จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1864 เป็นไปได้สองอย่าง
บทที่ 1864 เป็นไปได้สองอย่าง
ในขณะที่หลินหยุนกำลังครุ่นคิดอยู่ สายตาของหมังเซิงเปล่งประกายและพูด “สหายหลิน ไป๋ชู่คนนี้โดนพวกเราแย่งสถานที่แห่งนี้ ถึงแม้เขาจะหนีไปแล้ว แต่ฉันคิดว่าเขาไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็รีบถาม “ฉันขอถามสหายหมังเซิงหน่อย คนที่ชื่อไป๋ชู่เป็นใครมาจากไหนเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาก่อน?”
โดยปกติแล้ว ยอดฝีมือจ้าวครองสี่เต๋า เมื่ออยู่ในหมื่นจักรวาล พวกเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเลย เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่มีชื่อเสียงเลย
หมังเซิงพูด “คนๆนี้เป็นนักบำเพ็ญเซียนจากโลกน้ำแข็ง ด้านทิศตะวันออกของเขตน้ำบูรพาเป็นโลกน้ำแข็งที่มีพื้นที่ใหญ่มากๆ พวกเขามีความสัมผัสกับเขตน้ำบูรพา คนๆนี้เป็นยอดฝีมือจ้าวแห่งเต๋าของโลกน้ำแข็ง”
“เพียงแต่เขาไม่ค่อยออกมาจากโลกน้ำแข็ง”
“และคนๆนี้อยู่ในโลกน้ำแข็ง เขาเป็นคนที่ถ่อมตนและไม่อวดดี”
“สหายหลินพึ่งออกมาจากโลกชางฉอง คุณอาจจะรู้จักหมื่นจักรวาลไม่ค่อยมากนัก บางทีคุณอาจจะรู้จักสุดยอดสำนักพวกนั้นมากกว่า”
“สำหรับสำนักที่ด้อยกว่าสุดยอดสำนัก คุณอาจจะไม่ค่อยรู้จักมากนัก ดังนั้นสหายไม่รู้จักคนๆนี้ มันก็เป็นเรื่องปกติ!”
หลินหยุนพยักหน้าเบาๆ หมังเซิงเอ่ยปากพูดต่อ “สหายหลิน ฉันคิดว่าพวกเราควรตรวจสอบสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว ถ้าไม่เจอสมบัติล้ำค่าอะไร พวกเราควรรีบออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็วที่สุด”
“ถึงไป๋ชู่ไม่ไปรวบรวมยอดฝีมือแล้วกลับมา แต่เขาก็คงแพร่กระจายข่าวของสถานที่แห่งนี้ออกไป เมื่อถึงตอนนั้นคงจะมียอดฝีมือจำนวนมากไล่ตามมา!”
“เมื่อถึงตอนนั้น อาจจะเกิดปัญหายุ่งยากก็ได้!”
“ผ่านไปไม่นาน ชั้นที่สองของราชวงศ์ก็จะเปิดออกแล้ว พวกเราต้องเก็บซ่อนพลังของตัวเองไว้บ้าง”
เมื่อได้ยินคำพูดของหมังเซิง สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายและถามทันที “ชั้นที่สองของราชวงศ์เหรอ? สหายหมังเซิง มันหมายความว่ายังไงเหรอ?”
หมังเซิงอึ้งไปสักพัก จากนั้นเขาก็อธิบาย “ราชวงศ์แห่งนี้ มีทั้งหมดสามชั้น แบ่งเป็นชั้นที่หนึ่ง ชั้นที่สองและชั้นที่สาม ตรงที่พวกเราอยู่ในตอนนี้คือชั้นที่หนึ่ง”
“สหายสังเกตเห็นไหม ชั้นที่หนึ่งแห่งนี้ ถึงแม้จะปรากฏสนามรบขนาดใหญ่ และมีซากศพของสุดยอดฝีมืออยู่ แต่อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดฝีมือจากเผ่ามนุษย์และสุดยอดฝีมือจากหมื่นชนเผ่า หรือแม้แต่มารฟ้า แต่จำนวนซากศพมีน้อยมากๆ?”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “เป็นอย่างนั้นจริงๆ!”
หลินหยุนบินจากตะวันออกไปตะวันตก แล้วจากตะวันตกไปยังทิศเหนือ ฉันบินผ่านพื้นที่ของสถานที่แห่งนี้ก็ไม่น้อยแล้ว
แต่เขาเห็นแค่สุดยอดฝีมือจากเผ่ากิเลนไฟกับมารฟ้า เขามองเห็นซากศพของสุดยอดฝีมือแค่สองคนเท่านั้น
ซากศพอื่นๆก็มองไม่เห็นแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขารู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ
เมื่อมองเห็นหลินหยุนเข้าใจแล้ว หมังเซิงเอ่ยปากพูดอีกครั้ง “นั้นก็เป็นเพราะสนามรบที่ดุเดือดและน่ากลัวที่สุดนั้น อยู่ชั้นสองและชั้นสามต่างหาก!”
“พูดอีกอย่างก็คือ สองชั้นที่อยู่ด้านบน โอกาสที่จะได้สมบัติล้ำค่ามีสูงกว่าชั้นที่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม สนามรบขนาดใหญ่มากๆจนจินตนาการไม่ถึงนั้นก็เต็มไปด้วยอันตรายมากๆเช่นกัน!”
“ดังนั้น ถ้ายังฝึกฝนไม่ถึงจ้าวแห่งเต๋า ไม่มีใครกล้าขึ้นไปอยู่แล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหมังเซิง ทำให้หลินหยุนเข้าใจเรื่องทั้งหมดทันที
ก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกแปลกใจมากๆ ชั้นที่หนึ่งแห่งนี้ ทั้งๆที่มันก็โดนทำลายไปทั้งหมดแล้ว
แต่ร่องรอยของมารฟ้าที่เหลือเอาไว้นั้น กลับมีน้อยมากๆ
เมื่อเทียบสนามรบขนาดใหญ่และน่ากลัวมากๆที่เขานึกเอาไว้ มันต่างกันมากๆ
เรื่องทั้งหมดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
ซากอารยธรรมราชวงศ์แห่งนี้ ไม่ได้มีแค่ชั้นหนึ่งเท่านั้น แต่มีชั้นสองและชั้นสามด้วย
เป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าไม่มีสนามรบที่อยู่ชั้นสูงกว่า ถ้างั้นก็คงไม่สามารถรักษาชีวิตของนักบำเพ็ญเซียนที่มีพลังอ่อนแอเอาไว้อย่างแน่นอน!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนมองหน้าหมังเซิงแล้วถาม “แล้วชั้นที่สองและชั้นที่สามนั้น ต้องทำยังไงถึงจะเข้าไปได้”
หมังเซิงพูด “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้าถึงเวลาแล้ว ประตูสวรรค์ที่พวกเขาเคยอยู่ก่อนหน้านี้ มันก็มีทางเข้าปรากฏ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเขาก็ใช้ทางเข้านั้นขึ้นไปยังชั้นที่สอง!”
“อย่างไรก็ตาม ทางเข้าแห่งนั้นไม่ค่อยมั่นคง ตอนที่เข้าไปอาจจะเจอเรื่องอันตรายก็ได้!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “เป็นอย่างนี้นี่เอง ขอบคุณสหายมากๆที่อธิบายให้ฉันฟัง!”
เมื่อหมังเซิงได้ยิน เขาก็โบกมือและพูด “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ถ้าเวลาผ่านไปอีกสักสองสามวัน เมื่อทางเข้าแห่งนั้นปรากฏขึ้นมา ไม่เพียงแค่สหายหลินเท่านั้น นักบำเพ็ญเซียนทุกคนที่อยู่ในชั้นที่หนึ่งก็จะรับรู้!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ แต่ฉันก็ต้องขอบคุณสหายหมังเซิงมากๆ ไปกันเถอะ ฉันฟื้นฟูพลังได้พอสมควรแล้ว พวกเราเข้าไปดูภูเขาแห่งนี้เถอะ!”
หมังเซิงพยักหน้าและพูด “คิดไม่ถึงจริงๆ สถานที่แห่งนี้ยังมีพลังชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่ด้วย เรื่องนี้เหนือความคาดหมายจริงๆ! ครั้งที่แล้วที่ซากปรักหักพังเปิดออกนั้น สถานที่แห่งนี้ยังไม่มีพลังชีวิตเลย! ในหมื่นจักรวาลก็ไม่มีข่าวลือเรื่องนี้ด้วย”
หลินหยุนพูด “เรื่องนี้แปลกจริงๆ!”
ขณะพูด ทั้งสองคนก็บินมาถึงยอดเขาแล้ว
เมื่อมาถึงยอดเขาและมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ทำให้หลินหยุนกับหมังเซิงสบตากัน จากนั้นพวกเขาสองคนก็หายใจเร็วด้วยความตกใจ
เพราะบนยอดเขานั้น มีหลุมลึกมากๆอันหนึ่งอยู่
และด้านในของหลุมลึกแห่งนี้ มีเจดีย์สำริดอันหนึ่ง
สถานที่แห่งนี้ยังมีพลังของไป๋ชู่หลงเหลืออยู่
มองเห็นได้อย่างชัดเจน ก่อนที่ไป๋ชู่จะต่อสู้กับหลินหยุน เขาเคยมาที่นี่แล้ว
และบริเวณรอบๆของเจดีย์อันนี้ ยังมีร่องรอยของวิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่ด้วย ก่อนที่หลินหยุนจะมาถึงสถานที่แห่งนี้ ไป๋ชู่คงจะกำลังหาวิธีเข้าไปด้านในเจดีย์อันนี้อยู่
เมื่อมองเห็นลักษณะของเจดีย์ หมังเซิงพูดทันที “เจดีย์อันนี้ เหมือนกับเจดีย์แก้วเจ็ดสมบัติที่มีอยู่ในตำนานเลย!”
หลินหยุนอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูด “สหายรู้จักเจดีย์อันนี้เหรอ?”
หมังเซิงพยักหน้าและพูด “ฉันเคยไปที่สำนักแก้วเจ็ดสมบัติ และด้านในของสำนักแก้วเจ็ดสมบัตินั้น มีเจดีย์แก้วเจ็ดสมบัติขนาดใหญ่อันหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ มันเหมือนกับเจดีย์อันนี้มากๆ เพียงแต่……”
สหายตาของหลินหยุนเปล่งประกาย “เพียงแต่อะไรเหรอ?”
หมังเซิงพูด “เพียงแต่เจดีย์ที่อยู่ในสำนักแก้วเจ็ดสมบัตินั้น มันไม่ได้มีพลังแห่งธรรมที่เยอะขนาดนี้เลย แต่เจดีย์ที่อยู่ด้านหน้าของพวกเราอันนี้ มันกลับมีพลังแห่งธรรมที่เยอะมากๆ!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จู่ๆสายตาของหมังเซิงก็เปล่งประกายและพูด “ฉันรู้แล้ว อันนี้น่าจะเป็นเจดีย์สัทธรรมแก้วเจ็ดสมบัติ! ดูเหมือนตำนานของสำนักแก้วเจ็ดสมบัติน่าจะเป็นเรื่องจริง!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็โค้งคำนับให้หมังเซิงและพูด “สหายหมังเซิงเป็นคนที่รอบรู้จริงๆ!”
หมังเซิงกำลังจะส่ายหัว จากนั้นเขาก็ตอบสนองได้และถามทันที “สหายหลินมองออกตั้งแต่แรกแล้วเหรอ?”
หลินหยุนพูดเบาๆ “ฉันอ่านตำรามาเยอะ ก็เลยดูออกเท่านั้น!”
เมื่อหมังเซิงได้ยิน เขาก็ถอนหายใจและพูด “ไม่แปลกใจเลยที่สหายหลินเป็นนายน้อยโลกชางฉอง ข้าน้อยนับถือจริงๆ!”
หลินหยุนส่ายหัวเบาๆ จากนั้นก็ตรวจดูอย่างละเอียดและพูด “พลังชีวิตกับพลังชี่ของที่นี่ น่าจะออกมาจากเจดีย์อันนี้ เพียงแต่มันออกมาไม่เยอะเท่านั้น!”
“และเจดีย์อันนี้ มีร่องรอยว่าเคยถูกคนอื่นลงมือมาแล้ว!”
“สหายหมังเซิงคิดยังไง?”
หมังเซิงพยักหน้าและเห็นด้วย จากนั้นก็พูด “เป็นอย่างนั้นจริงๆ! และร่องรอยที่ปรากฏนั้นก็พึ่งเกิดขึ้นใหม่และเกิดขึ้นได้ไม่นาน!”