ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 15 เธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมต้องเอาใจพี่สาวด้วย
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 15 เธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมต้องเอาใจพี่สาวด้วย
บทที่ 15 เธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมต้องเอาใจพี่สาวด้วย
เหวยหว่านเห็นลูกสาววิ่งพรวดเข้าไปให้ห้องของซู่เป่า จึงรีบสาวเท้าตามไปติด ๆ พร้อมกับเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม
“ลูกรัก…ออกมาเร็ว นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของของน้องซู่เป่านะ”
เสี่ยวอู่ที่กำลังเกาะพักผ่อนอยู่บนคอนไม้ เมื่อเห็นเด็กแปลกหน้าบุกรุกเข้ามาอย่างคุกคาม ก็ตกใจจนกระพือปีก ส่งเสียงร้องลั่นไปทั่วห้อง “ก๊าก ก๊าก! ยัยเด็กดื้อมาแล้ว! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
เมื่อได้ยินนกแก้วร้องตะโกนเช่นนั้น เหวยหว่านก็พลันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขุ่นเคืองใจ
นกตัวนี้ถูกเสี้ยมสอนมาอย่างไรกันแน่?
เหตุใดถึงได้ปากคอเราะร้าย
กล้าตราหน้าหานหานว่าเป็นเด็กดื้อต่อหน้าต่อตาเธอเช่นนี้!
“ช่างไร้มารยาทที่สุด!” คนเป็นแม่พึมพำด้วยความหงุดหงิด ก่อนพยายามยื้อดึงแขนลูกสาว “หานหาน ไปข้างล่างกันเถอะลูก คุณย่ารอพบหนูอยู่นะ”
“หนูไม่ไป! หนูจะเอานกแก้วตัวนี้!” หานหานสะบัดตัวหนีอย่างแรง พลางแผดเสียงด้วยความดื้อรั้น
เมื่อเห็นลูกสาวเริ่มอาละวาด เหวยหว่านจึงรีบเกลี้ยกล่อมด้วยความจนใจ
“นี่เป็นนกแก้วของน้องนะ ถ้าหานหานชอบ เดี๋ยวแม่พาไปเลือกซื้อตัวใหม่ที่สวยและฉลาดกว่านี้ให้หนึ่งตัวเลยดีไหม?
“ไม่เอา! หนูไม่เอาตัวอื่น! หนูจะเอาตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้น!” หานหานกระทืบเท้าเร่า ๆ แสดงอารมณ์เอาแต่ใจถึงที่สุด
ไม่พูดเปล่า เด็กหญิงรีบปีนขึ้นไปบนเก้าอี้พลางโถมตัวเข้าหาหมายคว้าตัวเสี่ยวอู่ให้ได้ เสี่ยวอู่ตกใจ จึงพยายามกระพือปีกหนีสุดกำลัง ทว่าโซ่เส้นเล็กที่ล่ามขากลับรั้งมันไว้จนเสียหลัก หานหานจึงสบโอกาสกระชากโซ่ดึงตัวมันเข้ามา ใช้มือน้อย ๆ คว้าหมับเข้าที่ลำคอของนกแก้วผู้น่าสงสารไว้แน่น
ดวงตาของหานหานวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้นเมื่อได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนา เธอแผดเสียงสั่งด้วยท่าทางประหนึ่งเจ้าหญิงผู้กุมอำนาจ “ห้ามขยับนะ! ถ้าแกยังกล้าขัดขืนอีก เชื่อไหมว่าฉันจะตีแกให้ตายเลย!”
เสี่ยวอู่เป็นนกขี้ขลาด กลัวคนแปลกหน้าเป็นทุนเดิม กว่ามันจะยอมเปิดใจให้บรรดาคุณลุงของซู่เป่าได้ก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน บัดนี้ดวงตาสีเขียวคู่จ้อยของมันสั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น มันรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายตะโกนขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! เขาจะเอาฉันไปตุ๋นแล้ว!”
ชั้นล่างของบ้าน ซู่เป่าพลันลุกขึ้นจากอ้อมกอดของคุณนายซูอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันทุกคนก็ได้ยินเสียงนกแก้วร้องเสียงดังลั่นจากชั้นบน
เด็กน้อยไม่เอ่ยคำใด เธอรีบวิ่งนำหน้าทุกคนขึ้นไปชั้นบน คุณตาซูที่ได้สติก็โกรธจัดจนหันไปเอ็ดซูจื่อหลินเสียงดัง “เป็นหานหานอีกแล้ว ฉันบอกให้แกใส่ใจสั่งสอนลูกให้มากกว่านี้ ปกติวัน ๆ มัวทำอะไรอยู่กันแน่?”
ซูจื่อหลินผู้เงียบขรึมได้แต่หน้าร้อนผ่าวด้วยความอึดอัดใจ เขาพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ก่อนที่ทุกคนจะรีบตามขึ้นไปดูสถานการณ์
ภายในห้อง หานหานพยายามควบคุมนกแก้วที่ดิ้นรนไม่หยุดจนกรงเล็บของมันข่วนแขนเธอเป็นรอยยาว ด้วยความโกรธแค้น เธอจึงจับนกแก้วปาลงบนโต๊ะ พลางแผดเสียงด่า
“นี่ไง ไม่ยอมฟังคำสั่ง! ต้องโดนตี! โดนตีให้เข็ด!” นกแก้วร้องเสียงดังต่อเนื่องด้วยความเจ็บปวด
เมื่อซู่เป่าวิ่งมาถึงและเห็นว่ามีคนกำลังรังแกนกแก้วของเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็แดงก่ำด้วยโทสะ ราวกับถูกล้ำเส้น เธอพุ่งเข้าไปหาหานหานทันที!
“ทำไมพี่ต้องทำร้ายเสี่ยวอู่ด้วย! ห้ามรังแกเสี่ยวอู่นะ!” ซู่เป่าตะโกนลั่น
หานหานที่มีนิสัยดั่งเจ้าหญิงผู้ไม่เคยถูกขัดใจ เมื่อเห็นซู่เป่าเข้ามาแย่งของเธอก็รู้สึกโกรธจัด เธอผลักซู่เป่าออกไปสุดแรงพร้อมตะโกนก้อง “มันเป็นของฉัน!”
มือน้อยของหานหานบีบคอเสี่ยวอู่แน่นจนนกผู้น่าสงสารตาเหลือก ลิ้นจุกปากแทบสิ้นลม
และนั่นคือจุดสิ้นสุดของความอดทน… ซู่เป่าโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว!
เธอโถมตัวเข้าใส่หานหานด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ก่อนกดอีกฝ่ายลงกับพื้นดังเสียงดัง ปัง! แล้วรัวกำปั้นน้อย ๆ เข้าใส่ทันที!
หมัดเล็ก ๆ ที่ไร้ทิศทางแต่เปี่ยมไปด้วยความโกรธขึ้งพุ่งเข้าใส่ทั้งดวงตาและจมูกของหานหานไม่ยั้งมือ จนเด็กหญิงผู้สูงศักดิ์ร้องไห้จ้าออกมาด้วยความเจ็บปวด
เสี่ยวอู่หลุดจากพันธนาการได้สำเร็จ มันรีบบินว่อนไปทั่วห้องด้วยความเสียขวัญจนขนสีสวยปลิวว่อนไปในอากาศ
แม้หานหานจะมีรูปร่างโตกว่าซู่เป่า แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงสู้แรงของเด็กน้อยไม่ได้เลย
เพียงครู่เดียวเธอก็ทำได้แค่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าเวทนา…
ทุกคนที่ตามมาถึงต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซู่เป่าที่ดูเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายจะลุกขึ้นมาอาละวาดจนขนพองสยองเกล้าขนาดนี้ เหล่าคุณลุงรีบเข้าไปแยกทั้งคู่ให้ออกจากกันพัลวัน
“อย่าตีกัน อย่าตีกัน……”
แม้ถูกแยกตัวออกมาแล้ว แต่ซู่เป่าที่ยังเดือดดาลก็ยังอุตส่าห์แถมถีบเข้าที่สีข้างของหานหานไปอีกหนึ่งที เสียงร้องไห้แหลมสูงของหานหานดังก้องกังวานจนแทบทะลุหลังคาบ้าน!
ซูจื่อซีและซูเหอเหวิน รวมถึงพี่ชายอีกคนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อ พวกเขาไม่เคยเห็นเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้มาก่อนในชีวิต
เหวยหว่านที่เห็นลูกสาวสภาพยับเยินก็ทั้งร้อนรนและโกรธจัด เธอตวาดลั่นใส่ซู่เป่า
“เธอเป็นเด็กยังไงถึงกล้าตีคนอื่นแบบนี้!? ถ้าไม่อยากแบ่งนกแก้วให้พี่ก็แค่พูดมาสิ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย!”
เธอรีบช้อนตัวหานหานขึ้นมาแนบอกด้วยความเจ็บปวดใจ
ซู่เป่ามีหยาดน้ำตาคลอเบ้า ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง เธอกำหมัดเล็ก ๆ ไว้แน่น ก่อนเถียงกลับ
“พี่สาวเป็นคนตีหนูกับเสี่ยวอู่ก่อน!”
“เขาตีเธอ แล้วเธอก็มีสิทธิ์ตีกลับงั้นเหรอ? เป็นเด็กเป็นเล็กต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนและให้เกียรติพี่สิ เรื่องแค่นี้ไม่รู้หรือไง!…” เหวยหว่านแผดเสียงใส่แบบไม่ยอมความ
“พอแล้ว!”
ผู้เฒ่าซูตวาดขึ้นด้วยความโกรธ ตัดบทคำพูดของลูกสะใภ้
“เวลาสอนคนอื่นล่ะพูดได้ว่าให้รู้จักอ่อนน้อม แล้วดูลูกสาวตัวเองสิ หานหานมีความสุภาพบ้างไหม? วันนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ทั้งแย่งนกแก้วและลงมือก่อน แล้วยังมีหน้ามาตำหนิซู่เป่าก่อนเป็นคนแรกอีก?”
เหวยหว่านนิ่งงันไป แม้จะเงียบเสียงลงแต่ในใจกลับคุกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ
เธอรู้ว่าตัวเองอาจวู่วามไปบ้าง แต่หานหานคือแก้วตาดวงใจที่เธอประคบประหงมมาอย่างดี ไม่เคยแม้แต่จะถูกใครตีสักครั้ง แต่วันนี้กลับถูกเด็กใหม่รังแกจนเขียวช้ำไปทั้งตัว หัวอกคนเป็นแม่จะทำใจให้สงบได้อย่างไร?
อีกทั้ง การตีคนคือเรื่องผิด หานหานแค่ผลักออกไปเท่านั้นเอง เรียกว่าตีได้เหรอ ซู่เป่าต่างหากที่หาข้ออ้างรังแกพี่สาว!
เหวยหว่านเหลือบมองคุณนายซูด้วยสายตาตัดพ้อ เมื่อครู่หญิงชรามัวแต่ห่วงใยซู่เป่าจนไม่ได้เหลียวแลหานหานที่เจ็บตัวหนักกว่าเลยแม้แต่น้อย
เธอรู้สึกชาวาบไปถึงขั้วหัวใจ หานหานก็เป็นหลานสาวแท้ ๆ เหมือนกัน ทำไมถึงลำเอียงได้ขนาดนี้?
เหวยหว่านกอดหานหานไว้แน่นพลางกระซิบปลอบ “หานหานที่รักของแม่ ไม่เป็นไรนะลูก แม่จะกอดหนูไว้เอง”
เธออุ้มลูกสาวเดินออกไปจากห้องด้วยท่าทางโกรธจัด คุณตาซูโกรธจนตัวสั่นพลางพร่ำบ่น “นี่ฉันว่าอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม? เธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่าสิ่งที่ทำมันผิดน่ะ?”
ซูจื่อหลินที่นิ่งเงียบมานานอ้อมแอ้มพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “คุณพ่อ อย่าโกรธเลยครับ เหวยหว่านเธอค่อนข้างอ่อนไหวเรื่องลูก…”
คำพูดนั้นยิ่งเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ผู้เฒ่าซูยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม แต่ตอนนี้ต้องรีบเข้าไปดูอาการของซู่เป่าก่อน
“ซู่เป่า หลานเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก?”
ซู่เป่าโอบกอดเสี่ยวอู่ไว้ในอ้อมอกพลางส่ายหน้า แม้น้ำตายังคลอหน่วยแต่เธอก็ไม่ยอมส่งเสียงสะอื้นออกมาสักคำ
คุณยายซูเห็นแล้วก็ใจสลายจนน้ำตาไหลตาม เธอรีบกอดหลานสาวตัวน้อยไว้พลางลูบหลังเบา ๆ “ไม่ร้องนะลูก ซู่เป่าคนเก่งของยายไม่ต้องร้องนะ…”
ซู่เป่าเบะปากอย่างอัดอั้น ก่อนสะอื้นออกมา
“พี่หานหานเป็นคนตีเสี่ยวอู่ก่อน…”
เธอไม่อยากเป็นเด็กที่ต้องยอมคนตลอดเวลา เธอก็เป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมพี่สาวถึงทำรุนแรงได้ แต่เธอต้องเป็นฝ่ายอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ฝ่ายเดียว?
เด็กน้อยรู้สึกถึงความอยุติธรรมที่ถาโถมเข้ามา ก่อนหน้านี้เวลาถูกใครรังแกเธอไม่เคยร้องไห้ แต่พอมาตอนนี้ที่มีอ้อมกอดอุ่น ๆ ของคุณยายและความเป็นห่วงของคุณตา น้ำตาเม็ดโตก็ไหลพรากออกมา
ซู่เป่าปล่อยโฮออกมาเสียงดังลั่น ราวกับต้องการระบายความทุกข์ระทมที่อัดอั้นมาตลอดหลายปีให้หมดสิ้นไปในคราวเดียว
สามพี่น้องที่แอบดูอยู่หน้าห้องรีบหดหัวกลับทันที แล้ววิ่งแจ้นกลับห้องตัวเองไป
จริงด้วย… น้องสาวนี่น่ารำคาญที่สุดเลย มีแต่เรื่องร้องไห้กวนใจ พวกเขาไม่อยากได้น้องสาวแบบนี้เลยสักนิด!
*
ภายในห้องนอนของหานหาน เหวยหว่านเห็นรอยข่วนที่แขนลูกสาวก็ยิ่งเดือดดาล ตอนนั้นเองซูจื่อหลิน ผู้เป็นสามีก็เดินเข้ามาพลางเอ่ยสั้น ๆ
“เธอเป็นอะไรไป? รีบไปขอโทษซู่เป่าเดี๋ยวนี้”
เหวยหว่านตบะแตกในทันที เธอสะบัดมือโยนผ้าชุบน้ำทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีพลางแผดเสียงตวาดกลับด้วยความเหลืออด “ซูจื่อหลิน! คุณยังมีความเป็นพ่ออยู่ไหม? ลูกสาวตัวเองโดนรังแกจนหน้าตาบวมปูด แขนเลือดไหลซิบขนาดนี้ คุณยังให้ไปขอโทษอีกล่ะเหรอ!”
ซูจื่อหลินเค้นยิ้มเย็นชาพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าบาดลึกหัวใจคนฟัง
“ถ้าลูกไม่ไปแย่งของคนอื่นก่อน ใครเขาจะมาตีให้เจ็บตัวแบบนี้”
หานหานได้ยินคำพูดของพ่อก็ยิ่งร้องไห้โยเยหนักกว่าเดิม ซูจื่อหลินผู้รักความสงบ เมื่อเห็นบรรยากาศวุ่นวายก็หงุดหงิดจนเลือกหันหลังเดินหนีไป
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เคยราบรื่นมาแต่ไหนแต่ไร หลังจากที่มีความสัมพันธ์กันโดยบังเอิญจนเหวยหว่านตั้งครรภ์ ซูจื่อหลินก็ยอมรับผิดชอบ แม้จะไม่ได้มีความรักให้เลยก็ตาม
เขาเพิ่งมารู้ความจริงเมื่อไม่กี่ปีมานี้ว่าเรื่องในคืนนั้นเป็นแผนการของเหวยหว่านเอง ตอนแรกเขาขอหย่าขาด แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม อีกทั้ง แม่ของเธอก็ยกเรื่องลูกทั้งสองมาอ้างเพื่อเหนี่ยวรั้งเขาไว้ ประกอบกับช่วงนั้นซูจิ่นอวี้หายตัวไป ตระกูลซูจึงวุ่นวาย จนเรื่องหย่าถูกปล่อยให้คาราคาซังมาถึงทุกวันนี้
ขณะนี้เหวยหว่านรู้สึกขมขื่นใจที่สุด เธอเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมทุกคนถึงรุมว่าเธอ…
การที่คนเป็นแม่รักและปกป้องลูกของตัวเอง มันผิดมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?