ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 14 คุณแม่ที่เข้าใจผิด
บทที่ 14 คุณแม่ที่เข้าใจผิด
ซู่เป่านิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ร่างกายเล็ก ๆ สั่นไหวเล็กน้อยก่อนก้มลงเก็บแผ่นภาพวาดที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมาประคองไว้ในอ้อมอก
ผู้เฒ่าซูเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงพยายามระงับอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ในอก เขาเอ่ยสอนหลานสาวคนโตด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“หานหาน น้องมอบของขวัญให้หลาน เพราะอยากผูกมิตรด้วย การที่ไปผลักน้องแบบนั้นมันเป็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องนะ”
สายตาของคุณตาเหลือบไปมองซากตุ๊กตานอนพังอยู่บนพื้น พลางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหนักใจ หลานคนที่สอง ของบ้านนี้ช่างเปราะบาง และเอาแต่ใจเหลือเกิน เพียงแค่ถูกตำหนิด้วยเหตุและผลเล็กน้อย เธอก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
เป็นไปตามคาด ดวงตาของหานหานเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเอาแต่ใจ เธอเริ่มกระทืบเท้าเร่า ๆ พร้อมแผดเสียงตะโกนลั่นห้อง “หนูไม่เอา! ของขยะพวกนั้นหนูไม่ต้องการ!”
ซู่เป่าพยายามรวบรวมความกล้าอีกครั้ง มือเล็ก ๆ ยื่นภาพวาดที่ตั้งใจวาดที่สุดส่งให้หานหาน หวังสมานรอยร้าว “พี่สาวอย่าร้องไห้เลยนะ… นี่เป็นของขวัญที่ซู่เป่าตั้งใจวาดให้พี่จากใจจริง”
แต่หานหานกลับมองภาพนั้นด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนปัดทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วผลักซู่เป่าออกไปสุดแรง “ใครจะอยากได้ของชั้นต่ำแบบนี้! ออกไปให้พ้นหน้าฉันนะ!”
เหวยหว่าน ภรรยาของซูจื่อหลิน ได้ยินเสียงกึกก้องวุ่นวายจึงรีบตามขึ้นมาสมทบ เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงดุลูกสาวพอเป็นพิธี “หานหาน อย่าเสียมารยาทสิลูก!” จากนั้นเธอก็รีบหันไปทางพ่อสามีแล้วเอ่ยแก้ต่างให้ลูกสาว
“คุณพ่อคะ หานหานเขายังเด็กนัก…”
“เพราะยังเด็กนี่แหละถึงต้องเข้มงวดสอนสั่ง! เรื่องนี้ฉันพูดมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว พวกเธอเลี้ยงลูกกันอย่างไร?” คุณตาซูเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “อายุเท่านี้ยังดื้อรั้นเอาแต่ใจถึงเพียงนี้ แล้วโตไปจะหยัดยืนอยู่ในสังคมได้เหรอ?”
“เข้าใจแล้วค่ะคุณพ่อ” เหวยหว่านก้มหน้าหลบสายตา กัดริมฝีปากรับคำอย่างจำนน
ชายชราที่กำลังขุ่นมัวด้วยโทสะจึงกุมมือน้อย ๆ ของซู่เป่าแล้วพาเดินเลี่ยงออกจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนั้นไปในทันที
หานหานเมื่อเห็นว่าคุณปู่เมินเฉยต่อเธอแถมยังเลือกเดินจากไปพร้อมกับหลานคนใหม่ เธอก็ยิ่งร้องไห้จนตัวโยน ก่อนวิ่งเตลิดกลับเข้าห้อง และกวาดข้าวของราคาแพงบนโต๊ะจนร่วงกราวลงพื้นเพื่อระบายความอัดอั้น
ด้านเหวยหว่านรู้สึกไม่สบอารมณ์ เธอแอบตัดพ้อในใจว่าคุณพ่อพูดจารุนแรงกับลูกสาวเธอเกินไป
ลูกของใคร ใครก็รักและอยากสั่งสอนเอง
คนอื่นมีสิทธิ์อะไรมาบงการ? แม้จะเป็นประมุขของบ้านเธอก็ยอมรับไม่ได้!
พ่อแม่สามีตระกูลซูจะปฏิบัติต่อเธอดีเยี่ยม และให้เกียรติไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามเรื่องภายในครัวเรือน แต่เธอก็คิดว่าตนเองเป็นลูกสะใภ้ที่ประเสริฐยิ่ง คอยดูแลปรนนิบัติพัดวีไม่เคยบกพร่อง
เทศกาลไหนก็ไม่เคยลืมหาของขวัญล้ำค่ามามอบให้ เธอเชื่อมั่นว่าไม่มีลูกสะใภ้คนไหนจะดีไปกว่าเธออีกแล้ว
เธอยังคงยึดถือคติประจำใจอย่างเหนียวแน่นว่า ‘ลูกชายต้องเลี้ยงให้แกร่งและประหยัด ส่วนลูกสาวต้องปรนเปรอให้หรูหราฟุ่มเฟือย’ แนวคิดนี้จะผิดพลาดตรงไหน? ในเมื่อหานหานคือคุณหนูผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลซู
ต่อไปในภายภาคหน้า แม้ไม่ต้องหยิบจับงานใด ก็มีทรัพย์สินกินใช้ไปชั่วชีวิต การให้ลูกอยู่แบบสบายบนกองเงินกองทองไปวัน ๆ ไม่ใช่เรื่องดีหรอกหรือ?
เหวยหว่านเดินเข้าไปในห้องนอนที่เต็มไปด้วยซากข้าวของ พลางโอบปลอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“พอเถอะจ๊ะ หานหานยอดรัก ไม่ร้องแล้วนะลูก แม่ใจจะขาดแล้ว…”
“ไม่! หนูไม่ยอม! หนูไม่ชอบมัน!” หานหานยังคงแผดเสียงกรีดร้องไม่ลดละ
“แม่ตามใจหนูทุกอย่างเลย…” เหวยหว่านโอ๋ลูกสาวด้วยความเคยชิน
…
คุณตาซูพาซู่เป่ากลับมายังห้องนอนอันแสนอบอุ่น เมื่อนกแก้วคู่ใจเห็นเจ้านายตัวน้อยก้าวเข้ามา มันก็กระพือปีกถลาเข้าหาด้วยความดีใจ แต่กลับถูกโซ่เส้นเล็กที่ล่ามข้อเท้าไว้ฉุดรั้งจนตัวเกร็ง
ซู่เป่ารีบเข้าไปลูบขนสีสวยของมันเบา ๆ พลางกระซิบบอกด้วยความอ่อนโยน “เสี่ยวอู่ เป็นเด็กดีนะ รอให้คุณลุงจัดที่ทางให้เข้าที่ก่อน แล้วซู่เป่าจะปล่อยให้เธอได้บินเล่นตามใจชอบเลย”
เนื่องจากห้องนี้ถูกเนรมิตขึ้นอย่างเร่งด่วน เหล่าคุณลุงจึงไม่ทันทราบว่าซู่เป่าพานกแก้วกลับมาด้วย ห้องที่ยังไม่ได้เตรียมไว้เป็นพิเศษนั้น อาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงต่อนกที่เคยชินกับผืนป่า
เพราะมันอาจบินพุ่งชนกระจกใสจนบาดเจ็บสาหัสได้ เสี่ยวอู่จึงจำเป็นต้องยอมถูกพันธนาการไว้ชั่วคราวเพื่อรอเวลาปรับตัว
คุณตาซูยืนมองภาพเด็กน้อย แม้พยายามซ่อนความเสียใจไว้ภายใต้การปลอบประโลมนกแก้ว ด้วยเสียงแผ่วเบา มองดูก็รู้สึกร้าวรานใจ เขาสัมผัสได้ว่าดวงใจดวงน้อยนี้คงจะบอบช้ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่น้อย
“ซู่เป่า… พี่สาวเขามีนิสัยที่ถูกตามใจจนเสียคนแบบนี้แหละ หลานอย่าได้เก็บเอามาเป็นอารมณ์เสียใจเลยนะ…”
ทว่าซู่เป่ากลับค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบาง ๆ ให้คุณตา
“ไม่เป็นไรค่ะคุณตา”
เมื่อเห็นแววตาห่วงใยที่ทอดมองมา เธอจึงเอ่ยปลอบใจผู้เป็นตาด้วยความคิดที่โตเกินตัว
“หนูไม่เสียใจจริง ๆ ค่ะ เพราะซู่เป่าเองก็เข้าใจดี ว่าบางครั้งเราก็ไม่ชอบที่จะแบ่งปันของรักของหวงให้คนอื่นเหมือนกัน”
ในใจของเด็กน้อยไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดโลกของผู้ใหญ่จึงมักบีบคั้นให้เด็กต้องแสดงความเอื้อเฟื้ออยู่ตลอดเวลา
ในขณะที่ผู้ใหญ่มองว่ามันคือมารยาทอันงดงาม แต่สำหรับเด็กแล้ว ของที่รักก็คือดวงใจ ทำไมต้องจำยอมมอบสิ่งสำคัญให้คนอื่น เพียงเพื่อให้คนรอบข้างยกย่องว่าเป็นเด็กดีด้วย?
คุณตาซูถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ เขาตระหนักได้ว่าซู่เป่านั้นมองโลกได้ลึกซึ้งและเฉียบคมจนเขาเองยังคาดไม่ถึง ความเป็นผู้ใหญ่เกินวัยนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสารหลานสาวจับใจ
“ซู่เป่า… ภาพวาดสวย ๆ แบบนี้ หลานเป็นคนวาดขึ้นมาเองทั้งหมดเลยเหรอ?” คุณตาบรรจงลูบศีรษะเธอด้วยความรักท่วมท้น
เมื่อหัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาเป็นเรื่องศิลปะ ประกายไฟในดวงตากลมโตก็กลับมาสุกใสอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ! ซู่เป่ารักการวาดรูปที่สุด ตอนอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน ซู่เป่าวาดเอาไว้เยอะแยะเลยค่ะ”
ทว่าน้ำเสียงก็พลันแผ่วลงเมื่อนึกถึงอดีตที่หลายภาพถูกคุณป้ากระชากฉีกทำลาย และบางภาพที่ซ่อนไว้ในหลืบหนังสือเธอก็จำใจต้องทิ้งมันไว้เบื้องหลัง…
คุณตาซูใช้นิ้วชี้ไปยังภาพหนึ่งด้วยความใคร่รู้ “แล้วภาพนี้มีเรื่องราวอย่างไรบ้าง?”
ซู่เป่ารีบสวมวิญญาณจิตรกรตัวน้อย นำเสนอผลงานด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ภาพนี้คือเรื่องราวของเด็กสองคนที่ออกเดินทางเข้าสู่ป่าเวทมนตร์ค่ะ! คุณตาดูตรงเถาวัลย์นี้สิคะ มีดอกไม้ที่เทพธิดาแห่งฤดูใบไม้ผลิร้อยเป็นสร้อยคอทิ้งไว้!”
“ส่วนคุณลุงก้อนหินคนนี้ เขาโชคร้ายกลิ้งตกภูเขาจนตัวแตกเป็นเสี่ยง ๆ เลยค่ะ แต่ดูสิ… ตรงรอยแตกนั้นกลับมีใบโคลเวอร์สี่แฉกงอกออกมา ตอนนี้เขากลายเป็นคุณลุงผู้โชคดีที่สุดไปแล้ว!”
“แล้วดูดอกไม้สีชมพูแสนสวยนี่สิคะ มันกำลังเชิดหน้าถือดีแล้วพูดว่า ‘ฮึ่ม! ในป่านี้ไม่มีใครจะงดงามเท่าฉันอีกแล้ว’ เป็นดอกไม้ที่หยิ่งยโสมากเลยใช่ไหมคะคุณตา?”
คุณตาซูรับฟังคำบอกเล่าด้วยความทึ่ง เขาค้นพบว่าโลกทัศน์ในภาพวาดของซู่เป่านั้นสดใสและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ประหนึ่งหลุดออกมาจากแผ่นฟิล์มของสตูดิโอจิบลิ ลายเส้นและสีสันที่ใช้สื่อสารอารมณ์ของสรรพสิ่งได้มีชีวิตชีวาจนผู้ที่พบเห็นรู้สึกสงบและได้รับการเยียวยาใจ
ด้วยความภูมิใจ จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายภาพผลงานเหล่านั้นไว้ แล้วกดส่งต่อให้เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นบรมครูชั้นสูงในแวดวงศิลปะ โดยแอบหวังลึก ๆ ว่าอัจฉริยภาพของซู่เป่าจะไปสะกิดใจอีกฝ่ายจนยอมรับเธอเป็นศิษย์
ในขณะที่สองตาหลานกำลังล่องลอยอยู่ในโลกจินตนาการ เสียงฝีเท้าเร่งรีบจากโถงล่างก็ดังขึ้น พร้อมเสียงรายงานจากคนรับใช้
“คุณท่านครับ! คุณนายเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์แล้วครับ!”
คุณตาซูรีบกุมมือน้อยของซู่เป่าด้วยความตื่นเต้น
“ไปกันเถอะซู่เป่า คุณยายกลับมาหาหลานแล้ว”
…
ณ โถงชั้นล่าง ซูจื่อหลินกำลังทำหน้าที่เข็นรถเข็นที่มีร่างของคุณยายซูนั่งประทับอยู่ มือที่ผอมบางและเหี่ยวแห้งของเธอสั่นเทาขณะเปล่งเสียงเครือพร่า
“ซู่เป่า… หลานรักของยายอยู่ที่ไหน…”
เพียงสิ้นประโยค เธอก็แหงนหน้าขึ้น และสบเข้ากับดวงตาใสซื่อของเด็กน้อยที่ดูราวกับตุ๊กตาหยกแกะสลัก ซึ่งกำลังก้าวลงบันไดมาพร้อมกับประมุขของบ้าน
คุณยายซูพลันรู้สึกเหมือนก้อนสะอื้นแล่นมาจุกอยู่ที่คอจนไร้ซึ่งเสียงพรรณนา หยาดน้ำตาอุ่น ๆ หลั่งไหลอาบแก้มอย่างไร้ทิศทาง…
ภาพตรงหน้าคือเลือดเนื้อเชื้อไขของจิ่นอวี้แบบไม่ต้องสงสัย ใบหน้านั้นถอดพิมพ์ออกมาจากลูกสาวสุดที่รักของเธอราวกับถอดแบบมาไม่มีผิดเพี้ยน
ทว่าลูกสาวแก้วตาดวงใจของเธอนั้น… ได้จากลาโลกนี้ไป ไม่มีวันหวนคืนแล้ว
“ซู่เป่า……” คุณยายซูพร่ำเรียกชื่อหลานสาวผ่านเสียงสะอื้นที่แทบขาดใจ
ซู่เป่ารีบปล่อยมือจากคุณตาแล้ววิ่งถลาเข้าไปหาคุณยายทันที “คุณยายคะ!” เธอชะงักเพียงชั่วอึดใจก่อนจะยื่นมือน้อย ๆ เข้าไปโอบกุมมือของหญิงชราไว้มั่นคงและทะนุถนอม
เด็กน้อยระลึกถึงคำสัตย์ปฏิญาณที่เคยให้ไว้กับดวงวิญญาณของแม่ว่า เธอจะกตัญญูและปกป้องดูแลคุณยายให้ดีที่สุด และบัดนี้เธอพร้อมแล้วที่จะทำตามสัญญานั้นด้วยหัวใจ!
คุณยายซูเมื่อได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนและคำเรียกขานที่โหยหา เธอก็ปล่อยโฮออกมาสุดเสียงก่อนจะรวบตัวซู่เป่าเข้ามากอดแนบอกอย่างโหยหา!
“ซู่เป่า… คุณยายอยู่นี่แล้วลูก… จากนี้ยายจะดูแลหนูเอง!”
หญิงชราร่ำไห้ราวกับจะขาดใจจนซู่เป่าทำอะไรไม่ถูก เธอจึงทำได้เพียงเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปตบแผ่นหลังเบา ๆ เพื่อปลอบขวัญ
“ไม่ร้องนะคะคุณยายคนเก่ง คุณยายเป็นเด็กดีต้องไม่ร้องไห้นะคะ!”
…
ขณะเดียวกันที่ระเบียงชั้นบน เหวยหว่านเพิ่งจะล่อหลอกให้หานหานยอมก้าวออกจากห้องนอนได้สำเร็จ
แต่ภาพความประทับใจเบื้องล่างกลับกลายเป็นหนามทิ่มแทงใจทั้งคู่ คุณนายซูกำลังตระกองกอดซู่เป่าอย่างรักใคร่ โดยมีสามีคอยประคองอยู่เคียงข้าง ส่วนซูจื่อหลินก็วุ่นกับการซับน้ำตา และจัดหาน้ำท่ามาปรนนิบัติ
หานหานที่โอบอุ้มตุ๊กตาไว้แน่นพลันรู้สึกถึงเพลิงริษยาที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
ทำไมตำแหน่งหลานรักของคุณย่าถึงถูกยัยเด็กต่างถิ่นคนนั้นช่วงชิงไป?
ยัยเด็กน่ารำคาญนั่นนอกจากมาป่วนชีวิตเธอแล้ว
ยังมาพรากความรักของทุกคนไปจากเธออีก!
ด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน หานหานจึงสะบัดหน้าหนีแล้ววิ่งเตลิดกลับขึ้นชั้นบน ขณะที่เดินผ่านหน้าห้องของซู่เป่า เธอกลับได้ยินเสียงประหลาดแว่วออกมาจากภายใน
“กว๊าก! ฮ่าฮ่า ยักษ์ชาชา! แฮร์รี่ พอตเตอร์ ขี่ไม้กวาด กว๊าก ๆๆ!”
ความสงสัยเข้าครอบงำความโกรธชั่วขณะ หานหานจึงตัดสินใจผลักประตูห้องของซู่เป่าเข้าไปในทันที และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือนกแก้วสีเขียวมรกตกำลังยืนสง่างามอยู่บนขอนไม้
ดวงตาของหานหานเป็นประกายวาววับด้วยความละโมบ เธออยากครอบครองมันเดี๋ยวนี้!
หานหานไม่รอช้ารีบพุ่งทะยานเข้าไปหาเป้าหมายในทันที!