของโลกชางฉองด้วย! ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “เจ้าหอคิดผิดไปแล้ว ฉันต้องการตามหาพวกเขา เพราะมีเป้าหมายสำคัญอย่างอื่น ไม่ใช่ว่าจะเข้าร่วมกับพวกเขาสักหน่อย! ”
ได้ยินที่หลินหยุนพูด จื่อหวนก็พลันพูดเตือนขึ้นว่า “คุณชาย สมาพันธ์โจรดวงดาวนั้น มีชื่อเสียงที่ย่ำแย่อย่างมาก คุณชายเป็นถึงองค์ชายแห่งโลกชางฉอง ทำไมจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้พวกเขาเหล่านั้นด้วยล่ะ! ”
“แน่นอนว่า ถ้าหากเจ้าหอไม่รู้จักพวกเขาจริง ๆ ก็ไม่เป็นไร! ”
จื่อหวนได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้า โดยที่ไม่ได้ถามอะไรต่ออีก หลังจากที่หยุดชะงักไปชั่วครู่แล้ว ก็มองไปที่หลินหยุน และพูดขึ้นว่า “พูดอย่างไม่ปิดบังกับคุณชายแล้วกันว่า ก็มีอยู่บางคนจริง ๆ ที่ถือว่าเป็นแขกประจำของหอปราบทะเลของพวกเรา โดยพวกเขานั้นมีสถานะของตนที่เปิดเผย แต่ลับหลังนั้น ต่างก็มีตำแหน่งของตนเองในสมาพันธ์โจรดวงดาวด้วยเช่นกัน! ”
“เพียงแต่ว่าสถานะของพวกคนเหล่านี้ จะบอกว่าระดับสูงก็ไม่ถือว่าสูงนัก ซึ่งต่างก็เป็นหัวหน้าเขต ไม่รู้ว่าสถานะระดับนี้ จะอยู่ในสายตาของคุณชายได้บ้างหรือไม่? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “แน่นอน! ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องแนะนำก็ได้ เพียงแค่ตอนที่อีกฝ่ายหนึ่งนั้นมาถึงแล้ว เจ้าหอก็แจ้งให้ฉันทราบก็พอ! เมื่อเสร็จเรื่องแล้ว ฉันจะไม่เพิกเฉยต่อเจ้าหอแน่นอน! ”
จื่อหวนยิ้ม และพูดว่า “แบบนี้ก็ถือว่าง่ายมากเลย! ส่วนเรื่องอื่นนั้นฉันไม่กล้าที่จะรับได้ เพียงแค่ตอนที่คุณชายมีเวลาว่าง ก็แวะมาเยี่ยมเยียนฉันที่หอปราบทะเลก็พอแล้ว! ”
หลินหยุนตกปากรับคำทันที พร้อมกับพูดว่า “แน่นอนอยู่แล้ว! แต่ว่า เรื่องนี้นอกจากเจ้าหอแล้วฉันไม่ต้องการให้ผู้อื่นรับรู้อีก! ”
จื่อหวนพยักหน้า และพูดว่า “คุณชายวางใจเถอะ! ”
หยุดชะงักไปชั่วครู่ จื่อหวนก็พูดขึ้นว่า “เหมือนว่าจะมีหัวหน้าเขตของหน่วยดินคนหนึ่ง ที่ทุกสองสามเดือนจะมายังหอปราบทะเลของพวกเราครั้งหนึ่ง เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ก็คงจะใกล้มาแล้วซึ่งน่าจะภายในสิบวันนี้! ”
“ถ้าหากช่วงนี้คุณชายไม่มีธุระอะไร ก็สามารถที่จะพักอาศัยอยู่ที่หอปราบทะเลของเราก่อน เมื่อถึงเวลาตอนที่คนผู้นั้นมาถึงแล้วฉันจะแนะนำให้กับคุณชายรู้จัก! ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดว่า “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน! แต่ว่า คงจะไม่พักอยู่ที่หอปราบทะเลหรอก ค่าใช้จ่ายที่นี่ของพวกคุณนั้น ไม่ใช่น้อย ๆ เลย ฉันจ่ายค่าที่พักไม่ไหวหรอก ช่วงกี่วันนี้ฉันจะพักอยู่ที่สุดหล้าทะเล นี่คือยันต์สื่อสารของฉัน ถ้าหากคนนั้นมาถึงแล้ว เจ้าหอก็แจ้งฉันมาได้เลย! ”
จื่อหวนยื่นมืออกมารับยันต์สื่อสาร และพูดว่า “ตกลง เมื่อคนนั้นมาแล้ว ฉันก็จะรีบแจ้งคุณชายในทันที! ”
หลินหยุนพูดว่า “อย่างนั้นต้องขอบคุณเจ้าหออย่างมากด้วย! ตกลงตามนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องขอตัวลาไปก่อนแล้ว! ”
จื่อหวนเองก็คิดไม่ถึงว่า หลินหยุนจะตรงไปตรงมาแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก โดยลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ตกลงตามนี้ งั้นฉันจะไปส่งคุณชาย! ”
หลินหยุนพยักหน้า และเดินออกมาจากเขตแสงม่วงพร้อมกันกับจื่อหวน
ขณะที่กำลังเดินออกมา ยังไม่ไกลมากเท่าไร ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งรีบเข้ามาทักทายต้อนรับทันที
อีกฝ่ายหนึ่งได้กวาดสายตาจ้องมองไปที่หลินหยุน จากนั้นก็ยกมือแสดงความเคารพต่อจื่อหวน และพูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “จื่อหวนไม่ทราบว่าสหายผู้นี้คือใครกันเหรอ? คิดไม่ถึงว่าจะต้องให้จื่อหวนลำบากมาเป็นคนต้อนรับด้วยตนเองเลย? ”
จื่อหวนหัวเราะ และพูดว่า “ที่แท้ก็คือคุณชายวูหยางนั่นเอง! ”
ขณะที่พูด จื่อหวนก็หันหน้ามองไปทางหลินหยุนและพูดว่า “คุณชายหลิน นี่คือคุณชายวูหยางแห่งเขตไฟใต้ โดยคุณพ่อของคุณชายวูหยางเป็นถึงหนึ่งในสิบของอริยปราชญ์ฟ้าครองไฟในเขตไฟเลยทีเดียว! ”
หลินหยุนพยักหน้าโดยไม่ใส่ใจ และพูดขึ้นว่า “ที่แท้ก็คืออัจฉริยะของเขตไฟนั่นเอง”
ขณะที่พูดก็ยกมือแสดงความเคารพไปยังฝ่ายตรงข้าม แล้วก็หันมองไปที่จื่อหวน และพูดว่า “เจ้าหอ ในเมื่อมีธุระก็ไม่จำเป็นต้องไปส่งแล้ว ฉันขอตัวก่อนแล้วกัน! ”
คุณชายวูหยางเห็นเหตุการณ์ดังนั้น ก็พลันขมวดคิ้วขึ้น และพูดกับหลินหยุนว่า “สหายผู้นี้ อย่าเพิ่งรีบไปก่อนสิ? ในเมื่อพบเจอกันแล้ว ก็มานั่งคุยกันก่อนดีไหม? ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น ก็ส่ายศีรษะและพูดว่า “จะให้นั่งคุยกันก่อนเหรอคงไม่ต้องหรอก! ขอบคุณความกรุณาของคุณชายวูหยางอย่างมาก! ”
เมื่อพูดจบหลินหยุนก็เดินจากไป
แต่คิดไม่ถึงว่าคุณชายวูหยางจะมีสีหน้าท่าทางเย็นชา ส่งเสียงฮึและพูดขึ้นว่า “หรือว่าสหายคนนี้จะไม่ให้เกียรติไม่เห็นแก่หน้าของฉันเลยใช่หรือไม่? ”
ที่จริงแล้วหลินหยุนก็มองออกอะไรบางอย่าง แต่ว่า เมื่อครู่ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ยังไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนอะไร และก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาด้วย เขาจึงทำเป็นไม่สนใจ
แต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนสีหน้าแล้ว เรื่องราวก็เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดเช่นกัน
หลินหยุนจึงหยุดฝีเท้าลง หันหลังกลับมา และก็ใช้สายตาจ้องมองไปที่คุณชายวูหยางอย่างมีความหมาย จากนั้นก็หัวเราะเยาะและพูดขึ้นว่า “คุณชายวูหยางใช่ไหม? นายเป็นใครใหญ่มาจากไหน? ถึงต้องให้ฉันให้เกียรติเห็นแก่หน้าของนายด้วย? นายคู่ควรเหรอ? ”
คุณชายวูหยางคิดไม่ถึงว่า หลินหยุนจะกล้าพูดกับเขาแบบนี้
ก่อนหน้านี้ตัวเขาคิดว่า หลินหยุนคนนี้น่าจะมีเบื้องหลังอะไรอยู่บ้าง อีกทั้งคงจะเป็นครั้งแรกที่มายังหอปราบทะเล
ดังนั้น จื่อหวนจึงต้องต้อนรับติดตามด้วยตนเอง ซึ่งก็พอที่จะเข้าใจได้
แต่หลังจากที่ทั้งสองคนเข้าไปในเขตแสงม่วงแล้ว คิดไม่ถึงว่าผ่านไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่ออกกันมา เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พึงพอใจเป็นอย่างมาก!
บวกกับที่ถูกหลิ่วไป๋พูดเสียดสีต่อหน้า และแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสม
เขาจึงยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก!
เรื่องที่เขาชื่นชอบจื่อหวนนั้น แทบจะเป็นที่รับรู้ของทุกคนในจักรวาล
ดังนั้น ไม่ว่าใครที่จะทำการติดต่อกับจื่อหวนต่างก็จะอยู่ในระดับที่เหมาะสม
แต่ไอ้หนุ่มที่ไม่รู้ว่าผุดออกมาจากที่ไหนคนนี้ กลับกล้าที่จะอยู่กันตามลำพังสองคนกับจื่อหวนในเขตแสงม่วงเป็นเวลานานขนาดนี้ ซึ่งถือว่าไม่ให้เกียรติไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย!
บวกกับยังได้ฟังคำพูดของหลินหยุนอีก ความโกรธแค้นในจิตใจของวูหยางนั้นก็พลันพลุ่งพล่านขึ้นในทันที
คุณชายวูหยางมองไปที่หลินหยุน พร้อมกับยิ้มเยาะ และพูดว่า “ดีเลย! ดูเหมือนว่าจะมีเบื้องหลังอยู่บ้าง! ถึงได้กล้าโต้เถียงกับฉัน! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้ฉันดูหน่อยว่า นายมีความสามารถมากแค่ไหนกัน! ”
คุณชายวูหยางมองไปที่หลินหยุนอย่างเย็นชา และพูดเสียงแข็งขึ้นว่า “ไอ้หนุ่ม กล้าที่จะติดตามฉันไปที่สนามประลองเทียนฉองไหมล่ะ? ”
สนามประลองเทียนฉอง
สุดหล้าทะเล สถานที่เพียงแห่งเดียวที่จะสามารถลงมือต่อสู้กันได้!
เมื่อเข้าสู่สนามประลองเทียนฉองแล้ว ก็ไม่สนว่าจะเป็นหรือตาย!
จื่อหวนที่อยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์ดังนั้น จึงรีบพูดขึ้นว่า “คุณชายทั้งสอง พวกคุณต่างก็เป็นแขกพิเศษของหอปราบทะเลของเรา มีเรื่องอะไรที่ไม่พึงพอใจทำไมถึงไม่พูดคุยกันอย่างสันติล่ะ ทำไมจะต้องลงมือปะทะกันด้วย? ”