จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 46 : ผู้สืบทอดคนที่สาม
สายลมเย็นพัดผ่านถนนสายเก่าของนครหลวงชิงหยุน
บรรยากาศที่เคยคึกคักกลับเงียบงันอย่างน่าประหลาด
หลังจากการโจมตีเมื่อครู่ ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันหลบหนีไปจนหมด
ร้านค้าปิดประตูแน่น
หน้าต่างถูกปิดตาย
ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พื้นที่แห่งนี้อีก
บนถนนที่แตกร้าว
หลินเย่ยืนเคียงข้างหญิงสาวชุดฟ้า
สายตาของทั้งสองจับจ้องไปยังหลังคาอาคารฝั่งตรงข้าม
ตรงจุดนั้น
เงาร่างชุดดำได้หายไปแล้ว
แต่แรงกดดันที่หลงเหลืออยู่กลับยังคงชัดเจน
ราวกับสัตว์อสูรโบราณกำลังซ่อนตัวอยู่ในความมืด
รอจังหวะลงมือ
“เขาหายไปแล้ว”
หญิงสาวกล่าวเสียงเบา
หลินเย่พยักหน้า
แต่เขาไม่ได้ลดการระวังตัวลงแม้แต่น้อย
เพราะคนระดับนั้น
ไม่มีทางถอยหนีเพียงเพราะพลาดการโจมตีครั้งแรก
…
ทันใดนั้นเอง
ความรู้สึกอันตรายพลันระเบิดขึ้นจากด้านหลัง
ดวงตาของหลินเย่หดเล็กลง
“ระวัง!”
ตูมมมม!!
พื้นหินด้านข้างระเบิดกระจาย
เงาร่างสีดำพุ่งทะลุฝุ่นควันออกมา
คมมีดสีดำสนิทแทงตรงมายังลำคอของหลินเย่ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น
เร็วเกินไป!
หลินเย่เบี่ยงตัวอย่างสุดกำลัง
คมมีดเฉียดลำคอไปเพียงเส้นผม
เลือดสีแดงสายหนึ่งไหลลงมาตามผิวหนัง
เพียงแค่ช้ากว่านี้ครึ่งจังหวะ
ศีรษะของเขาคงหลุดออกจากบ่าแล้ว
ฟึ่บ!
หลินเย่ถอยหลังหลายสิบก้าว
สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นทันที
นี่คือคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เขาเดินทางมายังโลกแห่งนี้
…
ชายชุดดำยืนอยู่กลางถนน
หน้ากากสีดำปกคลุมใบหน้า
มองเห็นเพียงดวงตาเย็นเยียบ
“ตอบสนองได้ไม่เลว”
เสียงแหบพร่าดังออกมาจากหน้ากาก
“สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอด”
หลินเย่หรี่ตา
“หอเงาทมิฬ”
“เจ้ารู้จักพวกเราดี”
ชายชุดดำหัวเราะเบา ๆ
“พวกเราเฝ้ามองผู้สืบทอดมาหลายพันปี”
“และทำหน้าที่กำจัดพวกเจ้าเช่นกัน”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหลินเย่สั่นสะเทือน
หลายพันปี?
นั่นหมายความว่าหอเงาทมิฬมีอยู่มาตั้งแต่ยุคของโอสถนิรันดร์
…
ขณะนั้นเอง
หญิงสาวชุดฟ้าก้าวออกมาข้างหน้า
พลังวิญญาณเย็นเยียบเริ่มแผ่ออกจากร่าง
อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างรวดเร็ว
“ถอยไป”
นางกล่าว
“คนผู้นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เจ้าจะรับมือคนเดียวได้”
หลินเย่หันไปมอง
เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แท้จริงของนาง
แก่นแท้ลมปราณขั้นสูงสุด!
แข็งแกร่งกว่าเขาหลายระดับ
…
มือสังหารลำดับที่ห้าหัวเราะ
“มู่ชิงเสวี่ย”
“คิดไม่ถึงว่าจะเจอเจ้าที่นี่”
หลินเย่ตกใจเล็กน้อย
นี่คือชื่อของนาง
มู่ชิงเสวี่ย
…
หญิงสาวสีหน้าเย็นชา
“หอเงาทมิฬยังคงทำตัวน่ารังเกียจเหมือนเดิม”
“ฮ่า ๆ ๆ”
มือสังหารหัวเราะเสียงต่ำ
“หากไม่ใช่เพราะเจ้าหนีไปเมื่อสามปีก่อน”
“ข้าคงไม่ต้องเสียเวลาตามหา”
…
ทันใดนั้น
มู่ชิงเสวี่ยยกมือขึ้น
ผลึกน้ำแข็งหลายสิบเล่มปรากฏขึ้นกลางอากาศ
เปล่งแสงเย็นยะเยือก
“ไป!”
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
หอกน้ำแข็งพุ่งออกไปพร้อมกัน
อากาศโดยรอบถูกแช่แข็งจนเกิดเสียงแตกร้าว
…
มือสังหารลำดับที่ห้าสะบัดแขนเสื้อ
เงาสีดำจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
การปะทะรุนแรงจนพื้นดินแตกร้าว
อาคารรอบข้างสั่นสะเทือน
…
หลินเย่มองการต่อสู้อย่างตั้งใจ
นี่คือการต่อสู้ระดับที่เขายังไม่สามารถก้าวถึง
แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อความเข้าใจของเขา
…
ขณะนั้นเอง
เสียงของระบบก็ดังขึ้น
[ตรวจพบผู้สืบทอดโอสถนิรันดร์คนที่สาม]
[ชื่อ : มู่ชิงเสวี่ย]
[ระดับความสอดคล้องมรดก : 31%]
[สามารถหลอมรวมเศษมรดกได้]
ดวงตาของหลินเย่เป็นประกาย
ในที่สุดเขาก็พบผู้สืบทอดคนอื่นแล้ว
…
ตูมมมม!!
การระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้นกลางสนามรบ
ทั้งมู่ชิงเสวี่ยและมือสังหารต่างถอยออกมา
ใบหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียด
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ในเวลาอันสั้น
…
ทันใดนั้น
มือสังหารลำดับที่ห้ากลับหัวเราะขึ้น
“ดูเหมือนวันนี้จะฆ่าพวกเจ้าไม่ได้”
“แต่ไม่เป็นไร”
“หอเงาทมิฬมีเวลาอีกมาก”
เขาหยิบแผ่นหยกสีดำออกมา
ก่อนบดขยี้ทันที
ฟึ่บ!
ร่างของเขากลายเป็นหมอกสีดำและหายไป
…
พื้นที่กลับคืนสู่ความเงียบ
มู่ชิงเสวี่ยปล่อยลมหายใจออกช้า ๆ
ก่อนหันมามองหลินเย่
“ดูเหมือนเราต้องคุยกันแล้ว”
หลินเย่พยักหน้า
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
…
หนึ่งชั่วยามต่อมา
ภายในห้องลับของโรงเตี๊ยมเมฆาคราม
มู่ชิงเสวี่ยนั่งอยู่ตรงข้ามหลินเย่
บนโต๊ะระหว่างทั้งสอง
มีแผ่นหยกสีขาวสองชิ้นกำลังเปล่งแสงอ่อน ๆ
ทันทีที่นำออกมา
แผ่นหยกทั้งสองกลับเกิดการสั่นสะเทือน
ก่อนจะลอยขึ้นกลางอากาศเอง
วูมมมม!
แสงสีทองส่องสว่างทั่วห้อง
อักขระโบราณจำนวนมากปรากฏขึ้น
…
ดวงตาของทั้งสองเบิกกว้าง
เพราะภาพที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
คือแผนที่บางส่วนของโลกใบนี้
และบนแผนที่
มีจุดแสงสีทองอีกเจ็ดจุดกำลังกะพริบอยู่
…
ผู้สืบทอดอีกเจ็ดคน!
…
เสียงโบราณสายหนึ่งดังขึ้นภายในห้อง
“เมื่อมรดกทั้งเก้าส่วนรวมเป็นหนึ่ง”
“ประตูแห่งโอสถนิรันดร์จะเปิดออกอีกครั้ง”
“ผู้ครอบครองจะได้รับมรดกสูงสุดแห่งสวรรค์และปฐพี”
…
ภาพทั้งหมดหายไป
ห้องกลับสู่ความเงียบ
…
มู่ชิงเสวี่ยมองหลินเย่
หลินเย่มองมู่ชิงเสวี่ย
ทั้งสองต่างเห็นความตกตะลึงในสายตาของกันและกัน
…
ในที่สุด
ความลับที่แท้จริงของโอสถนิรันดร์
ก็เริ่มเปิดเผยออกมาแล้ว