ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 143 สนามรบเลือดนองที่แฟนทั้งสามโคจรมาพบกัน
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 143 สนามรบเลือดนองที่แฟนทั้งสามโคจรมาพบกัน
บทที่ 143 สนามรบเลือดนองที่แฟนทั้งสามโคจรมาพบกัน
หลินเสวี่ยอิงเห็นซูอีเฉินเดินออกมา เธอไม่รอช้ารีบสับเท้าวิ่งตามไปทันที
“คุณซูคะ รอเดี๋ยวก่อนค่ะ!” เธอวิ่งกระหืดกระหอบจนหน้าแดงซ่าน พลางยกมือน้อย ๆ ขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยท่าทางคิดว่าดูน่าสงสารที่สุด
ซูอีเฉินหันกลับมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหลินเสวี่ยอิง ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญใจ ส่วนคุณนายซูถึงกับสบถออกมาเบา ๆ ว่า “อัปมงคลจริง” ก่อนนึกถึงคำทำนายของซู่เป่าที่ทักไว้ว่าวันนี้ลูกชายของเธอไม่เหมาะจะทำเรื่องใดทั้งสิ้น…
ช่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ หรือนี่จะไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ?
“ไปกันเถอะ อย่าไปสนใจเลย” คุณนายซูเอ่ยอย่างหงุดหงิด
ซู่เป่าจ้องมองผีเจ้าชู้บนศีรษะของหลินเสวี่ยอิงอยู่ กลับดึงชายเสื้อคุณยายไว้ “คุณยายคะ รอก่อนนะคะ”
หลินเสวี่ยอิงซอยเท้าก้าวเล็ก ๆ มาหยุดตรงหน้าซูอีเฉิน เธอคิดว่าเขาจะเดินหนีไปทันที
แต่ผิดคาด… เขากลับยืนรอเธออยู่ตรงนั้น!
ว้าว! เขารอฉันจริง ๆ ด้วย!
“คุณซู ช่างบังเอิญจังเลยนะคะ! คุณก็อยู่นี่ด้วยเหรอคะ? พวกคุณกำลังไปไหนกันหรือเปล่าคะ!” หัวใจของเธอเต้นระรัว เธอปัดปอยผมข้างหูอย่างเหนียมอาย
คุณนายซูทำหน้านิ่งไม่ตอบโต้ แต่ซู่เป่ากลับชิงตอบด้วยรอยยิ้มสดใส “ครูเชอร์รี่คะ พวกเรากำลังจะไปซื้อยาสมุนไพรจีนกันค่ะ!”
หลินเสวี่ยอิงชะงักไปครู่หนึ่ง “ยาสมุนไพรจีนเหรอคะ?” เธอถามออกไปตามสัญชาตญาณ “คงเป็นที่ตลาดสมุนไพรเจี้ยนหยางโพวใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้วค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
ซูอีเฉินปรายตามองหลานสาวตัวน้อยด้วยความแปลกใจ…
ซู่เป่าจงใจบอกพิกัดให้ครูคนนี้รู้เพื่ออะไรกันนะ?
ทางด้านหลินเสวี่ยอิงแอบดีใจจนเนื้อเต้น เด็กนี่ช่างหลอกง่ายจริง ๆ แค่นี้ก็ล้วงความลับได้แล้ว!
“คุณนายไม่สบายหรือเปล่าคะ? ให้ฉันไปส่งที่โรงพยาบาลไหมคะ ฉันอยากช่วยดูแลคุณจริง ๆ…” เธอรีบตีหน้าเศร้าแสดงความห่วงใยทันที
แววตาของคุณนายซูฉายแววรำคาญทันที หญิงชราเอ่ยเสียงเย็น “เธอเป็นอะไรกับฉัน ถึงได้สำคัญตัวผิดคิดจะมาดูแลฉันที่โรงพยาบาล?”
“คุณนายซูคะ อย่าใจร้ายกับหนูนักเลยค่ะ หนูรู้ตัวแล้วจริง ๆ ว่าทำผิดไป… ในฐานะที่เคยเป็นครูของซู่เป่า หนูขอโอกาสให้หนูได้แก้ตัวดูแลคุณเถอะนะคะ…” หลินเสวี่ยอิงทำหน้าเง้างอน กัดริมฝีปากพลางพูดเสียงสั่น
“ไปได้แล้ว! ฉันไม่อยากฟัง!” คุณนายซูแทบจะหมดคำพูดกับตรรกะอันบิดเบี้ยวของครูคนนี้
ซู่เป่ากะเวลาในใจดูแล้วว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้จับ คนเจ้าชู้ ที่ตลาดสมุนไพร เธอจึงจงใจหยุดรอตรงนี้เพื่อล่อเป้า เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เธอก็พร้อมออกเดินทางต่อทันที
หนูเชื่อว่าครูเชอร์รี่ต้องตามมาแน่นอนค่ะ!
เห็นซูอีเฉินกำลังจากไป หลินเสวี่ยอิงจะยอมได้อย่างไร เธอพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าซูอีเฉินทันที!
ในขณะเดียวกัน อวี๋เซินเหมี่ยวที่ตามหาหลินเสวี่ยอิงจนทั่ว ก็เดินมาถึงลานจอดรถพอดี เขาเห็นเธอกำลังยืนร้องไห้คร่ำครวญขอโอกาสดูแลซู่เป่า และคุณนายซูด้วยท่าทางที่เธอมโนไปเองว่าเป็น ‘นางเอกสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา’
อา… ฉันช่างดูงดงามในความเศร้าเสียจริง
หลินเสวี่ยอิงคิดในใจ ท่านประธานซูต้องซึ้งใจจนยอมตกลงแน่ ๆ…
ทว่าความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณนายซูตวาดใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด “หนึ่ง! ฉันไม่ต้องการให้เธอดูแล และซู่เป่าก็ไม่ต้องการเช่นกัน! เธอเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับครอบครัวเรา?”
“สอง! เธอโดนไล่ออกมันก็เรื่องของเธอ อย่ามาทำเนียนเรียกร้องความสนใจแถวนี้!” อวี๋เซินเหมี่ยวที่ยืนดูอยู่ไกล ๆ ทนไม่ไหว เขารู้สึกว่าคุณนายซูทำรุนแรงเกินไปแล้ว! “เชอร์รี่น้อย!” เขาร้องเรียกแล้ววิ่งเข้าไปหา
หลินเสวี่ยอิงเอามือกุมหน้าอกพลางทำหน้าซีดราวกับจะขาดใจ
ฮือ ๆ ทำไมคุณนายถึงใจร้ายแบบนี้!
ซูอีเฉินไม่รอช้า เข็นรถเข็นคุณแม่ขึ้นรถ อุ้มซู่เป่าตามเข้าไปแล้วขับออกไปทันที หลินเสวี่ยอิงวิ่งไล่ตามรถจนสุดแรงเกิด “คุณซูคะ! คุณซู! ฟังฉันก่อน!”
เมื่อเห็นรถลับสายตาไป เธอจึงหันไปสั่งอวี๋เซินเหมี่ยวทั้งน้ำตา “เซินเหมี่ยว! รถคุณจอดอยู่ไหน? เร็วเข้า! เราต้องตามรถคุณซูไปให้ทัน!”
“เชอร์รี่น้อย พอเถอะ ยอมแพ้เถอะครับ” อวี๋เซินเหมี่ยวถอนหายใจยาว
“ไม่! ฉันจะไม่ยอมแพ้!” เธอสะอึกสะอื้น “ฉันต้องได้รับการอภัยจากตระกูลซูให้ได้… เซินเหมี่ยว ได้โปรด ช่วยฉันด้วยนะคะ!”
สุดท้ายอวี๋เซินเหมี่ยวก็จำต้องขับรถตามไป โดยไม่รู้เลยว่าเขากำลังช่วยแฟนสาวตามจีบชายอื่นอยู่…
*
ตลาดสมุนไพรเจี้ยนหยางโพว
ที่นี่คือตลาดสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บรรยากาศคึกคักไปด้วยผู้คนและกลิ่นอายยาจีน ซู่เป่าจูงมือซูอีเฉินเดินดูโน่นดูนี่อย่างตื่นตาตื่นใจ
จี้ฉางที่ลอยอยู่ข้าง ๆ คอยสอนเรื่องสมุนไพรให้เด็กน้อยไปด้วย “นี่คือโสมดำ นี่คือโสมอเมริกัน ดูให้ดีนะถ้าหั่นเป็นแผ่นจะสับสนง่ายมาก…” ซู่เป่าคอยฟังและจดจำจนเริ่มเรียนรู้วิธีแยกแยะคุณภาพยาได้เบื้องต้น
คุณนายซูมองหลานสาวที่หยิบโน่นหยิบนี่มาถามไม่หยุดด้วยความเอ็นดู เธอพยายามช่วยค้นหาข้อมูลในมือถือ แต่ความเร็วของเธอก็สู้เด็กน้อยที่เปลี่ยนไปถามตัวยาถัดไปไม่ได้เลย
เด็กตัวแค่นี้จะจำอะไรได้เยอะแยะนะ คงแค่เล่นสนุกไปวัน ๆ เท่านั้นแหละ
เดินมาได้สักพัก ก็มาถึงร้านขายยาแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ รับสมุนไพรตัวไหนดีครับ?” ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไป “เอ๊ะ… หนูคือซู่เป่าใช่ไหม?”
“ใช่แล้วค่ะ ในที่สุดก็หาลุงเจอเสียที…” ซู่เป่าเงยหน้าส่งยิ้มหวาน
“เจ้านี่มีไออัปมงคลติดตัวอยู่เข้มข้นมาก เก้าในสิบส่วนคือ ‘เป้าหมาย’ ของเราแน่ ๆ” จี้ฉางจ้องมองชายคนนั้นเขม็ง
ชายคนนี้คือ อี้ปิน หนึ่งในแฟนหนุ่มของหลินเสวี่ยอิง เนื่องจากข่าวเรื่องซู่เป่าเคยเป็นกระแส เขาจึงจำเด็กน้อยได้ และเขาก็ไม่ค่อยชอบซู่เป่านัก เพราะคิดว่าเด็กคนนี้คือต้นเหตุ ทำให้เชอร์รี่น้อยของเขาต้องเสียใจ
“ดูตามสบายเถอะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่ต้อนรับ
ในขณะเดียวกัน หลินเสวี่ยอิงและอวี๋เซินเหมี่ยวก็มาถึงตลาดสมุนไพรแล้ว เธอชะงักไปทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่า… อี้ปินก็เปิดร้านอยู่ที่นี่!
คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง ตลาดตั้งกว้าง…
“คนเยอะจังค่ะเซินเหมี่ยว เราแยกกันหาเถอะ ถ้าพลาดวันนี้ฉันคงไม่ได้เจอคุณซูอีกแน่ ๆ” เธอรีบสลัดอวี๋เซินเหมี่ยวออกไปทันที
ทว่าเธอไม่ทันสังเกตเห็นว่า อีกด้านหนึ่งไม่ไกลนัก โจวเซียวก็กำลังยืนเลือกสมุนไพรให้แม่ของเขาอยู่อย่างตั้งใจ… สนามรบที่แฟนทั้งสามคนมาเจอกันโดยมิได้นัดหมาย กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว…