จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 25 : โอสถเหนือมาตรฐาน
รุ่งอรุณวันที่ห้าของการแข่งขันมาถึง
ทั่วทั้งเมืองชิงเหอเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความตื่นเต้น
เพราะวันนี้คือรอบรองชนะเลิศ
ผู้เข้าแข่งขันจากเดิมหลายร้อยคน
เหลือเพียงสิบคนสุดท้ายเท่านั้น
และในสายตาของผู้คน
ผู้ที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุดมีเพียงสองคน
หลินเย่
และฟางจง
…
ภายในลานประลอง
อัฒจันทร์ทุกที่นั่งถูกจับจองจนเต็ม
แม้แต่ตระกูลใหญ่จากเมืองใกล้เคียงก็เดินทางมารับชม
ด้านบนอัฒจันทร์พิเศษ
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงยังคงนั่งอยู่ตำแหน่งเดิม
แต่ครั้งนี้นางนำผู้ติดตามมาด้วยอีกหลายคน
เห็นได้ชัดว่า
ความสนใจที่มีต่อการแข่งขันครั้งนี้เพิ่มขึ้นมาก
โดยเฉพาะต่อหลินเย่
…
ก้องงงง!
เสียงฆ้องดังขึ้น
ประธานถานเหวินซานก้าวขึ้นสู่เวที
“รอบรองชนะเลิศในวันนี้”
“ผู้เข้าแข่งขันจะต้องหลอมโอสถฟื้นฟูชีพจร”
“ภายในสองชั่วยาม”
ทันทีที่สิ้นเสียง
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเปลี่ยนสีหน้า
โอสถฟื้นฟูชีพจร
เป็นโอสถระดับสูงกว่าที่ใช้ในการแข่งขันรอบก่อนอย่างมาก
แม้แต่นักปรุงโอสถอาชีพบางคน
ก็อาจล้มเหลวได้
เพราะการควบคุมสมดุลของตัวยามีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
…
ไม่นานนัก
สมุนไพรทั้งหมดก็ถูกส่งมายังโต๊ะของผู้เข้าแข่งขัน
หลินเย่กวาดตามองเพียงครั้งเดียว
ข้อมูลทั้งหมดก็ปรากฏขึ้นในความคิด
ความรู้จากโอสถเซียนชิงมู่ทำให้เขาเข้าใจสมุนไพรทุกชนิดอย่างลึกซึ้ง
แต่ขณะเดียวกัน
เขากลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
สมุนไพรส่วนหนึ่งมีร่องรอยการปรับแต่งเล็กน้อย
แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้โอสถเสียหาย
แต่สามารถรบกวนการหลอมได้
หลินเย่หรี่ตาเล็กน้อย
“ดูเหมือนยังไม่เลิก”
เขาเข้าใจทันที
ว่าต้องมีใครบางคนกำลังพยายามแทรกแซงการแข่งขัน
โชคดีที่หอข่าวสารช่วยเปิดโปงเหตุการณ์วางยาพิษได้ก่อนหน้านี้
มิฉะนั้นสถานการณ์อาจร้ายแรงกว่านี้มาก
…
“เริ่มได้!”
เมื่อเสียงประกาศดังขึ้น
เปลวเพลิงจำนวนมากก็ลุกขึ้นพร้อมกัน
ผู้เข้าแข่งขันทั้งสิบคนเริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว
ฟางจงยังคงใช้เพลิงสีทองเช่นเดิม
การควบคุมของเขาแม่นยำอย่างมาก
สมกับเป็นนักปรุงโอสถอันดับหนึ่งของเมืองมาหลายปี
ผู้ชมจำนวนมากพยักหน้าอย่างชื่นชม
“ยอดเยี่ยม”
“ไม่แปลกที่ฟางจงครองเมืองมานาน”
“ฝีมือเช่นนี้หาได้ยากจริง ๆ”
…
แต่อีกด้านหนึ่ง
หลินเย่กลับเคลื่อนไหวอย่างสงบนิ่ง
เปลวเพลิงโอสถสวรรค์เขียวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
วูม!
ทันทีที่เพลิงสีเขียวลุกขึ้น
สายตาของทั้งสนามก็หันมามองโดยไม่รู้ตัว
ภาพดอกบัวเขียวในรอบก่อน
ยังคงตราตรึงอยู่ในใจทุกคน
ครั้งนี้พวกเขาอยากเห็นว่า
หลินเย่จะสร้างปาฏิหาริย์อะไรอีก
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเริ่มมีเหงื่อไหลเต็มใบหน้า
บางคนถึงกับมือสั่น
แต่หลินเย่ยังคงสงบนิ่ง
เปลวเพลิงสีเขียวหมุนวนรอบเตาหลอมราวกับมีชีวิต
สมุนไพรทุกชนิดถูกสกัดจนเหลือเพียงแก่นแท้บริสุทธิ์ที่สุด
แม้แต่ประธานถานยังอดพยักหน้าไม่ได้
“วิธีหลอมเช่นนี้…”
“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
…
ในช่วงท้ายของการแข่งขัน
โอสถของฟางจงเริ่มก่อตัวสมบูรณ์
กลิ่นหอมกระจายไปทั่วสนาม
ผู้คนต่างร้องอุทาน
โอสถสามเม็ดภายในเตาหลอมมีสีทองอ่อน
พื้นผิวเรียบเนียน
ถือว่าเป็นผลงานระดับสูงสุดของเมืองชิงเหอแล้ว
ฟางจงเผยรอยยิ้มมั่นใจ
ก่อนหันไปมองหลินเย่
ในใจเริ่มเชื่อว่าตนเองกลับมาได้แล้ว
…
แต่ในวินาทีถัดมา
วูมมมม!
คลื่นพลังมหาศาลพลันแผ่กระจายออกจากเตาหลอมของหลินเย่
เปลวเพลิงสีเขียวสว่างไสว
ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม
จากนั้น
โอสถสีมรกตสามเม็ดค่อย ๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ
เปล่งประกายราวกับหยกชั้นเลิศ
เหนือโอสถ
เกิดลายแสงสีทองบาง ๆ หมุนวนอยู่โดยรอบ
ทั้งสนามเงียบสนิท
แม้แต่ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านโอสถ
ก็ยังมองออกว่า
โอสถชุดนี้ไม่ธรรมดา
…
ประธานถานลุกขึ้นยืนทันที
มือสั่นเล็กน้อย
“ลายวิญญาณ…”
“โอสถระดับนี้เกิดลายวิญญาณได้อย่างไร”
ผู้อาวุโสทุกคนต่างตกตะลึง
เพราะลายวิญญาณถือเป็นสัญลักษณ์ของโอสถคุณภาพสมบูรณ์แบบ
แม้แต่นักปรุงโอสถระดับสูง
ยังไม่สามารถสร้างได้ทุกครั้ง
…
ฟางจงหน้าซีดทันที
เขามองโอสถของตน
ก่อนหันไปมองโอสถของหลินเย่
ความแตกต่างปรากฏชัดเจนเกินไป
ราวกับผลงานของศิษย์
ถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลงานของปรมาจารย์
…
หลังจากกรรมการตรวจสอบเสร็จ
ผลคะแนนก็ถูกประกาศ
“ฟางจง”
“คะแนนเก้าสิบหก”
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วสนาม
คะแนนนี้ถือว่าสูงมากแล้ว
แต่ฟางจงกลับไม่มีความสุขแม้แต่น้อย
เพราะเขารู้ว่า
ยังมีอีกคนหนึ่ง
…
ประธานถานสูดหายใจลึก
ก่อนประกาศคะแนนสุดท้าย
“หลินเย่”
ทั้งสนามเงียบลงทันที
“คะแนน…”
“หนึ่งร้อยคะแนน”
“และได้รับการประเมินเป็นโอสถเหนือมาตรฐาน”
ตูม!
ทั้งสนามระเบิดด้วยเสียงฮือฮา
โอสถเหนือมาตรฐาน!
คำนี้ไม่เคยปรากฏในการแข่งขันของเมืองชิงเหอมาหลายสิบปีแล้ว
ผู้คนจำนวนมากถึงกับลุกขึ้นยืน
มองหลินเย่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
…
บนอัฒจันทร์พิเศษ
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงจ้องมองโอสถสีมรกตอย่างเงียบงัน
ก่อนกล่าวขึ้นเบา ๆ
“ฝีมือระดับนี้…”
“ไม่ควรปรากฏในเมืองเล็กเช่นนี้”
คำพูดนั้นทำให้ผู้อาวุโสทุกคนสะดุ้ง
เพราะมันคือคำยอมรับจากผู้ตรวจการแห่งเมืองหลวง
…
ขณะเดียวกัน
ภายในดวงตาของฟางจง
ความอิจฉา ความโกรธ และความหวาดกลัว
เริ่มผสมปนเปกันอย่างรุนแรง
เขาเริ่มตระหนักแล้วว่า
หากปล่อยให้หลินเย่เติบโตต่อไป
หอโอสถชิงหยุนจะไม่มีวันกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก
และในวินาทีนั้นเอง
ความคิดอันตรายบางอย่าง
ก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเขา
ส่วนหลินเย่กลับยังคงสงบนิ่ง
เพราะเขารู้ว่า
รอบรองชนะเลิศเป็นเพียงก้าวหนึ่งเท่านั้น
ศึกที่แท้จริง
กำลังรออยู่ในรอบต่อไป
ศึกที่เขาจะต้องเผชิญหน้ากับฟางจงโดยตรง
บนเวทีแห่งศักดิ์ศรีของนักปรุงโอสถ