จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 24 : เงามืดใต้เวที
ทั่วทั้งลานประลองโอสถยังคงตกอยู่ในความสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์เมื่อวาน
ภาพดอกบัวสีเขียวขนาดมหึมาที่ปรากฏเหนือเตาหลอมของหลินเย่ยังคงถูกพูดถึงไปทั่วเมืองชิงเหอ
ร้านน้ำชา
โรงเตี๊ยม
ตลาดกลางเมือง
แม้แต่ผู้ฝึกตนที่เพิ่งเดินทางมาถึง
ล้วนได้ยินชื่อของหลินเย่ทั้งสิ้น
ในชั่วข้ามคืน
ชื่อเสียงของหอโอสถสวรรค์เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
แต่ในขณะที่ผู้คนกำลังชื่นชม
บางคนกลับเริ่มหวาดกลัว
โดยเฉพาะฟางจง
…
ภายในคฤหาสน์ด้านหลังหอโอสถชิงหยุน
ปัง!
โต๊ะไม้หอมราคาแพงแตกกระจายเป็นผุยผง
ฟางจงยืนอยู่กลางห้อง
ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
“ดอกบัวโอสถ!”
“ปรากฏการณ์โอสถ!”
“เด็กนั่นทำได้อย่างไร!”
ชายชุดดำหลายคนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ไม่มีใครกล้าส่งเสียง
เพราะทุกคนรู้ดี
ตอนนี้ฟางจงกำลังใกล้ระเบิดเต็มที
ทันใดนั้น
เสียงแหบพร่าก็ดังขึ้นจากมุมมืด
“เพียงแค่ปรากฏการณ์โอสถ”
“ถึงกับเสียสติแล้วหรือ”
ฟางจงชะงัก
ก่อนรีบหันไปมอง
เงาร่างผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ในความมืด
สวมหน้ากากเงิน
บนแขนเสื้อปรากฏตราจันทร์เสี้ยวสีดำ
สมาชิกระดับสูงของหอเงาทมิฬ
ฟางจงสูดลมหายใจลึก
ก่อนค้อมศีรษะเล็กน้อย
“ท่านอาวุโส”
ชายหน้ากากเงินหัวเราะเบา ๆ
“เจ้ากำลังกลัว”
ฟางจงกำหมัดแน่น
แต่ไม่อาจปฏิเสธได้
เพราะในใจของเขา
เริ่มเกิดความหวาดกลัวจริง ๆ
ชายหน้ากากเงินกล่าวต่อ
“หากเจ้ากลัว”
“ก็ทำให้มันหมดสิทธิ์แข่งขันเสีย”
ทันทีที่ได้ยิน
ดวงตาของฟางจงก็เปล่งประกาย
…
ขณะเดียวกัน
ภายในหอโอสถสวรรค์
หลัวเฟิงกำลังรีบวิ่งเข้าห้องประชุม
ใบหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ
“นายท่าน!”
หลินเย่เงยหน้าจากตำรา
“เกิดอะไรขึ้น”
หลัวเฟิงวางม้วนกระดาษลงบนโต๊ะ
“คนของเราพบความผิดปกติ”
“มีคนแปลกหน้าหลายกลุ่มเคลื่อนไหวรอบสนามแข่งขัน”
ซูเฉินขมวดคิ้ว
“พวกมันเป็นใคร”
หลัวเฟิงส่ายหน้า
“ยังไม่ทราบ”
“แต่มีบางคนติดต่อกับคนของหอโอสถชิงหยุน”
ทันใดนั้น
บรรยากาศในห้องก็เงียบลง
หลินเย่หยิบรายงานขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
หลังผ่านไปครู่หนึ่ง
แววตาของเขาค่อย ๆ เย็นลง
“พวกมันกำลังวางแผนบางอย่าง”
เย่ชิงอวี่พยักหน้า
“การแข่งขันกำลังเข้าสู่รอบสำคัญ”
“หากเป็นข้า”
“ข้าก็ไม่ปล่อยให้ศัตรูเติบโตต่อไป”
หลินเย่ลุกขึ้นช้า ๆ
“หลัวเฟิง”
“ให้คนของหอข่าวสารเฝ้าทุกทางเข้าออกของสนาม”
“โดยเฉพาะคลังสมุนไพร”
“ขอรับ”
…
คืนนั้น
ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังพักผ่อน
เงาร่างสามสายกลับปรากฏขึ้นบริเวณโกดังเก็บสมุนไพรของสมาคมโอสถ
พวกมันเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ
ราวกับวิญญาณ
ชายชุดดำคนหนึ่งหยิบขวดหยกสีดำออกมา
ภายในเต็มไปด้วยของเหลวสีม่วงเข้ม
“รีบลงมือ”
“ก่อนยามตรวจตราจะมา”
อีกสองคนพยักหน้า
ก่อนเริ่มเปิดลังสมุนไพร
แต่ในจังหวะนั้นเอง
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“กำลังหาอะไรอยู่หรือ”
ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว
เมื่อหันกลับไป
ก็พบว่าหลินเย่กำลังยืนอยู่ตรงนั้น
พร้อมซูเฉินและหลัวเฟิง
ใบหน้าของชายชุดดำเปลี่ยนสีทันที
“หนี!”
ฟึ่บ!
ทั้งสามคนพุ่งตัวออกไปพร้อมกัน
แต่ซูเฉินกลับเคลื่อนที่เร็วกว่า
ตูม!
หมัดหนึ่งพุ่งเข้ากระแทกชายคนแรกจนกระเด็น
ส่วนหลินเย่ยกมือขึ้น
อักขระสีทองลอยออกไปกลางอากาศ
วูม!
กำแพงพลังปรากฏขึ้นปิดทางหนีทั้งหมด
ชายชุดดำสองคนที่เหลือถูกขังอยู่ภายในทันที
…
เพียงไม่กี่อึดใจ
ทั้งสามคนก็ถูกจับกุมสำเร็จ
เมื่อค้นตัว
หลัวเฟิงก็พบขวดหยกสีม่วงจำนวนมาก
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที
“นายท่าน”
“นี่คือพิษสลายวิญญาณ”
“หากปนเปื้อนสมุนไพร”
“โอสถทั้งหมดจะเสียหาย”
ซูเฉินสบถออกมา
“สารเลว!”
“พวกมันคิดวางยาพิษผู้เข้าแข่งขัน!”
หลินเย่มองชายชุดดำทั้งสามอย่างเงียบ ๆ
ก่อนถามออกมา
“ผู้ใดส่งพวกเจ้ามา”
ทั้งสามคนเงียบ
ไม่มีใครตอบ
แต่จู่ ๆ หนึ่งในนั้นกลับมีสีหน้าบิดเบี้ยว
ก่อนเลือดสีดำจะไหลออกจากปาก
“ไม่ดี!”
หลัวเฟิงร้องขึ้น
แต่สายเกินไป
ชายทั้งสามล้มลงพร้อมกัน
สิ้นใจในทันที
ซูเฉินเบิกตากว้าง
“ฆ่าตัวตาย!”
หลินเย่หรี่ตาลง
ไม่ใช่การฆ่าตัวตายธรรมดา
แต่เป็นพิษต้องห้ามที่ถูกฝังไว้ในร่างล่วงหน้า
คนทั่วไปไม่มีทางทำได้
เบื้องหลังเรื่องนี้ต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่แน่นอน
…
เช้าวันถัดมา
ข่าวการจับกุมผู้วางยาพิษถูกประกาศต่อสาธารณะ
ทั่วทั้งสนามแข่งขันเกิดความวุ่นวายทันที
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนถึงกับหน้าซีด
หากสมุนไพรถูกวางยาพิษสำเร็จ
ผลการแข่งขันทั้งหมดอาจพังพินาศ
ประธานถานโกรธจัด
สั่งเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยทันที
ขณะเดียวกัน
ชื่อเสียงของหลินเย่ก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
เพราะเป็นผู้ค้นพบแผนการดังกล่าว
…
แต่ภายในห้องพักรับรองลับ
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงกลับกำลังมองรายงานอีกฉบับหนึ่ง
ภายในมีรายละเอียดของชายชุดดำทั้งสาม
รวมถึงตราจันทร์เสี้ยวสีดำที่พบในร่างของพวกมัน
เมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น
แววตาของนางพลันเย็นเยียบ
“หอเงาทมิฬ…”
นางพึมพำเบา ๆ
ก่อนหันมองไปยังทิศทางของสนามแข่งขัน
“ดูเหมือนเรื่องนี้”
“จะไม่ใช่เพียงการแข่งขันโอสถธรรมดาแล้ว”
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง
ชายหน้ากากเงินแห่งหอเงาทมิฬก็กำลังยืนอยู่บนยอดหอคอยสูง
มองเมืองชิงเหอจากระยะไกล
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“หลินเย่…”
“เจ้าขัดขวางแผนของข้าอีกครั้ง”
“แต่เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”
สายลมพัดผ่าน
เงาของเขาค่อย ๆ หายไปในความมืด
ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน