จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 26 : ศึกแห่งศักดิ์ศรี
ทั่วทั้งเมืองชิงเหอเข้าสู่ความคึกคักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
หลังจากหลินเย่สร้างโอสถเหนือมาตรฐานได้สำเร็จ
ชื่อเสียงของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
ไม่ว่าจะเดินไปที่ใด
ผู้คนต่างพูดถึงหอโอสถสวรรค์
และพูดถึงนักปรุงโอสถหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะเดียวกัน
ชื่อเสียงของฟางจงกลับเริ่มสั่นคลอน
แม้เขาจะยังคงเป็นนักปรุงโอสถที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของเมือง
แต่ผู้คนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม
บางที…
ยุคสมัยของหอโอสถชิงหยุนอาจกำลังจะสิ้นสุดลง
…
เช้าวันถัดมา
ลานประลองโอสถแน่นขนัดยิ่งกว่าวันก่อน
วันนี้ไม่มีการแข่งขันหลอมโอสถ
แต่เป็นการประลองความรู้และทฤษฎีโอสถ
ซึ่งเป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญก่อนรอบชิงชนะเลิศ
ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือมีเพียงสี่คน
แต่ทุกคนรู้ดีว่า
ตัวเอกที่แท้จริงของวันนี้มีเพียงสองคน
หลินเย่
และฟางจง
…
ก้องงงง!
เสียงฆ้องดังขึ้น
ประธานถานเหวินซานก้าวขึ้นสู่เวทีกลาง
“รอบนี้”
“จะเป็นการประลองทฤษฎีโอสถ”
“ผู้เข้าแข่งขันต้องตอบคำถามจากคณะกรรมการ”
“ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับสิทธิ์เลือกตำแหน่งในรอบชิง”
ทันทีที่สิ้นเสียง
ผู้คนต่างส่งเสียงฮือฮา
แม้จะไม่ดุเดือดเท่าการหลอมโอสถ
แต่การประลองความรู้กลับเป็นสิ่งที่แสดงรากฐานของนักปรุงโอสถได้ดีที่สุด
…
ผู้เข้าแข่งขันสองคนแรกขึ้นตอบคำถาม
แม้จะทำได้ดี
แต่ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่น
จนกระทั่งถึงคิวของฟางจง
ผู้อาวุโสคนหนึ่งลุกขึ้นถาม
“โอสถรวบรวมพลังหากใช้หญ้าจันทราเงินอายุเกินหนึ่งร้อยปี”
“ควรเพิ่มสมุนไพรชนิดใดเพื่อรักษาสมดุลของพลังยา”
ฟางจงตอบทันที
“รากเมฆาแดง”
“ในอัตราส่วนสามต่อหนึ่ง”
ผู้อาวุโสพยักหน้า
“ถูกต้อง”
เสียงปรบมือดังขึ้น
หลังจากนั้นคำถามยากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ฟางจงยังคงตอบได้เกือบทั้งหมด
คะแนนของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สีหน้าของผู้ชมหลายคนเต็มไปด้วยความชื่นชม
ไม่ว่าจะอย่างไร
ฟางจงก็ยังคงมีความสามารถที่แท้จริง
…
ในที่สุด
ก็มาถึงคิวของหลินเย่
ทันทีที่เขาก้าวขึ้นเวที
ทั้งสนามกลับเงียบลงโดยอัตโนมัติ
สายตาทุกคู่จับจ้องมายังเขา
แม้แต่ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงก็ยังวางถ้วยชาลง
ก่อนมองมาอย่างตั้งใจ
…
ผู้อาวุโสคนแรกถามทันที
“โอสถฟื้นฟูชีพจรระดับสูง”
“หากใช้ดอกเพลิงม่วงร่วมกับผลจิตวิญญาณ”
“จะเกิดผลข้างเคียงใด”
คำถามนี้ยากกว่าที่ถามฟางจงหลายเท่า
หลายคนถึงกับขมวดคิ้ว
แต่หลินเย่กลับตอบโดยไม่ลังเล
“เกิดความร้อนสะสมในเส้นลมปราณ”
“หากไม่เพิ่มใบหยกเย็นเข้าไป”
“ผู้ใช้มีโอกาสเกิดอาการลมปราณปั่นป่วน”
ทั้งสนามเงียบไปชั่วขณะ
ก่อนผู้อาวุโสจะพยักหน้า
“ถูกต้อง”
…
คำถามต่อไป
ยากขึ้น
และยากขึ้นอีก
แต่ไม่ว่าคำถามใด
หลินเย่กลับตอบได้ทั้งหมด
ราวกับไม่มีสิ่งใดในศาสตร์โอสถที่เขาไม่รู้
ผู้คนเริ่มตกตะลึง
จากความชื่นชม
กลายเป็นความเหลือเชื่อ
…
จนกระทั่งผู้อาวุโสอาวุโสที่สุดลุกขึ้น
เขาเป็นนักปรุงโอสถที่มีอายุมากที่สุดในเมือง
และไม่เคยตั้งคำถามง่าย ๆ
“ข้ามีคำถามหนึ่ง”
“ซึ่งไม่มีผู้ใดในเมืองชิงเหอตอบได้”
ทั้งสนามเงียบสนิท
แม้แต่ฟางจงยังเงยหน้าขึ้น
ผู้อาวุโสกล่าวช้า ๆ
“หากโอสถเกิดพิษภายในระหว่างการหลอม”
“แต่ยังไม่ถึงขั้นเสียหาย”
“จะมีวิธีแก้ไขหรือไม่”
คำถามนี้ทำให้หลายคนส่ายหน้า
เพราะตามความเข้าใจทั่วไป
เมื่อโอสถเกิดพิษภายใน
ย่อมถือว่าล้มเหลว
แม้แต่ฟางจงเองก็ไม่รู้คำตอบ
…
แต่หลินเย่กลับเงียบไปเพียงครู่เดียว
ก่อนตอบออกมา
“มี”
ทั่วทั้งสนามตกตะลึง
ผู้อาวุโสเบิกตากว้าง
“อย่างไร”
หลินเย่กล่าวอย่างสงบนิ่ง
“ใช้เพลิงสามระดับ”
“ลดอุณหภูมิลงทีละส่วน”
“จากนั้นเติมน้ำค้างวิญญาณบริสุทธิ์”
“เพื่อสลายพิษภายใน”
“แม้อัตราสำเร็จจะไม่เกินสามส่วน”
“แต่ยังสามารถรักษาโอสถไว้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ร่างของผู้อาวุโสถึงกับสั่นสะท้าน
เพราะวิธีนี้
ตรงกับบันทึกโบราณที่เขาเคยอ่านเมื่อหลายสิบปีก่อนทุกประการ
…
ทั่วทั้งสนามเงียบกริบ
ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว
เพราะทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า
ความรู้ของหลินเย่
ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับนักปรุงโอสถทั่วไป
แต่เป็นความรู้ของผู้ที่ยืนอยู่เหนือคนทั้งเมือง
…
ฟางจงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
เขาพยายามหาข้อผิดพลาด
พยายามหาโอกาสโต้แย้ง
แต่กลับพบว่า
ไม่มีเลย
ไม่มีแม้แต่จุดเดียว
…
ในที่สุด
ประธานถานก็ประกาศผล
“คะแนนของฟางจง”
“เก้าสิบแปดคะแนน”
เสียงปรบมือดังขึ้น
คะแนนนี้สูงมากจนแทบสมบูรณ์แบบ
แต่ฟางจงกลับไม่มีรอยยิ้ม
เพราะเขารู้ดี
ว่ายังมีอีกคน
…
ประธานถานสูดลมหายใจลึก
ก่อนกล่าวออกมา
“คะแนนของหลินเย่”
ทั่วทั้งสนามเงียบลง
“หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม”
ตูม!
เสียงฮือฮาดังสนั่นทั่วสนาม
อีกครั้งแล้ว!
หนึ่งร้อยคะแนนเต็มอีกครั้ง!
ผู้คนจำนวนมากลุกขึ้นยืน
มองหลินเย่ด้วยสายตาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
จากความชื่นชม
กลายเป็นความเคารพ
…
ด้านบนอัฒจันทร์
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงเผยรอยยิ้มบางเป็นครั้งแรก
“น่าสนใจ”
นางกล่าวเบา ๆ
“เด็กคนนี้”
“ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
…
ส่วนฟางจง
ใบหน้ากลับซีดเผือด
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา
เขาไม่เคยถูกกดดันเช่นนี้มาก่อน
ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้ทุกด้าน
ทั้งการแยกแยะสมุนไพร
การหลอมโอสถ
และทฤษฎีโอสถ
แต่หลินเย่ทำได้ทั้งหมด
ในขณะนั้นเอง
ฟางจงเริ่มตระหนักว่า
หากปล่อยให้การแข่งขันดำเนินต่อไป
เขาอาจพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้คนทั้งเมือง
และนั่นคือสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด
ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ
ความคิดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
ความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน
แต่เกี่ยวข้องกับ…
การกำจัดศัตรู
อย่างถาวร