จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1931 ฝึกฝนและเรียนรู้พลังแห่งสรรพสิ่ง
บทที่ 1931 ฝึกฝนและเรียนรู้พลังแห่งสรรพสิ่ง
เผ่าชะตามีคนจำนวนมากโดนกลืนกิน
เผ่าสาปฟ้าก็โดนกลืนกินเช่นกัน
เวลานี้ มหากษัตริย์เทียนมิ่งกับมหากษัตริย์เทียนโจ้วเข้าใจแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะเป็นทาสรับใช้ของเทียนเต้า แต่พวกเขาก็เป็นได้แค่ทาสรับใช้ที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย
“ให้ตายเถอะ พวกเราโดนทิ้งแล้ว!”
มหากษัตริย์มังกรฟ้า มหากษัตริย์เขตน้ำ มหากษัตริย์สองคนจากโลกรัก มหากษัตริย์เต่ามังกร มหากษัตริย์เทียนเจี้ยน……
มหากษัตริย์แต่ละคนเดินออกมาจากท้องฟ้า ร่างกายของพวกเขาสูงร้อยฟุต แต่เมื่อยืนเผชิญหน้ากับใบหน้าอันใหญ่ของเทียนเต้า พวกเขาเล็กมากๆราวกับมดตัวหนึ่ง
พวกเขามองดูชนเผ่าของตัวเองโดนกลืนกิน และสัมผัสได้ว่าพลังของเทียนเต้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และเทียนเต้าก็สมบูรณ์แบบมากขึ้นเช่นกัน
พวกเขากลัวจนหัวชา แต่พวกเขาไม่กล้าทำอะไรเลย
ด้านในโลกชางฉอง หมังเซิงรู้สึกกังวลใจมากๆ “ทำยังไงดี? ถ้ารอจนมันสมบูรณ์แบบแล้ว ทุกคนในหมื่นจักรวาลคงต้องเสียชีวิตอย่างแน่นอน!”
“เทียนเต้าที่มีความคิดของตัวเอง มันน่ากลัวมากๆ!”
จู่ๆสีหน้าของหลินหยุนก็เคร่งขรึมขึ้นมา “ฉันเตรียมตัวไปศึกษาและฝึกฝนพลังแห่งสรรพสิ่งที่อจละสอนฉัน คุณช่วยยื้อเวลาให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
สีหน้าของหมังเซิงแสดงความดีใจออกมา “นี่ก็คือแผนการที่อจละเหลือเอาไว้ใช่ไหม?”
“มีเพียงพลังแห่งสรรพสิ่ง มันไม่ใช่พลังของเทียนเต้า ถ้าอยากจะสังหารเทียนเต้า ต้องใช้พลังแห่งสรรพสิ่งเท่านั้น”
หมังเซิงพยักหน้า “โอเค ฉันจะรวบรวมสุดยอดฝีมือเพื่อยื้อเวลาให้คุณ คุณไปศึกษาและฝึกฝนพลังแห่งสรรพสิ่งก็พอ”
หลินหยุนรีบหลับตาทันที และครุ่นคิดสิ่งที่อจละสอนเขา ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
หมังเซิงพยักหน้า “โอเค ฉันจะรวบรวมสุดยอดฝีมือเพื่อยื้อเวลาให้คุณ คุณไปศึกษาและฝึกฝนพลังแห่งสรรพสิ่งก็พอ”
คงต้องสู้ตายแล้ว!
อะไรคือพลังแห่งสรรพสิ่ง?
เทียนเต้าไร้ความรู้สึก ควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆของจักรวาล
หลังจากผ่านไปพันล้านปี จักรวาลก็มีสิ่งมีชีวิตถือกำเนิด
หลังจากเกิดการวิวัฒนาการและผ่านไปพันล้านปี ทำให้สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาสูงถือกำเนิดขึ้นมา
พวกเขามีความรู้สึก และใช้สติปัญญาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และฝึกฝนเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้น
การเกิดแก่เจ็บตาย ทำให้ชีวิตของพวกเขาสั้นมากๆ แต่พวกเขาก็สืบทอดชนเผ่ารุ่นแล้วรุ่นเล่า
เมื่อเทียบกับจักรวาลที่มีอายุยาวนาน ชีวิตของพวกเขานั้นสั้นมากๆ ไม่สามารถเทียบกับประวัติศาสตร์อันยาวนานได้เลย
อย่างไรก็ตาม แต่ชีวิตของพวกเขาก็มีสีสันมากๆ ทุกชีวิตจะทิ้งร่องรอยของตัวเองเอาไว้ในสถานที่ที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่
ชีวิตของทุกคน พวกเขามีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของคนอื่นๆ
พลังพวกนี้อ่อนแอมากๆ อ่อนแอมากๆจนไม่ต้องสนใจ
อย่างไรก็ตาม พลังพวกนี้มีอยู่จริงๆ
เมื่อพลังพวกนี้รวมตัวกัน มันกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และสามารถเปลี่ยนแปลงฟ้าดินได้
นี่ก็คือพลังแห่งสรรพสิ่ง หรือเรียกอีกอย่างว่าพลังแห่งคน
อย่างไรก็ตาม จากความทรงจำที่อจละเหลือเอาไว้ เขาไม่ได้สอนให้หลินหยุนว่าจะควบคุมพลังแห่งสรรพสิ่งได้ยังไง
มันคือพลังอย่างหนึ่งที่แตกต่างจากพลังของนักบำเพ็ญเซียน เป็นพลังที่อยู่เหนือการควบคุมของเทียนเต้า
พลังอันนี้ คุ้นเคยมากๆ สามารถมองเห็นได้ แต่สัมผัสไม่ได้
มันก็เหมือนกันตอนนั้นที่หลินหยุนนึกอะไรบางอย่างออก แต่ก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไร
“พลังแห่งสรรพสิ่ง? พลังแห่งคน!”
“ในเมื่อมันเป็นพลังแห่งคน มันก็น่าจะมาจากคน มีเพียงคนที่มาจากโลกมนุษย์ ถึงจะสามารถเข้าใจพลังแห่งสรรพสิ่ง”
หลินหยุนนั่งลงและปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา พลังจิตวิญญาณแยกเป็นหมื่นร่างและพุ่งไปยังทุกที่ในหมื่นจักรวาล
ร่างที่แยกออกมาแต่ละตัวนั้น มันมีความคิดเป็นของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม ร่างที่แยกออกไปนั้น เมื่อมันฝึกฝนและศึกษาพลังต่างๆได้ มันก็จะส่งกลับมายังร่างเดิมของหลินหยุน
มีจิตวิญญาณอันหนึ่งกลายร่างเป็นนักเรียนวัยรุ่น
มีจิตวิญญาณอันหนึ่งกลายเป็นขอทาน
มีจิตวิญญาณอันหนึ่งกลายเป็นผู้หญิงวัยกลางคน
มีจิตวิญญาณอันหนึ่งกลายเป็นกษัตริย์ในโลกมนุษย์
มีจิตวิญญาณอันหนึ่งกลายเป็นนักร้อง
…
จิตวิญญาณหมื่นอันกลายเป็นบุคคลต่างๆในหมื่นจักรวาลและถูกกระจายไปทั่วหมื่นจักรวาล
พวกเขาอาศัยและดำรงชีวิตอยู่ในหมื่นจักรวาล และใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา และสัมผัสความรัก โลภ โกรธ หลงของบุคคลธรรมดา
ด้านบนท้องฟ้า เทียนเต้าที่กลายร่างเป็นใบหน้าอันใหญ่นั้น ดูเหมือนเขาจะสัมผัสอะไรบางอย่างได้ สายตาอันใหญ่ของมันกำลังมองไปยังหลินหยุนที่อยู่ในโลกชางฉอง
“เป็นแกนี่เอง!”
เขาจำหลินหยุนได้แล้ว เพราะหลินหยุนก็คือผู้รับเคราะห์
“แกอยากจะขัดขวางฉันเหรอ?”
เสียงคำรามด้วยความโกรธดั่งไปทั่วหมื่นจักรวาล
หมังเซิงรีบพุ่งขึ้นไปทันที สีหน้าของเขาเคร่งขรึมมากๆ
“ทุกท่าน หลินชางฉองกำลังศึกษาและฝึกฝนพลังแห่งสรรพสิ่งที่อจละทิ้งเอาไว้ มันคือความหวังเดียวของพวกเรา”
“ตอนนี้ ไม่ว่าจะต้องทำยังไงพวกเราก็ต้องยื้อเวลาให้หลินชางฉองให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เขามีเวลาศึกษาและฝึกฝนพลังแห่งสรรพสิ่ง!”
“ทุกท่าน ตอนนี้พวกเราควรทิ้งความแค้นส่วนตัวไปก่อน เพื่อหมื่นจักรวาลแห่งนี้ พวกเราควรร่วมมือกันเพื่อสู้กับสวรรค์!”
สีหน้าของมหากษัตริย์มังกรฟ้าแสดงความดีใจจริงๆ “อจละเหลือวิธีเอาไว้ด้วยเหรอ!”
“ดีมากๆ!”
“ฮ่าๆๆ ฉันมีชีวิตมายาวนานแล้ว ฉันไม่อยากจะอยู่ต่ออีกแล้ว คิดไม่ถึงจริงๆว่าฉันจะสามารถต่อสู้กับสวรรค์ได้!”
“สะใจจริงๆ!”
“มาเลย ทุกท่าน ใครจะมาร่วมมือกับฉันเพื่อต่อสู้กับสวรรค์!”
มหากษัตริย์เทียนมิ่งแสดงสีหน้าโหดเหี้ยมออกมา “ฉันด้วย!”
“เทียนเต้าที่ไร้ยางอาย ฉันเป็นทาสรับใช้แก่มาหลายพันปี แต่สุดท้ายแกก็ทิ้งฉันและยังกินคนในชนเผ่าของฉันด้วย ความแค้นนี้ถ้าไม่ได้รับการชำระ ฉันมีชีวิตอยู่ก็คงโดนคนนับหมื่นด่าทออย่างแน่นอน!”
สีหน้าของมหากษัตริย์เทียนโจ้วเคร่งขรึมมากๆและบินออกมา “นับฉันด้วยคนหนึ่ง!”
“เมื่อก่อนฉันทำเรื่องผิดพลาดมาเยอะ ตอนนี้ฉันจะใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อชดใช้ความผิด!”
“หมื่นจักรวาลแห่งนี้ เป็นหมื่นจักรวาลของพวกเรา!”
“นับพวกเราด้วย!”
มหากษัตริย์เดินออกมาจากท้องฟ้าทีละคน พวกเขายืนประจันหน้ากับใบหน้าอันใหญ่ของเทียนเต้า
“ฮ่าๆๆ พวกเราเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าไม่สู้กับสวรรค์แล้วจะสู้กับใคร
“นับฉันด้วยคนหนึ่ง!”
มีรังสีกระบี่อันหนึ่งบินผ่าน จากนั้นก็มีต้าเต๋าแห่งกระบี่จำนวนมากรวมตัวกันและร่างกายของมหากษัตริย์เทียนเจี้ยนก็ปรากฏ
“ยังมีพวกเราด้วย!”
“ไอ้แก่เทียนโจ้วพูดได้ไม่ผิดเลย หมื่นจักรวาลแห่งนี้ เป็นหมื่นจักรวาลของพวกเรา พวกเรามีหน้าที่ปกป้องมัน!”
“ทุกท่าน หมื่นจักรวาลแห่งนี้ก็เป็นหมื่นจักรวาลของอาตมาเหมือนกัน!”
มีแสงสีทองพุ่งออกมา จากนั้นร่างกายของหมิงหนีก็ปรากฏ
สุดยอดฝีมือมหากษัตริย์ของหมื่นจักรวาล ได้มารวมตัวกันจนครบแล้ว
คนที่สามารถฝึกฝนจนถึงมหากษัตริย์ ทุกคนสามารถทำนายอดีตและอนาคตได้ห้าร้อยปี ความแค้นของพวกเขา เมื่ออยู่ต่อหน้าสงครามครั้งนี้ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย
ตอนนี้เทียนเต้าคือศัตรูของทุกคน
“มดตัวเล็กๆอย่างพวกแก ยังคิดจะขัดขวางฉันเหรอ?”
เสียงคำรามด้วยความโกรธ ดั่งไปทั่วท้องฟ้า
มหากษัตริย์เทียนเจี้ยนพุ่งออกมาเป็นคนแรก “ถึงแม้แกจะเป็นสวรรค์ แล้วจะทำไม? วันนี้ฉันจะสังหารสวรรค์อย่างแก!”
เขาเปลี่ยนร่างกายเป็นกระบี่ ต้าเต๋าแห่งกระบี่ทั้งหมดมารวมตัวกันที่ร่างกายของเขา
กระบี่สีน้ำเงินอันหนึ่งสูงเท่ากับสวรรค์และจรดพื้นดิน กระบี่เต็มไปด้วยพลังอันน่ากลัวและพุ่งใส่ใบหน้าอันใหญ่ของเทียนเต้า
“นี่คือพลังต้าเต๋าแห่งกระบี่ที่เขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต!”
“กระบี่อันนี้ สามารถสังหารมหากษัตริย์ได้!”
“เขาใช้กระบี่นี้ออกมา เขาก็ไม่เหลืออะไรแล้ว”
ต้าเต๋าแห่งกระบี่ มันคือการพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่ลังเล สังหารทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ด้านหน้า
มิฉะนั้น มันก็ไม่คู่ควรถูกเรียกว่าต้าเต๋าแห่งกระบี่แล้ว
กระบี่พุ่งออกไป ไม่ใช่ศัตรูตาย ก็คือตัวเองตาย
ทุกคนนิ่งเงียบทันที พวกเขามองดูการโจมตีด้วยกระบี่นี้
“ฮ่าๆๆ พวกแกมันก็แค่มดตัวเล็กๆเท่านั้น!”
ใบหน้าอันใหญ่อ้าปากกว้าง มันกลืนกินกระบี่ยักษ์ของมหากษัตริย์เทียนเจี้ยนที่ฝึกมาตลอดชีวิตเข้าไปทันที
“เป็นสารอาหารที่ดีมากๆ แต่น่าเสียดายที่พลังชีวิตของแกเหลือน้อยมากๆ ช่วยทำให้ฉันสมบูรณ์แบบได้น้อยมากๆ”
คือ……
สีหน้าของมหากษัตริย์ทุกคนเคร่งขรึมทันที!
มหากษัตริย์เทียนเจี้ยนที่มีชื่อเสียงด้านการโจมตีมากๆ ใช้กระบี่ที่ตัวเองฝึกฝนมาตลอดชีวิต แต่มันกลับหายไปหมดแล้ว!
นี่คือครั้งแรกที่มหากษัตริย์ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้
ศัตรูแบบนี้ มันน่ากลัวมากๆ
ใบหน้าอันใหญ่มองไป จากนั้นก็มีพลังมหาศาลกดทับไปที่โลกชางฉอง
“ผู้รับเคราะห์ ถึงตาแกแล้ว!”