ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 169 ช่วยคนยังผิดอีกหรือ?
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 169 ช่วยคนยังผิดอีกหรือ?
บทที่ 169 ช่วยคนยังผิดอีกหรือ?
ท่ามกลางความมืดมิดริมแม่น้ำหยงเจียง แสงไฟสีแดงสลับน้ำเงินจากเรือกู้ภัยกะพริบถี่สะท้อนผิวน้ำ เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามค้นหาและลากสิ่งที่สงสัยว่าเป็นร่างคนขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า
หญิงวัยกลางคนคนเดิมถูกควบคุมตัวไว้ เธอกรีดร้องอย่างเสียสติ “ลูกสาวฉัน… เอาลูกสาวฉันคืนมา!…”
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงยังคงไร้วี่แวว เสียงซุบซิบจากคนรอบข้างเริ่มดังขึ้น บ้างก็ว่าเด็กสาวอาจถูกกระแสน้ำพัดไปไกลแล้ว หรืออาจจมดิ่งลงสู่ก้นแม่น้ำที่มืดมิด…
ซึ่งหมายความว่าโอกาสรอดชีวิตแทบจะเป็นศูนย์
“โธ่… ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มัวแต่ก่อเรื่องวุ่นวาย ป่านนี้กู้ภัยอาจช่วยลูกสาวเธอทันก็ได้…”
“พอเถอะ อย่าซ้ำเติมเลย คนเพิ่งสูญเสียลูกสาวไปนะ…”
ยิ่งได้ยิน หญิงวัยกลางคนยิ่งรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ ทว่าความโศกเศร้ากลับแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ผิดที่ผิดทาง
ไม่ใช่… ไม่ใช่ความผิดของเธอ!
เธอแค่รักลูก ใจคนเป็นแม่ย่อมทำทุกอย่างได้เพื่อลูกไม่ใช่หรือ?
แล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่ไปช่วยลูกสาวเธอก่อน? ทำไมถึงหันกลับมาช่วยเธอที่ยังไม่ตายล่ะ!
แรงผลักดันจากความรู้สึกผิดอันสับสนมึนงงทำให้เธอขาดสติ หญิงวัยกลางคนโถมเข้าใส่มู่กุยฝานเหมือนกำลังบ้าคลั่ง ทั้งระดมหมัดทุบตีและเตะถีบเขาไม่ยอมหยุด
“ทำไมคุณไม่ช่วยลูกสาวฉันก่อน! คุณจะช่วยศพผู้ชายคนนั้นทำไม! คุณช่วยฉันทำไม!”
“คุณมันสมควรตาย! ลูกสาวฉันอายุแค่สิบหกเองนะ แต่คุณกลับปล่อยให้เธอตาย… คุณมันสมควรตาย!”
ซู่เป่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธแทนคุณพ่อ เธอตะโกนก้อง “สะท้อนกลับ! สะท้อนกลับ! สะท้อนกลับขั้นสุดยอดไปเลย!”
คุณพ่อไม่ผิดสักหน่อย! คุณพ่อพยายามช่วยคนตั้งเยอะ ทำไมกลายเป็นคนผิดไปได้ล่ะ?
มู่กุยฝานดึงซู่เป่าไปหลบข้างหลัง สีหน้าของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็ง แม้ในใจจะเข้าใจความสูญเสีย หากเป็นซู่เป่าที่หายไป เขาคงคลุ้มคลั่งกว่านี้ร้อยเท่า แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ
ชายหนุ่มรับมือและผลักหญิงคนนั้นออกไปเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบเย็น “เห็นแก่ที่ลูกสาวคุณยังไม่รู้ชะตากรรม ผมจะไม่เอาความที่คุณทำร้ายร่างกายผมในครั้งนี้”
แต่หญิงคนนั้นยังไม่ยอมหยุดลงมือ
“คุณจะบ้าไปถึงไหน?!” ลุงพลเมืองดีที่ช่วยดูซู่เป่าให้คุณยายทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตะโกนด่า
“เขาเสี่ยงชีวิตลงไปช่วยคนนะคุณ! เมื่อกี้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในน้ำด้วยซ้ำ!”
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องให้คนอื่นต้องสละชีวิตเพื่อลูกสาวคุณ? ชีวิตลูกคุณสำคัญ แล้วชีวิตคนอื่นไม่ใช่ชีวิตหรือไง!”
“แล้วยังไงล่ะ! ก็ตอนนี้ฉันเป็นฝ่ายที่ต้องสูญเสียลูกสาวนะ!” หญิงวัยกลางคนกัดริมฝีปากแน่น
“ฉันไปอ้อนวอนขอให้เขาช่วยตั้งแต่เมื่อไหร่!” ความร้อนรนจนหน้ามืดทำให้เธอพลั้งปากพูดประโยคเนรคุณออกมา
คนรอบข้างต่างพากันอึ้งจนพูดไม่ออก มีคนตะโกนสวนขึ้นมา “ลูกสาวคุณมีแม่แบบคุณนี่โชคร้ายจริง ๆ! ไม่แปลกหรอกที่เด็กมันจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย!”
หญิงคนนั้นระเบิดอารมณ์ร้องไห้โฮ “พวกคุณพูดอะไรน่ะ! ใจร้ายที่สุด! เขาช่วยลูกฉันขึ้นมาได้ไหมล่ะ? ก็ไม่! แล้วจะมาทวงบุญคุณอะไรกับฉัน…” พูดไปเธอก็เหวี่ยงแขนจะตบคนพูด
เจ้าเสี่ยวอู่ที่ซ่อนตัวอยู่บนไหล่ซู่เป่าเห็นท่าไม่ดี มันรีบยื่นหัวออกมาแล้วพ่นคำสาปแช่งเสียงแหบพร่า “ยัยแก่ปากเสีย ล้มก้นจ้ำเบ้าไปซะ!”
สิ้นคำพูดของนกแก้ว ร่างของหญิงวัยกลางคนก็พลันลื่นพรืดล้มลงกับพื้นดัง ตุ้บ! หัวของเธอโขกพื้นเข้าอย่างจังจนอยู่ในท่าคุกเข่าต่อหน้ามู่กุยฝานพอดี
เสี่ยวอู่เองก็ดูจะตกใจในความศักดิ์สิทธิ์ของปากตัวเอง มันรีบมุดหัวกลับไปแนบชิดกับซู่เป่าทันที
“ไปกันเถอะ” มู่กุยฝานอุ้มซู่เป่าขึ้นแนบอก
เขาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสร็จแล้ว การอยู่ที่นี่ต่อไม่มีประโยชน์อะไรอีก จึงหันหลังกลับพลางเหลือบมองร่างของศพชายที่นอนอยู่ริมตลิ่งอีกครั้ง
ในวินาทีนั้น สายลมพัดเอาผ้าคลุมใบหน้าศพเปิดออก เผยให้เห็นผิวสีซีดจากการแช่น้ำ
หัวใจของมู่กุยฝานกระตุกวูบ
ลูกตาของศพ… กำลังจ้องมายังเขา!
เมื่อครู่ตอนอยู่ในน้ำ ศพนี้ตาเหลือกจนเห็นแต่ตาขาว พอขึ้นฝั่งก็จ้องตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย แต่ตอน
นี้… ลูกตาดำกลับหมุนมาจ้องมองเขาเขม็ง!
มู่กุยฝานร้องอุทานในใจ
“คุณพ่อขา เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” ซู่เป่าสังเกตเห็นความผิดปกติจากอีกคน
” จี้ฉาง อยู่ไหน?” มู่กุยฝานไม่ตอบ แต่ถามกลับเสียงต่ำ
“อาจารย์ไปยมโลกอีกแล้วค่ะ บอกว่าข้างล่างมีคนมาตรวจสอบ…”
มู่กุยฝานไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปเข็นรถเข็นของคุณยายซูเพื่อเดินทางกลับ คุณยายซูถามด้วยความเป็นห่วง “เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ” เขายังคงรักษาท่าทีเรียบเฉย
“แล้วทำไมเมื่อกี้ถึงดิ้นอยู่ในน้ำตั้งนานล่ะ?” หญิงชราถามต่อ เพราะจากมุมสูงเธอเห็นชัดว่ามู่กุยฝานเหมือนถูกอะไรบางอย่างฉุดรั้งไว้
“แค่สาหร่ายพันเท้านิดหน่อยครับ” เขาสะบัดเสื้อยืดอันเปียกโชกพลางตอบปัด
“คราวหน้าอย่าใจร้อนนักสิ ดึกดื่นมืดค่ำมองไม่เห็นอะไรเลย ถ้าบังเอิญไปชนเข้ากับอะไรในน้ำจะทำยังไง!” คุณยายซูอดบ่นไม่ได้
สิ่งที่เธอพูดคงหมายถึงคือโขดหินหรือกิ่งไม้…
แต่ในหัวของมู่กุยฝานกลับนึกถึงสัมผัสเหนียวเหนอะหนะที่คว้าข้อเท้าเขาไว้ใต้น้ำอย่างสยดสยอง
เมื่อกลับมาถึงบ้าน มู่กุยฝานถอดเสื้อผ้าออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง เขาส่องกระจกตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียด แต่กลับไม่พบรอยบาดแผลประหลาดใด ๆ
แต่ว่าข้อเท้าทั้งสองข้างกลับปรากฏรอยนิ้วมือสีม่วงคล้ำชัดเจนอยู่หลายรอย…
“ชิ…” มู่กุยฝานใช้นิ้วลูบบริเวณรอยช้ำเหล่านั้น สัมผัสที่ได้รับช่างเย็นเยียบผิดปกติ
ดูเหมือนว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาคงต้องไปหาเจ้าตัวเล็กของเขาเสียหน่อยแล้ว
ขณะกำลังใช้ความคิด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น มู่กุยฝานคว้าผ้าขนหนูมาพันรอบกายแบบลวก ๆ ก่อนจะแง้มประตูออกเล็กน้อย
ซู่เป่ายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นอกประตู ท่าทางลับล่อ คอยมองซ้ายมองขวาเหมือนโจรตัวน้อย เธอเงยหน้าขึ้นแล้วเรียกเสียงแผ่วเบา “คุณพ่อขา…”
มู่กุยฝานเปิดประตูให้ลูกสาวเข้ามาในห้อง
“เป็นอะไรไป?” เขาถาม
ซู่เป่าเดินเข้ามาพร้อมดาบไม้ท้อขนาดเท่าฝ่ามือ บนหลังสะพายผ้าคลุมเหมือนฮ่องเต้ตัวจิ๋ว แถมในมือยังถือยันต์สีเหลืองเตรียมพร้อมเต็มที่
ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้ไปแอบสะสมของพวกนี้มาไว้ตั้งแต่ตอนไหน…
“คุณพ่อขา หนูมาช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้คุณพ่อค่ะ!” ซู่เป่าเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม… งั้นรอพ่อแป๊บนึงนะ” มู่กุยฝานอมยิ้ม เพราะว่าเขายังไม่ได้เข้าไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกเลยหลังจากกลับมา จึงปล่อยให้ลูกสาวตัวน้อยรอครู่หนึ่ง
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางกำชับเสียงเข้ม “ห้ามแช่อ่างอาบน้ำเด็ดขาดเลยนะคะ!”
มู่กุยฝานพยักหน้ารับคำ ปกติเขาก็ไม่ชอบแช่อ่างอาบน้ำอยู่แล้ว
ภายในห้องน้ำมีเสียงฝักบัวดังซ่า แต่ซู่เป่าที่รออยู่ข้างนอกกลับรู้สึกไม่สบายใจจึงตะโกนเรียก “คุณพ่อขา?”
เสียงทุ้มของมู่กุยฝานตอบกลับมาทันที “หืม?”
“เปล่าค่ะ แค่อยากเช็กดูว่าคุณพ่อยังอยู่ดีไหม” ซู่เป่าถอนหายใจโล่งอก
“คุณพ่อขา?” ไม่ถึงครึ่งนาที ซู่เป่าก็เริ่มใหม่อีกครั้ง
“……พ่อไม่เป็นไร”
ซู่เป่าใจชื้นขึ้นมา แต่พอผ่านไปอีกเพียงครึ่งนาทีเธอก็ทนไม่ไหวขึ้นมาอีกรอบ “คุณพ่อขา?”
ไม่มีเสียงตอบรับ แต่ประตูห้องน้ำเปิดออก มู่กุยฝานยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าจนใจ
เขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำพลางโยนผ้าขนหนูลงตะกร้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเอ่ยว่า “พ่ออาบน้ำครั้งนี้เร็วที่สุดในชีวิตพ่อเลยนะเนี่ย”
ซู่เป่าทำตาปริบ ๆ พลางกวาดสายตามองคุณพ่อตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเอียงคอถามด้วยความสงสัย “แล้ว… คุณพ่อล้างตัวสะอาดแน่เหรอคะ?”
แล้วลูกคิดว่าไงล่ะ?!