ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 282 บะหมี่กุ้งหกอย่าง ทำน่ะไม่ยาก แต่เปลืองลุงไปหน่อย
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 282 บะหมี่กุ้งหกอย่าง ทำน่ะไม่ยาก แต่เปลืองลุงไปหน่อย
หลังมื้ออาหารผ่านไปไม่นาน เหล่าคนรับใช้ก็หิ้วกุ้งน้ำจืดที่ซูโล่วสั่งไว้กลับมา สองกะละมังใบเขื่องนั้นเต็มไปด้วยกุ้งตัวเป็น ๆ หนักกี่กิโลกรัมก็สุดจะเดา
คุณนายซูเดินมาเมียงมองด้วยความสงสัยพลางถามขึ้น “นั่นลูกคิดจะทำอะไรน่ะ?”
ซูโล่วกำลังก้มหน้าก้มตาแกะไข่กุ้งตอบกลับอย่างขอไปที “ซู่เป่าบอกว่าอยากกินบะหมี่กุ้งหกอย่างครับ”
คุณนายซูถึงกับชะงักงัน จ้องมองลูกชายคนที่สี่ด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
‘แน่ใจนะว่าจะทำบะหมี่กุ้งหกอย่าง? อาหารปราบเซียนที่ขั้นตอนยุ่งยากขนาดนั้นเนี่ยนะ?’
ซู่เป่านั่งยองบนม้านั่งตัวเล็กข้าง ๆ คอยเฝ้าดูลุงสี่ทำอาหารชั้นสูงอย่างใจจดใจจ่อ ขั้นตอนแรกคือการคัดแยกไข่กุ้งออกมาจากท้องกุ้งน้ำจืด แม้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญ แต่มันกลับเป็นงานที่เปลืองลุงมหาศาล
ซูโล่วลงมือไปเพียงสิบนาที ตอนนี้สายตาเขาก็พร่าเลือนจนเห็นทุกอย่างเป็นไข่กุ้งไปหมดแล้ว
ซู่เป่าเห็นท่าลุงสี่จะไม่ไหวแน่จึงรีบวิ่งจี๊ดออกไป ไม่นานนักเธอก็ลากตัวซูอีเฉินที่เพิ่งเสร็จจากการประชุม, ซูจื่อหลินซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่, ซูอิงเอ๋อร์, ซูอี้เชิน ตลอดจนถึงมู่กุยฝานที่กำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือในห้องออกมาช่วยกันจนครบทีม
ด้วยเหตุนี้… บรรดาลุง ๆ ผู้เพิ่งผ่านศึกวิดพื้นหนึ่งพันครั้งมาเมื่อเช้าจนมือไม้สั่นพั่บ ๆ จึงต้องถูกบังคับให้กระโจนเข้าสู่สมรภูมิการแกะไข่กุ้งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ภายในครัวพลันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนเสียงดังระงม เสียงช้อนใช้ขูดไข่กุ้งกระทบกับชาม อ่าง และจานดัง กัง ๆ ก๊ง ๆ ประสานสอดรับกันตามท่วงท่าของแต่ละคน
ซู่เป่าเองก็ขยันขันแข็งช่วยงานสุดกำลัง เพียงครู่เดียวพวกเด็ก ๆ ทั้ง หานหาน, ซูจื่อซี และฝาแฝด ซูเหอเหวิน ซูเหอเวิ่นก็พากันตามลงมาสมทบในการชิงชัยครั้งนี้ด้วย
ทว่าท่ามกลางความโกลาหล มีเพียงมู่กุยฝานคนเดียวเท่านั้นที่มือไม้ทั้งว่องไวและมั่นคง จนซู่เป่าอดไม่ได้จึงชมเชย “คุณพ่อเก่งที่สุดเลยค่ะ!”
“แน่นอนอยู่แล้ว” มู่กุยฝานเอ่ยตอบอย่างเยือกเย็นท่ามกลางรังสีอำมหิตจากสายตาของซูอิงเอ๋อร์ และคนอื่น ๆ
ซูจิ่นอวี้ลอยออกมาเห็นภาพนี้ถึงกับตะลึงงัน พี่ชายหลายคนขมวดคิ้วมุ่น โดยเฉพาะซูอิงเอ๋อร์ที่ทำหน้าบูดบึ้งราวกินยาขม
‘โธ่… การแกะไข่กุ้งมันทารุณกรรมกันขนาดนั้นเลยเหรอ?’
ในขณะที่พวกเด็ก ๆ อย่างซู่เป่าและซูเหอเวิ่น กลับดูสนุกสนานร่าเริง บางครั้งเด็ก ๆ ก็มีความพิถีพิถันละเมียดละไมยิ่งกว่าผู้ใหญ่เสียอีก ส่วนมู่กุยฝานน่ะเหรอ… ช่างเขาเถอะ เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก
ผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ ด้วยพลังสามัคคี ไข่กุ้งกองโตก็ถูกคัดแยกจนเสร็จสิ้น
ซูโล่วก้มมองวิดีโอสอนทำอาหารพลางเอ่ยขึ้น “ขั้นตอนต่อไป… ต้องปอกเปลือกกุ้งเพื่อเอาเนื้อออกมาครับ”
บรรดาพี่น้องตระกูลซูต่างพากันจ้องมองกุ้งน้ำจืดสองอ่างยักษ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีจำนวนรวมกันหลายพันตัวด้วยแววตาอันว่างเปล่า
ในโลกนี้มีงานอดิเรกตั้งมากมายให้เลือกสรร ทว่าทำไมเจ้าบ้านี่ถึงต้องเจาะจงเลือกทำไอ้บะหมี่ที่แสนยุ่งยากนี้ด้วยกันนะ?
ซูโล่วพึมพำตอบเสียงแผ่ว “ก็น้องสาวบอกว่าอยากทานน่ะครับ…” เขาไหวไหล่พลางแสดงสีหน้ากึ่งหนักใจกึ่งจนใจ “แถมเธอยังเปรยว่าอยากกินไอศกรีมทอด รวงผึ้งย่าง แล้วก็ปลาแซลมอนสดอีกด้วย”
‘ก็น้องสาวสุดที่รักอยากกินนี่นา… ใครจะกล้าขัดใจได้ลง’
บรรดาพี่น้องตอนแรกตั้งใจจะเรียกคนรับใช้มาช่วยเปลี่ยนใจทันควัน ทุกคนนิ่งกริบแล้วก้มหน้าก้มตาปอกเปลือกกุ้งด้วยตัวเองอีกครั้ง อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป เนื้อกุ้งกองพะเนินก็เสร็จเรียบร้อย
“ต่อไปคือขั้นตอนการขุดมันกุ้งครับ”
ทุกคนมุงดูวิดีโอ บล็อกเกอร์คนนั้นไม่ได้ขับรถขุดดิน แต่ใช้ช้อนคันจิ๋วบรรจงขุดมันกุ้งออกมาทีละนิด
‘นี่มันงานที่มนุษย์ปกติเขาทำกันเหรอ?’
ครั้นลวกหัวกุ้งในน้ำร้อนจนได้ระดับ ปฏิบัติการเฟ้นขุดมันกุ้งนับพันตัวพลันอุบัติขึ้น ทุกคนจมดิ่งอยู่กับภารกิจนี้ไปอีกกว่าชั่วโมงกระทั่งเสร็จสิ้นสมบูรณ์
“โอ๊ย… นิ้วมือของหนูเหี่ยวเป็นคุณยายไปหมดแล้วค่ะ!” ซู่เป่ายกมือน้อย ๆ ขึ้นมาตรวจดูพลางส่งเสียงโอดครวญด้วยท่าทางน่าเอ็นดู
หานหานกลับตาเป็นประกายแล้วร้องบอก “สนุกจังเลย!”
ผิดกับซูเหอเหวินและซูเหอเวิ่นที่ได้แต่นั่งนิ่งเงียบกริบ แววตาว่างเปล่าจนพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เมื่อคัดแยกส่วนประกอบเสร็จ ซูโล่วก็ตั้งกระทะเทไข่กุ้งลงไป ผัดด้วยไฟอ่อนจนกลายเป็นสีส้มแดงสดใส รอจนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มจึงตักพักไว้ จากนั้นก็นำเนื้อกุ้งลงไปลวกในน้ำเดือดที่ใส่ต้นหอม ขิง และกระเทียมเพื่อดับคาวจนเนื้อเป็นสีแดงสวย
ส่วนหัวกุ้งที่เหลือถูกนำลงไปผัดจนได้น้ำมันกุ้งสีแดงฉาน นับเป็นหนึ่งในหกส่วนประกอบสำคัญ จากนั้นก็นำน้ำใส่ลงในกระทะเดิมเพื่อเคี่ยวเป็นน้ำซุปกุ้งเข้มข้น
เอาผงหัวกุ้งผสมกับแป้ง ทำเป็นโด แล้วรีดออกมาเป็นเส้น ส่วนหัวกุ้งที่เหลือถูกนำไปคั่วจนแห้งสนิทก่อนจะใช้เครื่องบดจนเป็นผงละเอียดแล้วร่อนผสมกับแป้ง เพื่อนำไปเข้าเครื่องรีดทำเป็นเส้นบะหมี่กุ้ง
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ เหล่าคุณลุงทั้งหลายต่างพากันอึ้งกิมกี่ แต่ละคนมีสีหน้าเหม่อลอยขีดสุด เคลื่อนไหวร่างกายทื่อ ๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมด
ซูโล่วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จากนี้ก็ง่ายแล้วครับ แค่เทน้ำมันกุ้งลงกระทะ ใส่เนื้อกุ้ง มันกุ้ง ไข่กุ้ง แล้วผัดให้เข้ากัน…”
“ลวกเส้นบะหมี่กุ้งให้สุก ใส่ลงในชาม ราดตามด้วยน้ำซุปกุ้ง… จากนั้นวางเนื้อกุ้ง มันกุ้ง และไข่กุ้งที่ผัดไว้ลงบนหน้าบะหมี่ ราดน้ำมันกุ้งซ้ำอีกนิด… โรยต้นหอมซอยปิดท้าย…”
ในที่สุด ‘บะหมี่กุ้งหกอย่าง’ ก็เสร็จสมบูรณ์!
เหล่าคุณลุงจ้องมองชามบะหมี่เล็ก ๆ ไม่กี่ชามตรงหน้า พลางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย
ซูอีเฉินทอดสายตามองชามใบเล็กซึ่งวางอยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “แม่ของหนูทานหรือยัง?”
ซู่เป่าหันไปมองทิศทางนั้น ก็เห็นซูจิ่นอวี้กำลังสูดดมกลิ่นหอมของบะหมี่กุ้งหกอย่างด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข เธอจึงตอบกลับว่า “ทานแล้วค่ะ! คุณแม่บอกว่าอร่อยมาก ๆ เลย!”
เด็กน้อยโบกมือน้อย ๆ ให้คุณลุงทุกคนพลางส่งสัญญาณบอกตำแหน่งวิญญาณสาวกำลังยืนอยู่
ภายในห้องอาหาร บรรดาเด็ก ๆ ต่างพากันถือชามเลียริมฝีปากด้วยความเอร็ดอร่อย ซูจิ่นอวี้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขาก็ทำท่าถือชามและเลียริมฝีปากด้วยสีหน้าโหยหาอยากกินเพิ่มเช่นกัน
ซูโล่วและพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างมีรอยยิ้มประดับในดวงตา พลันรู้สึกว่าความทุ่มเทตรากตรำตลอดทั้งวันนี้ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
“ทำเพิ่มอีกไหม?” ซูอิงเอ๋อร์ เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ
“…”
‘บะหมี่กุ้งหกอย่างนั้นทำง่ายแสนง่าย… ง่ายจริง ๆ นะ’
‘เพียงแต่ว่ามันค่อนข้างจะเปลืองลุงไปเสียหน่อย’
หากจะคำนวณสถิติกันจริง ๆ คงต้องบอกว่า อัตราการสิ้นเปลืองคือ… ลุงหนึ่งคนต่อบะหมี่กุ้งหนึ่งชาม!
“ผมจะไปทำไอศกรีมทอดต่อแล้วกัน” ซูโล่วขยับกายลุกขึ้น
“ฉันอยากกินรสนมเนยค่ะ!” ซูจิ่นอวี้รีบยกมือขึ้นทันที
“ได้เลย” ซูโล่วขานรับอย่างเอ็นดู
ซูอีเฉินเลื่อนดูวิดีโอสอนทำอาหารในโทรศัพท์ก่อนเสนอตัวเอง “เดี๋ยวผมจะทำรวงผึ้งย่างเอง”
เมื่อเทียบกับบะหมี่กุ้งก่อนหน้านี้ เมนูนี้ถือว่าเบาแรงกว่ากันมากนัก
ซูอี้เชินลุกขึ้นสมทบ “ส่วนปลาแซลมอน เดี๋ยวผมจัดการเอง”
‘ในบ้านนี้จะมีใครเหมาะกับการถือมีดไปกว่าคุณหมอผ่าตัดอย่างเขาอีกล่ะ?’
สำหรับปลาแซลมอนนั้น ซูโล่วสั่งคนให้ไปจัดหามาล่วงหน้าแล้ว เป็นปลาเกรดพรีเมียมผ่านการแช่แข็งแบบเร่งด่วน 24 ชั่วโมงเพื่อกำจัดพยาธิและปรสิตออกไป
เนื้อปลาถูกหั่นเป็นชิ้นวางเรียงรายบนน้ำแข็ง ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยแสงอินฟราเรด ซึ่งช่วยคงความสดหวานของปลาดิบเอาไว้พร้อมกับรับประกันสุขอนามัยขั้นสูงสุด
คุณนายซูถือชามนิ่งเงียบ เธอไม่ได้เอ่ยปากขัดจังหวะ เพียงแต่เฝ้ามองกลุ่มลูกชายวุ่นวายทำอาหารกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
การเตรียมโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูเลิศรสเช่นนี้ แม้มีอุปสรรคจนแม่บ้านอู๋ต้องคอยชี้แนะและช่วยทำอยู่ครึ่งหนึ่ง ทว่าที่น่าชื่นชมที่สุดคือความตั้งใจจริงของพวกเขาเอง
และเหนือสิ่งอื่นใด อาหารแทบทุกจานบนโต๊ะนี้ ล้วนเป็นของโปรดของจิ่นอวี้ตอนยังมีชีวิตอยู่ทั้งนั้น
หญิงชราเบือนหน้าหนีพลางลอบเช็ดน้ำตาที่คลอหน่วย
ครั้นตกกลางคืน ซูเยว่เฟย ซูเฉาหยุน และ ซูจิ่นโม่ ก็เดินทางกลับมาถึง ทำให้สมาชิกในครอบครัวมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
วันนี้ซูจิ่นอวี้รู้สึกซาบซึ้งและพึงพอใจยิ่งนัก ความเสียดายทั้งมวลในอดีตได้รับการเติมเต็มจนเปี่ยมล้นจากบรรดาพี่ชายและลูกสาวที่น่ารักของเธอ
ในใจพลันไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์อื่นใดอีก…
“พรุ่งนี้ก็วันที่สิบสี่เดือนเจ็ดแล้ว… ถึงเวลาต้องจากไปเสียที” ซูจิ่นอวี้กวาดสายตามองบ้านตระกูลซูด้วยความอาลัย
ทั้งราวบันไดอันแสนคุ้นมือ ห้องนั่งเล่นชั้นล่างซึ่งเปี่ยมไปด้วยร่องรอยแห่งการใช้ชีวิต
ตลอดจนมวลบุปผาและแมกไม้ที่เธอมักเฝ้ามองจนคุ้นตา…
เหนือสิ่งอื่นใด คือลูกสาวตัวน้อยซึ่งเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ
บรรดาพี่ชายที่แสนดี และพ่อแม่ผู้มีพระคุณที่เคารพรักยิ่ง
ในส่วนลึกของหัวใจ… ฉันไม่อยากพรากจากทุกคนไปเลยจริง ๆ…