ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 272 ฉันยินดีเรียกเขาว่านักรบกล้า แม้แต่ผีก็ไม่เว้น
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 272 ฉันยินดีเรียกเขาว่านักรบกล้า แม้แต่ผีก็ไม่เว้น
กู้ชีชีอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “พี่ล้อเล่นน่ะ! เจ้าเด็กขี้เหนียวเอ๊ย! จำไว้นะ ถ้าในอนาคตมีใครพูดแบบนี้กับหนูอีก หนูต้องตอบว่าไม่ได้เข้าใจไหม?”
‘จริง ๆ เลย เจ้าตัวน้อยน่ารักขนาดนี้ ถ้าถูกคนหลอกขายไป มีหวังได้ช่วยเขานับเงินตัวปลิวแน่!’
ไม่นานนัก ทั้งสองคนก็ล้างหน้าล้างตาจนสะอาดเรียบร้อย
คุณนายเฒ่าซูเหลือบดูเวลาเห็นว่าสมควรแก่เวลา จึงเอ่ยชวนทุกคนกลับบ้าน
ซู่เป่ามีคำถามค้างคาใจมานาน จึงรีบถามขึ้นทันที “พี่ชีชีคะ ผีญี่ปุ่นที่พี่พูดถึงบ่อย ๆ ไม่ใช่ผีจริงๆ ใช่ไหมคะ?”
“แน่นอนสิ มันเป็นแค่คำที่เราใช้เรียกศัตรูในสมัยก่อนน่ะ” กู้ชีชีไม่ได้เอะใจอะไร ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอก็เสริมต่อ “โลกนี้จะมีผีได้ยังไงกันเล่า!”
ซูโล่วได้แต่จ้องมองไปข้างหน้า นิ่งเงียบไม่ยอมหันมาสบตาใคร
ส่วนซูเหอเวิ่นก็ปิดปากสนิทไม่พูดจา
ซู่เป่าอึกอักอยากพูดบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวถามออกไปอีก “แล้วถ้าพี่ชีชีเห็นผีขึ้นมาจริงๆ พี่จะกลัวไหมคะ?”
“ก็ต้องดูว่าเป็นผีแบบไหนก่อนสิ” กู้ชีชีตอบด้วยความมั่นใจ
ซู่เป่าถามต่อ “แล้วถ้าเป็นผีผู้หญิงล่ะคะ?”
“พี่จะผิวปากใส่แล้วกระโจนเข้าใส่เลย!” กู้ชีชีสวนกลับทันควัน
“???”
ซู่เหอเวิ่นนึกในใจ
‘ฉันยินดีเรียกเธอว่านักรบผู้กล้า ขนาดผีเธอก็ยังไม่เว้น!’
คุณนายเฒ่าซูเดินเข้ามาจูงมือซู่เป่าพลางส่งยิ้มละไมให้กู้ชีชีอย่างเป็นกันเอง “วันนี้รบกวนคุณมากเลยนะจ๊ะ”
กู้ชีชีรีบยืดตัวตรงพยักหน้าหงึกหงักพลางหัวเราะร่าด้วยความจริงใจ “ไม่รบกวนเลยค่ะ ไม่รบกวนเลยสักนิด! ฉันเองก็ถูกชะตาแล้วก็เอ็นดูเจ้าตัวน้อยคนนี้มากจริง ๆ!”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะ” คุณนายเฒ่าซูพยักหน้าตอบรับด้วยแววตาอ่อนโยน
กู้ชีชีชูมือโบกลา สายตายังคงทอดมองตามแผ่นหลังของเด็กน้อยผู้น่ารักที่กำลังก้าวขึ้นรถจากไป ใจหนึ่งก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปกะทันหัน
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็แล่นวาบเข้ามาจนเธอต้องเบิกตาโพลง… ‘เธอยังไม่มีช่องทางติดต่อของเจ้าเด็กนั่นเลยสักนิด!’
กู้ชีชีอ้าปากค้างด้วยความเสียดายจนอยากทึ้งหัวตัวเอง
‘แย่แล้ว! เด็กน้อยน่ารักน่าฟัดขนาดนั้น เธอกลับลืมกระทั่งขอถ่ายรูปคู่เก็บไว้ดูเล่นยามเหงาเสียได้ ‘
‘ต่อให้เป็นรูปแอบถ่ายตอนหนูน้อยเผลอทำแก้มป่องสักรูปก็ยังดี!’
เธอรีบกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ เพื่อหาใครสักคน พอจะเป็นกุญแจเชื่อมต่อไปถึงเจ้าตัวเล็กได้ จนกระทั่งสายตาคมปลาบไปหยุดกึกอยู่ที่ร่างของซูโล่วซึ่งยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
กู้ชีชีรีบถือโทรศัพท์วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา แววตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยรอยยิ้ม “รุ่นพี่ซูคะ ขอเพิ่มวีแชทคุณหน่อยได้ไหมคะ? จะว่าไปเราก็ร่วมงานกันมาตั้งนานแล้ว แต่ฉันยังไม่มีช่องทางติดต่อส่วนตัวของคุณเลยนะ!”
ปกติในกองถ่ายจะมีกลุ่มแชทส่วนกลางอยู่แล้ว มีธุระอะไรทั้งคู่ก็มักจะพูดคุยกันผ่านกลุ่มนั้น
ความจริงคือพวกเขายังไม่ได้เป็นเพื่อนกันในวีแชทส่วนตัวเลย
ซูโล่วกำลังนั่งอ่านบทอย่างตั้งใจ เมื่อได้ยินดังนั้นก็เอื้อมมือดันกรอบแว่นบนสันจมูกให้เข้าที่ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ “ได้สิ”
ติ๊ด… เพิ่มเพื่อนสำเร็จ
กู้ชีชีพยายามรักษากิริยาให้ดูสุขุม เธอเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ตามมารยาทก่อนปลีกตัวกลับมานั่งลงข้างกายชายหนุ่ม เมื่อคว้าโอกาสเข้าถึงวีแชทของซูโล่วมาได้สำเร็จ เธอก็ไม่รอช้ารีบปลายนิ้วเข้าสู่หน้าไทม์ไลน์ของเขาในทันที
ทว่าหลังจากเลื่อนผ่านไปกว่าสิบโพสต์ กลับพบเพียงการโปรโมตผลงานโฆษณาและความเคลื่อนไหวทางธุรกิจอันแสนจะเย็นชาและเป็นทางการ
กู้ชีชีเริ่มรู้สึกขัดใจจนไม่ยอมแพ้ ‘ที่บ้านมีสมบัติล้ำค่าเช่นเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้นแท้ ๆ เขาอดรนทนไม่โพสต์รูปอวดชาวโลกได้อย่างไรกันนะ?’
ในเวลาเดียวกัน ซูโล่วเองก็ปรายตามองโทรศัพท์ในมือเช่นกัน
นิ้วเรียวยาวขยับกดเข้าไปสำรวจไทม์ไลน์ของกู้ชีชีด้วยท่าทีเนือย ๆ คล้ายไม่ใส่ใจนัก เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นความดุเดือดจากเจ้าของฉายานักรบกล้า ผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร หากถูกตบมาสองทีเธอก็ต้องสวนคืนทันที มิฉะนั้นจะรู้สึกขาดทุนย่อยยับ
แต่ภาพปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เขาประหลาดใจ เพราะพื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาวที่ดูร้ายกาจคนนี้ กลับเต็มไปด้วยรูปสิ่งของจุกจิกและเรื่องราวน่ารักละมุนตาไปเสียหมด
เพียงแค่เลื่อนดูไม่กี่โพสต์ก็สัมผัสได้ทันทีว่ากู้ชีชีหลงใหลในสิ่งของนุ่มนิ่มน่ารักเพียงใด บ้านของเธอเลี้ยงแมวไว้มากถึงเจ็ดแปดตัว มีทั้งสีดำสลับเหลือง ขาวนวล และลายสลิดวนเวียนอยู่เต็มบ้าน
เธอยังมีมุมเป็นสาวโอตาคุคลั่งไคล้อนิเมะ แววตาจะเปล่งประกายระยิบระยับทุกครั้งเมื่อได้เห็นพระเอกการ์ตูนที่ถูกใจ แม้แต่โซฟาในห้องนั่งเล่นก็ยังเลือกดีไซน์ให้เหมือนก้อนเมฆหนานุ่ม หรือกระทั่งรองเท้าแตะก็ยังเป็นแบบขนฟูประดับลูกปอมปอมมุ้งมิ้ง…
จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะตกหลุมรักความน่ารักของซู่เป่าเข้าอย่างจังจนถอนตัวไม่ขึ้น
ซูโล่วเก็บโทรศัพท์มือถือลงพลางลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวเข้าฉากต่อไป แต่ในจังหวะนั้นเขากลับเหลือบไปเห็นกู้ชีชีกำลังก้มหน้าก้มตาขะมักเขม้น… แอบดูไทม์ไลน์ของเขางั้นหรือ?
“…”
*
ทางด้านซู่เป่าเพิ่งกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลซู ก็เห็นซูจื่อซีเดินลงมาจากชั้นบนพอดี เด็กชายทำทีเป็นเดินถือน้ำผ่านมาด้วยความบังเอิญ ก่อนหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาข้างกายซู่เป่าด้วยท่าทางนิ่งเฉย
“พี่จื่อซี มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ซู่เป่าเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ซูจื่อซีเงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วจึงตอบกลับ “เมื่อกี้ฉันลองไปนั่งคิดดูแล้ว… ฉันว่าฉันชอบหลุมศพรูปทรงคริสตัลทาวเวอร์นะ” เขานิ่งไปอีกครู่คล้ายกำลังไตร่ตรอง แล้วจึงเสริมขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าจะให้ดี… สลักคำว่า MVP ไว้ด้านบนด้วยก็น่าจะเข้าท่า”
“หา?”
เดี๋ยวนะ… นี่พี่ชายเขาเป็นพวกหัวช้าจนเพิ่งนึกออก หรือว่าสมองประมวลผลช้าเกินไปกันแน่เนี่ย!?
เรื่องที่ซู่เป่าคุยกันจบไปตั้งนานจนลืมไปหมดแล้ว แต่พี่ชายเพิ่งมาตอบเอาป่านนี้เนี่ยนะ!?