ซือซือฮองเฮาพันโฉม - บทที่ 140 ลงทัณฑ์พระสนม
เฉินเฟยสงบใจ หากยืนกรานแล้วจะมีผู้ใดเอาผิด
นางได้? คิดได้เช่นนั้นพระสนมคนงามก็ย่างบาทอย่าง
สง่าผ่าเผยไปยังเรือนลงทัณฑ์ พระวรกายองอาจของ
ฮ่องเต้นั่งอยู่โต๊ะพิพากษากลางห้อง ด้านข้างมีหลวน
ฮองเฮาประทับอยู่ ขาของเฉินเฟยสั่นเล็กน้อย นางจิก
เล็บลงบนหลังมือที่กุมกันยามเดินของตน สัมผัสที่
ปลายนิ้วทำให้รู้ว่าความกลัวกัดกินจิตใจเพราะผิวเนื้อที่
หลังมือของนางนั้นเริ่มเย็บเฉียบ
องครักษ์เสื้อแพรลากตัวถูมามาหลี่ให้คุกเข่าต่อ
หน้าฮ่องเต้
“พระอาญามิพ้นเกล้า หม่อมฉันถูกคนใส่ร้าย”
หมิงเฟยหลงจ้องลงนางกำนัลตำหนักเหอผิง
เขม็ง “ยังไม่เห็นมีผู้ใดกล่าวหาเจ้าเลยนี่? เจ้าโดนจับ
มาเพราะเหตุใดหรือถูมามาหลี่?”
นางอึกๆ อักๆ อยู่ครู่หนึ่ง “ท่านหัวหน้าองครักษ์หู่
จู่ๆ ก็บุกเข้าไปลากหม่อมฉันมาที่นี่ หม่อมฉันไม่ทราบ
ว่าเป็นเพราะเหตุใด?”
“นั่นสิ! เจิ้นแค่เรียกเจ้ามาถามเท่านั้น เจ้าคง
ตื่นเต้นมากไป”
“พะ เพคะ” นางรีบก้มหน้าลง หัวเข่าสองข้างสั่น
ไหวไม่หยุด จนต้องแอบจิกข้างขาตนเองสองสามครา
“ผงสีเขียวในห่อที่ซ่อนในห้องของเจ้าคือสิ่งใด
หรือ?” พระสุรเสียงดังกังวานนั้นราวกับเสียงมัจจุราช
ถูมามาหลี่ไม่กล้าเงยหน้า
“หยะ หยกหิมะ เพคะ”
“มีไว้เพื่อสิ่งใด?”
“มันเป็นยาบำรุงธาตุสำหรับสตรีเพคะ” นางตอบ
อ้อมๆ หวังให้ฮ่องเต้สั่งให้ตรวจสอบว่าเป็นพิษหรือไม่?
เพื่อที่นางจะได้พ้นความน่าหวาดกลัวนี้เสียที
“เรียกหมอหลวงเข้ามา”
ถูมามาหลี่กับเฉินเฟยแทบจะถอนหายใจออกมา
พร้อมกัน จริงอย่างคาดเมื่อหมอหลวงเข้ามาถึง
ฮ่องเต้ทรงสั่งให้คนผู้นั้นตรวจสอบว่าเป็นพิษหรือไม่?
“หยกหิมะเป็นยาใช้สำหรับลดความร้อนใน
ร่างกาย ไม่เป็นพิษ พะยะค่ะ”
เฉินเฟยยิ้มคล้ายจะเย้ย หันไปมองหัวหน้า
องครักษ์เสื้อแพรที่ยืนสงบนิ่งอยู่เยื้องนางออกไปไม่
ไกล คราวนี้ล่ะ! นางจะซัดเจ้าคนผู้นี้มิให้เหลือ บังอาจ
มาใส่ร้ายคนของนางถึงในตำหนัก!
“ทูลฝ่าบาท ถูมามาหลี่เห็นว่าหม่อมฉันรู้สึกร้อน
เนื้อร้อนตัวเพคะ นางจึงให้คนเสาะหาผงหยกหิมะมา
ให้หม่อมฉันได้ผสมน ้าชาดื่ม ที่ต้องซุกซ่อนในเตียง
เพราะจะมีผู้เห็นว่ามิใช่ยาที่หมอหลวงถวายอาจจะ
กลายเป็นปัญหาหาฝ่าบาททรงทราบ”
ฮ่องเต้ตวัดหางพระเนตรมาทางเฉินเฟย “อืม!
สนมรักร่างกายไม่สบายเช่นนี้เหตุใดเจิ้นจึงไม่รู้เรื่อง?
ช่างเป็นบุรุษที่ดูแลสตรีของตนได้แย่ยิ่ง”
พระสนมเฉินหน้าเผือดลงเล็กน้อย “มิได้เพคะ
หม่อมฉันมีอาการเพียงเล็กน้อยมิอาจทำให้ฝ่าบาททรง
กังวล”
“เล็กน้อยงั้นหรือ? ใต้เตียงของนางมีห่อผงหยก
หิมะตั้งห้าหกห่อ เจ้าคงต้องกินไปไม่น้อยเทียว”
สีหน้าคาดคั้นของฮ่องเต้ทำเอาเฉินเฟยหัวเข่าสั่น
หากแต่ทำใจดีสู้เสือเงยหน้าขึ้นตอบ “นานๆ หม่อมฉัน
ดื่มทีเพคะ หมอหลวงก็ตรวจแล้วว่าหยกหิมะนี้ไม่เป็น
พิษ หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งที่ฝ่าบาททรงห่วงใย”
“ทั้งหมดนี้มีเพื่อให้เจ้ากินจริงๆ หรือ?” ดวงตา
ดุดันของพระสวามีทำเอาเฉินเฟยเงอะงะ “คงมิได้คิด
เอามาแจกจ่ายผู้ใดในวังหลวงดอกกระมัง?”
“มิได้เพคะ ถูมามาหลี่เอามาให้หม่อมฉันจริงๆ”
“เชิญหมอเกา!” หมิงเฟยหลงทรงเดือดดาล
เหล่าสตรีใจดำดื้อด้านล้วนไม่ต่างจากนักฆ่า พวกนาง
เองก็เลือดเย็น หากมองใบหน้างดงามและเรือนร่าง
สะคราญตาแล้วก็มิอาจเชื่อได้ลงว่านางลงมือฆ่ามาแล้ว
หลายศพ!
ท่านหมอสตรีผู้งดงามเยื้องย่างเข้ามายอบกาย
เคารพฮ่องเต้ สายตาของเฉินเฟยแทบจะแผดเผานาง
ให้เป็นเถ้าถ่าน
“หมอเกาเจ้าบอกเจิ้นทีสิว่าผงหยกหิมะนี้มีไว้
บำรุงร่างกายสตรีจริงหรือไม่?”
“มิได้เพคะ ต้นหยกหิมะกำเนิดบนเทือกเขามังกร
ทะยาน มีฤทธิ์เย็นรุนแรงใช้เฉพาะกับผู้ป่วยไข้ที่
ร่างกายร้อนรุ่มเท่านั้น หากคนปกติกินเข้าไปร่างกาย
จะเย็นเฉียบพลันและยิ่งกินอาหารที่มีฤทธิ์เย็นก็ถึงกับ
ทำให้ปลายมือปลายเท้าเป็นอัมพฤกษ์ สำหรับสตรีที่มี
ระดูหรือตั้งครรภ์จะทำให้มดลูกเย็นและอาจจะถึงแก่
ความตาย”
ถ้อยคำของหมอเกาชัดเจนและกึกก้องทั่วห้อง
โถง เฉินเฟยกับถูมามาหลี่ตะลึง หญิงผู้นี้เหตุใดจึง
รู้จักพืชที่หายากในใต้หล้าด้วยเล่า?
“นี่หรือเฉินเฟยสิ่งที่เจ้าคิดจะเอามาบำรุง
ร่างกาย?”
“พระอาญามิพ้นเกล้า หม่อมฉันโง่เขลาเชื่อถูมา
มาหลี่ที่เอามาเกลี้ยกล่อมให้หม่อมฉันกินเพคะ เป็น
นาง….นางคิดทำร้ายหม่อมฉัน”
ถูมามาหลี่มองอาการฟูมฟายของพระสนมที่น ้าหู
น ้าตาไหลพราก คุกเข่าลงแล้วคลานไปเบื้องหน้าพระ
พักตร์ฮ่องเต้ด้วยความตื่นตะลึง! เจ้านายที่นางรับใช้
ด้วยความซื่อสัตย์ขจัดภัยที่ขัดแข้งขัดขามาให้โดย
ตลอด พอถึงยามคับขันกลับหาที่พึ่งพาเอาตัวรอด!
“หม่อมฉันมิได้คิดทำร้ายพระสนมจริงๆ เพคะ!
หม่อมฉันกล้าสาบาน หม่อมฉันไม่เคยคิด” มามาหลี่
โขกศีรษะลงกับพื้น
“เจิ้นเชื่อเจ้า! ถูมามาหลี่ เจ้ามิเคยคิดทำร้ายเฉิน
เฟย เจ้าแค่คิดฆ่าผู้อื่นเท่านั้น!” ฮ่องเต้ทรงหันไปทาง
หู่ซิ่นสือ “ไปนำตัวไป๋เพ่ยเจินกับหลักฐานเข้ามา!”
ไป๋เพ่ยเจินนำชามไม้ที่มีเศษถ้วยน ้าชาแตกและ
เศษผ้าซับน ้าชานั้นเข้ามา
“กราบทูลฝ่าบาท นี่คือถ้วยชาที่เฉินเฟยจะถวาย
ฮองเฮาแต่ฮองเฮาทรงให้คุณชายจินดื่มแทน บังเอิญ
คุณชายจินทำหล่นมือแตกแล้วหม่อมฉันเก็บเอาไว้เพ
คะ”
“เฉินเฟย เจิ้นให้หมอเกาตรวจแล้วในน ้าชานี้มีผง
หยกหิมะผสมลงไป เจ้าบอกว่าเอามาใช้บำรุงร่างกาย
ตนเอง เหตุใดต้องหวังดีอยากบำรุงร่างกายฮองเฮา
ด้วย?”
พระสนมหน้าเสีย นางตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว!
“มิได้เพคะ! เป็นถูมามาหลี่แน่ เป็นนางที่คิดจะ
วางยาฮองเฮา”
“ไหนเจ้าบอกว่าเป็นยาบำรุงธาตุ?” เสียงตวาด
นั้นกึกก้องทั่วห้องโถง คนทั้งหมดถึงกับสะดุ้ง สิบกว่า
ปีที่มิเคยได้เห็นอาการพิโรธของหมิงเฟยหลง “เจ้าเอา
หยกหิมะให้ตงเฟยดื่ม แล้วคะยั้นคะยอเอาอาหารฤทธิ์
เย็นให้นางรับประทาน ไม่กี่วันร่างกายนางก็เป็นไข้
หนาวสิ้นชีพ บอกเจิ้นมา เจ้าใช้วิธีนี้ฆ่ามากี่คนแล้ว!”
“หม่อมฉันมิได้ทำ! ตงเฟยนางป่วยเองเพคะ!”
“หัวหน้าหู่! เอาถูมามาหลี่ไปทำให้นางพูดเดี๋ยวนี้”
เฉินเฟยน ้าตาไหลพราก “อย่านะเพคะ! อย่าทำ
นางเลย!”
“เจ้าห่วงนางหรือห่วงความลับที่นางเก็บไว้กัน
แน่!” ความเดือดดาลของฮ่องเต้เกือบถึงขีดสุด เฉิน
เฟยที่พระองค์เคยเห็นใจว่านางสูญเสียบุตรในวัยหก
เดือนจึงโอนอ่อนผ่อนตามนางบ่อยครั้ง ที่แท้กลับเป็น
ผู้วางยาฆ่าตงเฟยและบุตรชายคนสุดท้ายของพระองค์
ไป เฉินเฟยหวาดกลัวจับใจ! ในยามที่นางสั่งให้คนลง
มือนั้นนางมิเคยคิดภาพวันนี้ไว้เลย….วันนี้มาถึงตัวนาง
ได้อย่างไรกัน?