จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1785 ลงมือจัดการนายยังไงล่ะ
บทที่ 1785 ลงมือจัดการนายยังไงล่ะ
จื่อหวนไม่เข้าใจในตัวของหลินหยุนสักเท่าไร
ดังนั้นเวลานี้ แม้ว่าในใจจะเข้าใจถึงสถานการณ์เบื้องหน้านี้อย่างชัดเจน แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรมั่วซั่วออกไป ทำได้เพียงพูดเกลี้ยกล่อมเท่านั้น
แต่ว่า คำพูดเกลี้ยกล่อมของเธอนี้เมื่อได้ยินไปถึงหูของคุณชายวูหยางแล้ว กลับยิ่งทำให้คุณชายวูหยางนั้นเกิดความเข้าใจผิดมากขึ้นไปอีก
เข้าใจผิดอะไร?
จื่อหวนเข้าใจในตัวของคุณชายวูหยาง ซึ่งก็เข้าใจอย่างมากด้วย
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนนี้ที่พูดเกลี้ยกล่อมออกไปนั้นหมายความว่าอย่างไร? เหมือนจะเป็นการบอกว่าเบื้องหลังของไอ้หนุ่มคนนี้นั้นไม่อาจเทียบเคียงตนเองได้อย่างนั้นเหรอ?
ดังนั้นเขาจึงยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก
ไอ้หนุ่มที่ไม่มีชื่อเสียงและไม่เป็นที่รู้จักคนนี้ รูปลักษณ์หน้าตาก็ไม่ได้ดีไปกว่าตนเอง เบื้องหลังก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าตนเอง พลังบำเพ็ญก็ยังจะอ่อนด้อยกว่าตนเองอีกด้วย แต่คิดไม่ถึงว่า จื่อหวนยังคิดที่จะปกป้องเขาอีก?
มีอย่างที่ไหนกันล่ะ!
คิดถึงตรงนี้แล้ว เขาจะไม่โมโหได้อย่างไรล่ะ?
หลินหยุนหัวเราะเหยียดหยาม และพูดว่า “ในเมื่อนายเก่งกาจมากขนาดนี้ ยังจะต้องเคารพในกฎระเบียบของสุดหล้าทะเลที่ไร้สาระนี้อยู่อีกเหรอ? ควรที่จะลงมือตรงนี้เลยไม่ใช่เหรอ? ถ้าหากไม่ลงมือ ฉันก็ยิ่งจะดูถูกนายมากขึ้นไปอีก! ”
วูหยางได้ยินดังนั้น ก็อดแสยะยิ้มไม่ได้ “ช่างเป็นกบในกะลาเสียจริง! กฎระเบียบของสุดหล้าทะเล ได้กำหนดตั้งขึ้นมาจากความร่วมมือของมหากษัตริย์หลายองค์ แต่ในสายตาของนายแล้วกลับกลายเป็นกฎระเบียบที่ไร้สาระ? ช่างโอ้อวดไร้ยางอายเสียจริง! ”
“ในเมื่อนายไม่สนใจขนาดนี้ อย่างนั้นนายก็ลองลงมือให้ฉันดูสักหน่อยสิ? ฉันเองก็อยากที่จะรู้เหมือนกันว่า นายจะกล้าหรือไม่! ”
หลินหยุนเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้า จากนั้น ก็พูดพึมพำขึ้นว่า “ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้……”
ได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้ วูหยางก็พลันหัวเราะยกใหญ่ จากนั้นก็พูดเหยียดหยามเสียงดังว่า “ดีเลย! คิดไม่ถึงว่านายจะพูดว่ากล้าลงมือในสุดทะเลแห่งนี้ด้วย? อย่างนั้นตอนนี้ก็ลงมือเลยสิ! ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินใครกล้าพูดแบบนี้ด้วย! ”
“ลงมือเลย! ”
“ทำให้ฉัน และทุกคนดูกันว่า นายจะมีความกล้าหาญจริง ๆ หรือไม่! ”
“นายอย่าพูดแล้วกลับคำเด็ดขาดล่ะ! ”
น้ำเสียงของคุณชายวูหยางดึงดูดให้คนรอบข้างเข้ามาโอบล้อมดูกันจำนวนไม่น้อย และมีหลายคนก็หยุดฝีเท้าลง อดใจไม่ไหวจึงหันมองกันมาทางนี้
รวมไปถึงพวกหลิ่วไป๋ก็เช่นเดียวกัน
ที่จริงแล้วพวกเขาก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ซึ่งต่างก็ได้ยินคำพูดของหลินหยุน
เวลานี้ จื่อหวนกลับมีสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป และรีบพูดขึ้นว่า “คุณชาย อย่าได้บุ่มบ่ามไป ที่เขาพูดนั้นไม่ผิด สุดหล้าทะเลแห่งนี้ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถลงมือได้อย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะมีทัณฑ์ฟ้าผ่าลงมา! นี่เป็นกฎเกณฑ์แห่งโลกที่มหากษัตริย์หลายองค์ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นเอาไว้! ไม่มีผู้ใดสามารถหลีกเลี่ยงได้! ”
หลินหยุนเบนสายตากลับมา ยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า “อย่างนั้นเหรอ? แต่ฉันอยากที่จะลองดูสักหน่อย! ”
ขณะที่พูด เขาก็มองไปที่วูหยาง และพูดเหยียดหยามขึ้นว่า “นายอยากดูว่าฉันจะกล้าลงมือไหมไม่ใช่เหรอ? ดีเลย ฉันจะให้นายดูเดี๋ยวนี้ นายต้องเปิดตาของนายให้กว้างเอาไว้ เพื่อจะได้ดูให้เห็นอย่างชัดเจนด้วย! ”
เมื่อพูดจบ ภาพเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างคาดคิดไม่ถึง และน่าเหลือเชื่อนั้นก็ได้ปรากฏขึ้นแล้ว
ในมือของหลินหยุนได้เกิดประกายแสงขึ้น ดายเฮ่าเทียนก็ปรากฏขึ้นในมือทันที
พลังแห่งกฎเกณฑ์พลันปรากฏออกมา และเข้าไปสู่ภายในตัวกระบี่ จากนั้นกระบี่ที่ไร้เทียมทานก็พุ่งเข้าฟาดฟันไปยังคุณชายวูหยางทันที
คุณชายวูหยางเองก็มีพลังบำเพ็ญแดนสู่ธรรมะตอนปลาย ไม่ได้เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะ
ต่อให้เขาจะตื่นตัวและระมัดระวังต่อการลงมือของหลินหยุนอย่างมากก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถต้านทานพลังการโจมตีของหลินหยุนได้อยู่หมัด
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไม่คิดว่าหลินหยุนจะกล้าลงมือเลยด้วยซ้ำ
สมมุติอย่างแย่ที่สุดแล้ว ต่อให้หลินหยุนจะไม่กลัวตาย แต่ก็มีพลังบำเพ็ญเพียงแค่แดนดั่งเทพตอนปลายก็เท่านั้น
แม้แต่แดนสู่ธรรมมะก็ยังไม่ใช่ ถึงแม้เขาจะใช้พลังความสามารถอย่างสุดกำลัง ต่อให้จะเผาผลาญสารจิงและเลือด ก็คงจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลยอย่างแน่นอน!
แต่ขณะที่พลังแห่งกฎเกณฑ์ของหลินหยุนปรากฏขึ้นนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที!
นี่ใช่พลังของแดนดั่งเทพตอนปลายที่ไหนกันล่ะ?
พลังแห่งกฎเกณฑ์ระดับนี้ ยังจะมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าแดนสู่ธรรมะตอนปลายอย่างเขาอีก!
แต่ในตอนนี้ เขาก็ยังคงไม่เลือกที่จะลงมือ!
เพราะว่านี่คือกฎเกณฑ์ของสุดหล้าทะเล!
คือกฎของเขตดาวบริเวณนี้!
คือกฎแห่งโลกที่มหากษัตริย์หลายองค์ได้ร่วมกันปรับปรุงแก้ไขขึ้น
ไม่ว่าผู้ใดลงมือ ก็จะต้องถูกลงโทษโดยภัยอัสนี
ในขณะนั้นเอง กระบี่ที่ไร้เทียมทานของหลินหยุน ก็ได้ฟาดฟันออกไปท่ามกลางสายตาอันน่าเหลือเชื่อของทุกคน
“คุณชายหลิน อย่า! ”
จื่อหวนคิดจะตะโกนขัดขวาง แต่มันก็สายเกินไปแล้ว!
จิตใจของเขาตกหล่นลงไปยังก้นบึ้งในทันที
หลินสวินผู้นี้ เป็นองค์ชายที่มาจากโลกกระบี่ชางฉองอย่างนั้นเหรอ?
องค์ชายคืออะไร?
นั่นก็คือผู้สืบทอดโลกชางฉองในอนาคต!
ในอนาคต เขาจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลอำนาจอันยิ่งใหญ่ของดินแดนแห่งหนึ่ง ในหมื่นจักรวาลนี้
ถ้าหากเป็นเพราะการทะเลาะวิวาทเล็กน้อย แล้วถูกลงโทษด้วยกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์ จนเสียชีวิตลงที่หอปราบทะเลของพวกหล่อนแล้ว……
นั่นคงจะเกิดเรื่องใหญ่เป็นแน่!
มหากษัตริย์ชางฉองในอดีตนั้นมีความแข็งแกร่งมากขนาดไหน เธอไม่ใช่ว่าจะไม่ชัดเจน!
ท่องตระเวนต่อสู้ไปทั่วจักรวาล ก็ไม่เคยที่จะได้รับความพ่ายแพ้!
ภพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ มีความแข็งแกร่งมากไหม?
นั่นเป็นถึงพี่น้องที่ร่วมเป็นร่วมตายกันเลยทีเดียว!
แต่ต่อให้เป็นแบบนี้ ภพศักดิ์สิทธิ์เต่ามังกรในตอนนั้น ก็ยังคงไม่กล้าที่จะยั่วยุเขาผู้นั้น
ไม่เพียงแต่จะแต่งตั้งไท่จื่อองค์ใหม่ขึ้น!
ถึงขนาดที่ยังจะต้องมองดูตาปริบ ๆ สำหรับการก่อตั้งโลกกระบี่ชางฉองขึ้น ที่ด้านหน้าภพศักดิ์สิทธิ์ของตนเองด้วย!
ตลอดทั้งการกระทำนั้น สามภพศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือ ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย!
ล้วนอยู่ในสถานะแบบจำยอมทั้งหมด
ถ้าหากว่าหลินสวินต้องมาจบชีวิตลงในหอปราบทะเลแล้วจริง ๆ ก็คงจะเกิดเรื่องวุ่นวายยิ่งใหญ่แน่! นี่ไม่ใช่สถานที่เล็ก ๆ อย่างหอปราบทะเลจะแบกรับความรับผิดชอบไหวได้ ถึงขนาดที่กลุ่มอิทธิพลเบื้องหลังของหอปราบทะเลนั้น ก็คงจะรับผิดชอบไม่ไหวด้วยเช่นกัน!
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว!
กระบี่ของหลินหยุนได้ฟาดฟันออกไปแล้ว พลังแห่งกฎเกณฑ์ที่ไร้เทียมทาน ก็ได้ฟาดฟันเข้าใส่คุณชายวูหยางจนกระเด็นลอยออกไปไกลแล้ว
บาดเจ็บสาหัสด้วยกระบวนท่าเดียว!
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว ทุกคนต่างก็ตื่นตะลึงค้างอยู่กับที่ทั้งหมด
ไม่นานนัก เดิมทีท้องฟ้าที่สว่างเหนือศีรษะ ก็ได้เริ่มกลายเป็นสีแดงขึ้น นี่คือลางสังหรณ์การปรากฏขึ้นของกฎเกณฑ์แห่งเต๋าสวรรค์
ทันใดนั้น ทุกคนต่างก็กระโดดลอยขึ้น ออกมาจากหอปราบทะเลมาอยู่ในกลางอากาศ ห่างไกลจากหลินหยุน
เวลานี้ ใครอยู่ใกล้กับเขามากที่สุดผู้นั้นก็คือไอ้หน่าโง่
ถ้าหากถูกภัยอัสนีเข้าใจผิด แล้วจะทำอย่างไรกันดีล่ะ?
ใครก็ไม่อยากจะต้องประสบกับความเดือดร้อนกันอย่างทั่วหน้า
สีแดงบนท้องฟ้ายิ่งจะเข้มข้นมากขึ้นทุกที ส่วนจื่อหวนในเวลานี้ถึงกับตะลึงงันไปหมดแล้ว
สีหน้าขาวซีดไปทั้งหมด
เธอรู้เป็นอย่างดีว่า ตอนนี้สถานการณ์คงจะย่ำแย่มากแล้ว!
อย่างไรก็ดี คุณชายวูหยางที่ถูกกระบี่ของหลินหยุนฟาดฟันจนบาดเจ็บสาหัสนั้น เวลานี้กลับไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกายของตนเอง โดยได้มองไปที่หลินหยุน และหัวเราะเสียงดังขึ้น
“ไอ้หนุ่ม นายไม่ใช่ว่าจะกำเริบเสิบสานมากนักหรือยังไง? ”
“เวลานี้นายก็กำเริบเสิบสานต่ออีกสิ? ”
“ภายใต้ภัยอัสนี ไม่มีผู้ใดจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ จะต้องจบชีวิตลงสถานเดียว!ตอนนี้ทำไมนายไม่กำเริบเสิบสานอีกแล้วล่ะ? ”
เดิมทีหลินหยุนเองก็กำลังเงยหน้ามองขึ้นไปยังเมฆแห่งทัณฑ์เคราะห์สีแดงบนท้องฟ้า แต่เมื่อได้ยินคำพูดของคุณชายวูหยางก็เบี่ยงสายตากลับมา และจ้องมองไปยังอีกฝ่ายหนึ่งทันที
ขณะนั้นดาบเฮ่าเทียนก็เคลื่อนไหว พุ่งฟาดฟันไปยังอีกฝ่ายหนึ่งอีกครั้งอย่างเฉียบพลัน
วูหยางคาดคิดไม่ถึงว่า จนถึงเวลานี้แล้ว ไอ้หลินหยุนที่ไม่รู้จักความเป็นความตายคนนี้ ยังจะกล้าลงมือกับเขาอีก
ในขณะที่ตนเองไม่ได้เตรียมตัวอะไร จึงถูกหลินหยุนฟันเข้าใส่อ่างรุนแรงอีกครั้ง จนบริเวณหน้าอกเกิดบาดแผลลึกจนมองเห็นถึงกระดูกด้านในเลย