จากร้านโอสถสู่จ้าวหมื่นภพ - ตอนที่ 47 : ความลับแห่งโอสถนิรันดร์
ภายในห้องลับของโรงเตี๊ยมเมฆาคราม
บรรยากาศเงียบงันราวกับเวลาหยุดนิ่ง
แสงสีทองที่เกิดจากการตอบสนองของแผ่นหยกมรดกค่อย ๆ สลายหายไปจากอากาศ
แต่ภาพแผนที่ที่ปรากฏขึ้นเมื่อครู่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของหลินเย่อย่างชัดเจน
จุดแสงสีทองเก้าจุด
ผู้สืบทอดเก้าคน
มรดกเก้าส่วน
และประโยคสุดท้ายที่ดังขึ้นจากเสียงโบราณ
“เมื่อมรดกทั้งเก้าส่วนรวมเป็นหนึ่ง ประตูแห่งโอสถนิรันดร์จะเปิดออกอีกครั้ง”
เพียงประโยคเดียว
ก็เพียงพอจะทำให้โลกแห่งผู้ฝึกตนทั้งใบสั่นสะเทือนได้
…
มู่ชิงเสวี่ยนั่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้าม
ดวงตาคู่งดงามจับจ้องไปยังแผ่นหยกบนโต๊ะ
คล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เวลาผ่านไปพักใหญ่
นางจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
“เจ้ารู้เรื่องมรดกมากแค่ไหน”
หลินเย่ครุ่นคิดเล็กน้อย
ก่อนตอบตามความจริง
“ไม่มาก”
“ข้าได้รับมรดกจากถ้ำโบราณในเทือกเขาเมฆาทมิฬ”
“หลังจากนั้นระบบของมรดกก็ปรากฏขึ้น”
มู่ชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว
“ระบบ?”
หลินเย่ชะงัก
ก่อนนึกขึ้นได้ว่าระบบเป็นสิ่งที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
จึงเปลี่ยนคำพูดทันที
“ข้าหมายถึงจิตมรดก”
มู่ชิงเสวี่ยพยักหน้า
แม้จะรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ
…
“ส่วนข้า”
นางกล่าว
“ได้รับมรดกเมื่อห้าปีก่อน”
“ตอนนั้นข้าอยู่ในซากโบราณสถานแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของแคว้น”
หลินเย่ตั้งใจฟังทันที
นี่คือข้อมูลที่เขาต้องการมากที่สุด
…
“หลังจากได้รับมรดก”
“หอเงาทมิฬก็เริ่มตามล่าข้า”
“ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ข้าต้องเปลี่ยนที่ซ่อนตัวอยู่ตลอดเวลา”
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ราวกับเป็นเรื่องปกติ
แต่หลินเย่กลับเข้าใจดี
การถูกไล่ล่าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาห้าปี
ไม่ใช่สิ่งที่ใครก็รับมือได้
…
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหอเงาทมิฬคืออะไร”
หลินเย่ถาม
มู่ชิงเสวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบ
“องค์กรเฝ้าประตู”
“หรืออย่างน้อยก็เคยเป็น”
หลินเย่ขมวดคิ้วทันที
“หมายความว่าอย่างไร”
…
มู่ชิงเสวี่ยถอนหายใจ
ก่อนเล่าเรื่องที่ทำให้หลินเย่ตกตะลึง
“เมื่อหลายพันปีก่อน”
“โอสถนิรันดร์เคยเป็นมรดกสูงสุดของยุคโบราณ”
“ผู้ครอบครองสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกใบนี้”
“จนในที่สุดเกิดสงครามครั้งใหญ่”
“ผู้แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนล้มตาย”
“โลกเกือบแตกสลาย”
หลินเย่ฟังอย่างเงียบ ๆ
…
“หลังสงครามจบลง”
“ยอดฝีมือยุคโบราณจึงแบ่งมรดกออกเป็นเก้าส่วน”
“และสร้างองค์กรขึ้นมาเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มรดกถูกรวบรวมอีก”
“องค์กรนั้นก็คือหอเงาทมิฬ”
ทันทีที่ได้ยิน
หลินเย่ก็เข้าใจหลายสิ่งทันที
…
หอเงาทมิฬในอดีต
ไม่ใช่องค์กรชั่วร้าย
แต่เป็นผู้พิทักษ์
…
“แล้วเหตุใดพวกมันจึงไล่ล่าผู้สืบทอด”
หลินเย่ถาม
…
มู่ชิงเสวี่ยหัวเราะเย็นชา
“เพราะเวลาผ่านไป”
“อำนาจเปลี่ยนแปลงผู้คน”
“ตอนนี้พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายมรดกอีกแล้ว”
“แต่ต้องการครอบครองมัน”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
…
หากเรื่องนี้เป็นจริง
นั่นหมายความว่าหอเงาทมิฬกำลังรวบรวมมรดกทั้งเก้าส่วนเพื่อตัวเอง
และผู้สืบทอดทุกคน
คือกุญแจสำคัญ
…
ขณะนั้นเอง
เสียงระบบพลันดังขึ้น
[ภารกิจใหม่ถูกเปิดใช้งาน]
[รวบรวมผู้สืบทอดโอสถนิรันดร์]
เป้าหมาย : ค้นหาผู้สืบทอดเพิ่มเติม 3 คน
รางวัล : ปลดล็อกคัมภีร์โอสถนิรันดร์ขั้นที่สอง
ดวงตาของหลินเย่เป็นประกาย
คัมภีร์โอสถนิรันดร์ขั้นที่สอง!
เพียงขั้นแรกก็ทำให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว
หากได้รับขั้นที่สอง
ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
…
ในขณะเดียวกัน
ลึกลงไปใต้ดินของนครหลวง
ห้องโถงสีดำแห่งหอเงาทมิฬ
บรรยากาศกลับตึงเครียดผิดปกติ
มือสังหารลำดับที่ห้าคุกเข่าอยู่กลางห้อง
ตรงหน้าเขา
คือชายสวมหน้ากากเงินคนเดิม
…
“ล้มเหลว?”
น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
…
“ขออภัยท่านผู้นำ”
“ข้าประเมินพวกมันต่ำเกินไป”
มือสังหารตอบ
…
ผู้นำหอเงาทมิฬเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ
“ในเมื่อเป้าหมายสองคนมารวมตัวกันแล้ว”
“ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นอีกต่อไป”
…
ทันใดนั้น
ประตูห้องโถงก็เปิดออก
…
ชายหนุ่มสามคนเดินเข้ามา
แต่ละคนสวมชุดดำเช่นเดียวกัน
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
…
มือสังหารลำดับที่ห้าเปลี่ยนสีหน้าทันที
“พวกเขา…”
…
ผู้นำหอเงาทมิฬยิ้มบาง
“ลำดับที่สาม”
“ลำดับที่สี่”
“ลำดับที่หก”
…
“ถึงเวลาปิดฉากเกมนี้แล้ว”
…
แรงกดดันมหาศาลปกคลุมทั่วห้อง
แม้แต่มือสังหารลำดับที่ห้ายังรู้สึกหนาวสันหลัง
เพราะการส่งยอดฝีมือสามคนออกมาพร้อมกัน
ไม่เคยเกิดขึ้นมานานหลายร้อยปีแล้ว
…
เช้าวันต่อมา
ขณะที่หลินเย่กำลังสนทนากับมู่ชิงเสวี่ย
จู่ ๆ หลัวเฟิงก็รีบวิ่งเข้ามาในห้อง
ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
…
“นายท่าน!”
“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
…
หลินเย่ลุกขึ้นทันที
“เกิดอะไรขึ้น”
…
หลัวเฟิงสูดหายใจลึก
ก่อนกล่าวออกมาทีละคำ
…
“งานประมูลหมื่นสมบัติ…”
“พบแผ่นหยกมรดกส่วนที่สี่!”
…
ดวงตาของหลินเย่และมู่ชิงเสวี่ยเบิกกว้างพร้อมกัน
…
มรดกส่วนที่สี่ปรากฏตัวแล้ว!
…
และไม่ต้องสงสัยเลยว่า
ข่าวนี้จะทำให้นครหลวงทั้งเมืองลุกเป็นไฟ