จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 22 : ด่านแรกแห่งการคัดเลือก
รุ่งเช้าของวันที่สอง
ลานประลองโอสถของสมาคมโอสถเมืองชิงเหอแน่นขนัดไปด้วยผู้คนอีกครั้ง
จำนวนผู้ชมในวันนี้มากกว่าวันเปิดงานเสียอีก
เพราะทุกคนต่างอยากเห็นว่า
หลินเย่ ผู้ก่อตั้งหอโอสถสวรรค์
จะสามารถพิสูจน์ความสามารถของตนเองได้จริงหรือไม่
หรือชื่อเสียงทั้งหมดเป็นเพียงข่าวลือที่ถูกสร้างขึ้น
บนอัฒจันทร์ด้านบน
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงนั่งอยู่บนที่นั่งพิเศษ
สายตาสงบนิ่งมองลงมายังสนามแข่งขัน
ด้านข้างคือประธานสมาคมโอสถ ถานเหวินซาน
รวมถึงผู้อาวุโสอีกหลายคน
ทุกคนต่างรอคอยการเริ่มต้นของการแข่งขันรอบแรก
…
ก้องงงง!
เสียงฆ้องดังขึ้นสามครั้ง
ประธานถานลุกขึ้นยืน
“รอบแรกของการแข่งขัน”
“การแยกแยะสมุนไพร”
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียง
ผู้ช่วยจำนวนมากก็เดินเข้าสู่สนาม
แต่ละคนถือถาดหยกสีขาว
บนถาดวางสมุนไพรจำนวนสิบชนิด
บางชนิดพบได้ทั่วไป
บางชนิดหาได้ยากอย่างยิ่ง
ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะมีเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม
ในการระบุชื่อ
คุณสมบัติ
อายุสมุนไพร
รวมถึงวิธีนำไปใช้
เมื่อถาดหยกถูกวางลงตรงหน้า
ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากก็เริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป
บางคนจำชื่อได้
แต่ไม่รู้คุณสมบัติ
บางคนรู้คุณสมบัติ
แต่ไม่ทราบอายุของสมุนไพร
ทันใดนั้น
เสียงพึมพำก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของสนาม
“นั่นคือหญ้าจันทราเงิน!”
“สมาคมถึงกับนำสมุนไพรระดับนี้ออกมา”
“ยากเกินไปแล้ว”
สีหน้าของหลายคนเริ่มซีดเซียว
…
แต่สำหรับหลินเย่
ทุกอย่างกลับแตกต่างออกไป
ทันทีที่สายตาของเขามองไปยังสมุนไพรบนโต๊ะ
ข้อมูลจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นในความคิด
นี่ไม่ใช่พลังของระบบโดยตรง
แต่เป็นความรู้ที่สืบทอดมาจากมรดกของโอสถเซียนชิงมู่
“หญ้าจันทราเงิน”
“อายุหนึ่งร้อยยี่สิบสามปี”
“ใช้รักษาความเสียหายของเส้นลมปราณ”
“สามารถใช้เป็นตัวยาหลักของโอสถคืนชีพระดับต่ำ”
หลินเย่เขียนคำตอบลงไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นจึงมองไปยังต้นถัดไป
“ดอกเพลิงม่วง”
“อายุแปดสิบเจ็ดปี”
“ใช้เสริมธาตุไฟ”
“มักใช้ในการหลอมโอสถเพิ่มพลัง”
มือของเขาเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
ไม่มีการหยุดคิด
ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
ภาพดังกล่าวทำให้กรรมการหลายคนเริ่มมองหน้ากัน
แม้แต่นักปรุงโอสถอาวุโสบางคนยังต้องใช้เวลาพิจารณา
แต่หลินเย่กลับตอบได้ราวกับเห็นคำตอบอยู่แล้ว
…
อีกด้านหนึ่ง
ฟางจงเองก็กำลังตอบคำถามอย่างรวดเร็ว
ในฐานะเจ้าหอแห่งหอโอสถชิงหยุน
ความรู้ด้านสมุนไพรของเขาอยู่ในระดับสูงมาก
ตลอดการแข่งขัน
มีเพียงเขาและหลินเย่เท่านั้น
ที่สามารถตอบคำถามได้โดยแทบไม่หยุดคิด
เมื่อเห็นภาพนี้
ผู้คนจำนวนมากเริ่มตื่นเต้น
เพราะทุกคนมองออกแล้วว่า
การแข่งขันครั้งนี้
อาจกลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองคนนี้เพียงเท่านั้น
…
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
หนึ่งชั่วยามสิ้นสุดลง
ก้องงงง!
เสียงฆ้องดังขึ้นอีกครั้ง
“หมดเวลา!”
ผู้ช่วยของสมาคมเริ่มเก็บกระดาษคำตอบทั้งหมด
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก
บางคนกลับมีสีหน้าสิ้นหวัง
เพราะรู้ดีว่าตนทำได้ไม่ดีนัก
…
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ผลการแข่งขันก็เริ่มประกาศ
“ผู้เข้าแข่งขันหมายเลข 12”
“คะแนน 48”
“ตกรอบ”
“หมายเลข 31”
“คะแนน 52”
“ตกรอบ”
เสียงประกาศดังต่อเนื่อง
ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากถูกคัดออก
จนเหลือเพียงไม่ถึงครึ่ง
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุด
ก็ถึงกลุ่มผู้เข้าแข่งขันอันดับต้น ๆ
“หมายเลข 7”
“คะแนน 92”
เสียงฮือฮาดังขึ้น
เพราะคะแนนระดับนี้ถือว่าสูงมากแล้ว
แต่หลังจากนั้น
เสียงของกรรมการก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“หมายเลข 19”
“คะแนน 97”
ผู้คนเริ่มตกใจ
97 คะแนน!
เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว
เจ้าของคะแนนดังกล่าวคือฟางจง
รอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
ก่อนจะหันไปมองหลินเย่อย่างท้าทาย
“ดูเหมือนบางคนคงตามไม่ทัน”
หลายคนเริ่มมองไปยังหลินเย่
เพราะเหลือเพียงเขาที่ยังไม่ถูกประกาศคะแนน
…
ประธานถานมองกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
จากนั้นจึงสูดหายใจลึก
“หมายเลข 88”
ทั่วทั้งสนามเงียบลง
ทุกคนรู้ว่า
หมายเลข 88 คือหลินเย่
“คะแนน…”
ประธานถานหยุดไปชั่วครู่
ก่อนกล่าวออกมาทีละคำ
“หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม”
ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบ
จากนั้น
เสียงฮือฮาก็ระเบิดขึ้นทันที
“เป็นไปไม่ได้!”
“คะแนนเต็ม!”
“แม้แต่ฟางจงยังไม่ได้เต็ม!”
ผู้คนจำนวนมากลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึง
ฟางจงเองก็เปลี่ยนสีหน้าในทันที
“ไม่มีทาง!”
เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
ด้านบนอัฒจันทร์
ผู้อาวุโสหลายคนเริ่มตรวจสอบกระดาษคำตอบอีกครั้ง
แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนเดิม
ไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่ข้อเดียว
แม้กระทั่งอายุของสมุนไพรแต่ละต้น
หลินเย่ยังตอบได้อย่างแม่นยำ
ราวกับเคยเห็นมันมาก่อน
…
ขณะเดียวกัน
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงก็หยิบกระดาษคำตอบขึ้นมาอ่าน
ดวงตาที่สงบนิ่งมาตลอด
ปรากฏประกายความสนใจขึ้นเป็นครั้งแรก
“น่าสนใจ…”
นางกล่าวเบา ๆ
ประธานถานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้ง
เพราะตลอดสองวันที่ผ่านมา
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ตรวจการเอ่ยคำชื่นชมใครออกมา
…
ด้านล่างสนาม
ฟางจงกำหมัดแน่น
ความภาคภูมิใจที่มีมาตลอดหลายปี
เริ่มเกิดรอยร้าวเป็นครั้งแรก
เขาเคยคิดว่าหลินเย่เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่อาศัยโชค
แต่ตอนนี้
เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า
ศัตรูคนนี้
อาจอันตรายกว่าที่คิด
ส่วนหลินเย่กลับมีสีหน้าสงบนิ่ง
ราวกับคะแนนเต็มหนึ่งร้อยนั้น
เป็นเพียงเรื่องธรรมดา
ทว่าในใจของเขา
กลับกำลังคิดถึงการแข่งขันรอบถัดไป
เพราะเขารู้ดีว่า
ด่านแยกแยะสมุนไพรเป็นเพียงบทอุ่นเครื่องเท่านั้น
การหลอมโอสถต่างหาก
ที่จะเป็นสนามรบที่แท้จริง
และบนสนามรบนั้น
เขาจะทำให้ทั้งเมืองชิงเหอได้รู้ว่า
คำว่า “มรดกโอสถเซียนชิงมู่”
หมายถึงอะไร