จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 23 : เพลิงโอสถสวรรค์เขียว
เช้าวันถัดมา
ลานประลองโอสถของสมาคมโอสถเมืองชิงเหอเต็มไปด้วยผู้คนมากกว่าสองวันที่ผ่านมา
ข่าวที่หลินเย่ทำคะแนนเต็มในรอบแยกแยะสมุนไพรได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง
ผู้คนจำนวนมากต่างต้องการเห็นด้วยตาตนเองว่า
บุรุษหนุ่มผู้นี้มีความสามารถจริงเพียงใด
บนอัฒจันทร์ด้านบน
ผู้อาวุโสหลายคนกำลังสนทนากันเบา ๆ
แต่สายตากลับจับจ้องไปยังร่างของหลินเย่เป็นระยะ
แม้แต่ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงก็ยังปรากฏตัวเร็วกว่าปกติ
นางนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิม
ใบหน้างดงามสงบนิ่ง
แต่ผู้คนที่สังเกตดี ๆ จะพบว่า
สายตาของนางมักหยุดอยู่ที่หลินเย่บ่อยกว่าคนอื่น
…
ก้องงงง!
เสียงฆ้องเปิดการแข่งขันดังขึ้น
ประธานถานเหวินซานก้าวขึ้นสู่เวที
“ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง”
“เหลือทั้งหมดสามสิบหกคน”
“การแข่งขันวันนี้คือการหลอมโอสถ”
ทันทีที่สิ้นเสียง
บรรยากาศทั้งสนามพลันคึกคักขึ้น
นี่คือการแข่งขันที่ทุกคนรอคอย
เพราะการแยกแยะสมุนไพรเป็นเพียงการวัดความรู้
แต่การหลอมโอสถคือการวัดฝีมือที่แท้จริง
ประธานถานกล่าวต่อ
“ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะได้รับสมุนไพรชุดเดียวกัน”
“ภายในเวลาสามชั่วยาม”
“ต้องหลอมโอสถรวบรวมพลังระดับหนึ่งให้สำเร็จ”
“คุณภาพของโอสถจะเป็นตัวตัดสินคะแนน”
ทันทีที่กติกาถูกประกาศ
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มสูดหายใจลึก
โอสถรวบรวมพลังระดับหนึ่ง
แม้จะไม่ใช่โอสถระดับสูง
แต่ก็ต้องอาศัยความแม่นยำในการควบคุมเปลวเพลิงอย่างมาก
หากผิดพลาดเพียงเล็กน้อย
สมุนไพรทั้งหมดอาจกลายเป็นเถ้าถ่านทันที
…
ไม่นานหลังจากนั้น
ผู้ช่วยของสมาคมก็ยกเตาหลอมโอสถออกมาวาง
ทั่วทั้งสนามเต็มไปด้วยเตาหลอมหลายสิบใบ
ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเริ่มเตรียมตัว
หลินเย่มองเตาหลอมตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง
แม้มันจะเป็นเพียงเตาหลอมระดับธรรมดา
แต่สำหรับเขาแล้ว
อุปกรณ์ไม่ใช่ปัญหา
สิ่งสำคัญคือผู้ที่ใช้งานมันต่างหาก
…
อีกด้านหนึ่ง
ฟางจงกำลังมองมาทางหลินเย่
ดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นชา
รอบก่อนหน้า
เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
แต่การหลอมโอสถคือสิ่งที่เขาเชี่ยวชาญที่สุด
ครั้งนี้
เขามั่นใจว่าจะต้องเอาชนะกลับมาให้ได้
“เริ่มการแข่งขัน!”
ก้องงงง!
เสียงฆ้องดังขึ้น
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเริ่มลงมือพร้อมกัน
เปลวไฟหลากสีลุกขึ้นจากเตาหลอมทั่วทั้งสนาม
บางคนใช้ไฟสีแดง
บางคนใช้ไฟสีส้ม
บางคนใช้ไฟสีน้ำเงิน
ภาพตรงหน้าดูงดงามราวกับทะเลเพลิง
…
ฟางจงเป็นหนึ่งในผู้ที่ลงมือเร็วที่สุด
เปลวไฟสีทองลุกขึ้นจากฝ่ามือ
ทันทีที่ปรากฏ
ผู้คนจำนวนมากก็ส่งเสียงอุทาน
“เพลิงทองคำ!”
“เป็นเพลิงวิญญาณระดับสูง!”
“สมกับเป็นฟางจง!”
ผู้อาวุโสหลายคนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
แม้จะไม่ชอบนิสัยของฟางจง
แต่ไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของเขาได้
สมุนไพรแต่ละชนิดถูกโยนเข้าสู่เตาหลอมอย่างแม่นยำ
ไม่มีความผิดพลาดแม้แต่น้อย
…
ขณะเดียวกัน
หลินเย่กลับยังไม่รีบร้อน
เขาค่อย ๆ หยิบสมุนไพรขึ้นมาตรวจสอบทีละชนิด
ก่อนจัดเรียงใหม่ทั้งหมด
ภาพนี้ทำให้หลายคนงุนงง
“เขาทำอะไร”
“เหตุใดยังไม่เริ่ม”
“เวลาผ่านไปมากแล้วนะ”
แม้แต่ซูเฉินยังเริ่มกังวล
แต่เย่ชิงอวี่กลับส่ายหน้า
“นายท่านไม่มีทางทำเรื่องไร้เหตุผล”
“เขาต้องมีเหตุผลแน่นอน”
…
หนึ่งเค่อผ่านไป
หลินเย่จึงยกมือขึ้นช้า ๆ
ลมปราณไหลเวียนออกจากร่าง
จากนั้น
เปลวเพลิงสีเขียวมรกตก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือ
วูมมม!
ทั้งสนามเงียบลงทันที
เพลิงสีเขียวลุกไหวอย่างนุ่มนวล
แต่กลับแฝงพลังที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้
ดวงตาของประธานถานเบิกกว้าง
ผู้อาวุโสหลายคนถึงกับลุกขึ้นยืน
“เพลิงอะไรนั่น!”
“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน!”
“หรือจะเป็นเพลิงวิญญาณโบราณ!”
ด้านบนอัฒจันทร์
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงเองก็มีประกายประหลาดในดวงตา
…
ภายในจิตสำนึกของหลินเย่
ความทรงจำของโอสถเซียนชิงมู่ปรากฏขึ้น
เพลิงนี้มีชื่อว่า
“เพลิงโอสถสวรรค์เขียว”
เปลวเพลิงที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการหลอมโอสถโดยเฉพาะ
ไม่เน้นการต่อสู้
แต่เน้นการควบคุมพลังยาให้สมบูรณ์ที่สุด
เมื่อเปลวเพลิงสัมผัสสมุนไพร
สิ่งสกปรกจำนวนมากถูกกำจัดออกอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงแก่นแท้บริสุทธิ์ที่สุด
…
เวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มประสบปัญหา
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นจากมุมหนึ่ง
เตาหลอมของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งแตกกระจาย
“ล้มเหลว!”
ไม่นานนัก
ก็มีอีกหลายคนถูกคัดออก
แต่หลินเย่กลับยังคงสงบนิ่ง
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาแม่นยำราวกับศิลปะ
สมุนไพรแต่ละชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่มีพลังยาแม้แต่น้อยที่สูญเสียไป
…
เมื่อเข้าสู่ชั่วโมงสุดท้าย
โอสถของผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
ฟางจงยิ้มมั่นใจ
ภายในเตาหลอมของเขา
โอสถสามเม็ดกำลังหมุนวนอย่างสมบูรณ์
พื้นผิวเรียบเนียน
ถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยม
“ครั้งนี้ข้าชนะแล้ว”
เขาพึมพำเบา ๆ
แต่ในขณะนั้นเอง
วูมมมม!
คลื่นพลังประหลาดพลันปะทุขึ้นจากฝั่งของหลินเย่
แสงสีเขียวสว่างขึ้นทั่วสนาม
เปลวเพลิงโอสถสวรรค์เขียวลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง
จากนั้น
เหนือเตาหลอม
เงาของดอกบัวสีเขียวขนาดใหญ่พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ทั้งสนามตกตะลึง
“ปรากฏการณ์โอสถ!”
“เป็นไปไม่ได้!”
“นี่เป็นเพียงโอสถระดับหนึ่ง!”
แม้แต่ประธานถานยังยืนขึ้นทันที
มือสั่นเล็กน้อย
เพราะปรากฏการณ์โอสถเช่นนี้
ปกติจะเกิดเฉพาะกับปรมาจารย์โอสถระดับสูงเท่านั้น
…
ฟางจงมองภาพนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือด
ความมั่นใจทั้งหมดในใจเริ่มพังทลาย
เป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่เขารู้สึกถึงช่องว่างมหาศาลระหว่างตนเองกับคนรุ่นเดียวกัน
…
ด้านบนอัฒจันทร์
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงลุกขึ้นยืนช้า ๆ
ดวงตาจับจ้องไปยังหลินเย่อย่างไม่ละสายตา
ก่อนกล่าวออกมาเบา ๆ
“เพลิงโอสถสวรรค์…”
ประโยคนั้นทำให้ประธานถานสะดุ้ง
เพราะจากน้ำเสียงของนาง
ดูเหมือนนางจะรู้จักเปลวเพลิงนี้
และนั่นหมายความว่า
ตัวตนของหลินเย่
อาจมีความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ทุกคนคาดคิด