ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 304 ตุ๊กตาเต็มห้อง
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 304 ตุ๊กตาเต็มห้อง
ซู่เป่าไม่ได้มีท่าทีเคร่งเครียดเหมือนกู้เซิ่งเสวี่ย ใบหน้ากลมมนของเธอดูผ่อนคลายยิ่งนัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับความจริงเรื่องที่พบผีโง่งมช้ากว่าตน แต่ยังคงปั้นหน้าบึ้งตึงไม่เลิก เด็กน้อยจึงเอ่ยปลอบใจด้วยความหวังดี “ไม่เป็นไรนะพี่สาว~”
กู้เซิ่งเสวี่ยรู้สึกจุกอก เธอสัมผัสได้ว่ายัยเด็กคนนี้กำลังจงใจแกล้งให้เธอโมโหชัด ๆ!
ทว่าก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบอะไร ซู่เป่าก็ถามต่อเสียงใส “พี่เสวี่ยคะ พี่เก็บพวกผีไว้ไหนเหรอคะ? เก็บไว้บนชั้นสองใช่ไหม? ในห้องนั้นหรือเปล่า?”
ซู่เป่าชี้มือไปทางห้องหนึ่งบนชั้นสองพลางซักไซ้ไม่หยุด “ใช้อะไรขังพวกมันไว้เหรอคะ จับมาได้เยอะไหม? โอ้โห… ในห้องนั้นเต็มไปหมดเลย พี่เก่งจังเลยนะ!”
กู้เซิ่งเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ‘อะไรของเธอกันเนี่ย? พูดเรื่องไร้สาระอะไร’
เธอสลัดความคิดทิ้งแล้วลุกขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ตั้งใจจะเลิกสนใจซู่เป่าอย่างเด็ดขาด
จังหวะนั้นเอง กู้ชีชีเดินถือน้ำมะม่วงเข้ามาพอดี เมื่อเห็นทิศทางที่นิ้วเล็ก ๆ ของซู่เป่าชี้ไป เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า “นั่นมันห้องของพี่เองจ้ะ”
ซู่เป่าชะงักกึก
‘ห้องของพี่ชีชีงั้นเหรอ? แล้วเหตุใดถึงมีวิญญาณสถิตอยู่มากมายขนาดนั้น?’
แม้พวกมันไม่ใช่ผีร้าย หรือไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นผีอาฆาต… แต่ว่าจำนวนกลับเยอะจนน่าตกใจ
ดวงวิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้นมีมากมายเหลือเกิน พลังของพวกมันอ่อนแรงจนแทบจะสลายไปได้ทุกเมื่อ
“พี่ชีชี หนูขอเข้าไปดูในห้องพี่หน่อยได้ไหมคะ?” ซู่เป่าเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
เธอลอบมองไปทางกู้เซิ่งเสวี่ยอีกครั้ง… ดูเหมือนพี่คนนี้จะไม่สังเกตเห็นอะไรในห้องพี่ชีชีเลยแฮะ?
หรือว่าแท้จริงแล้ว พี่สาวคนนี้จะไม่ได้เก่งกาจอย่างที่เธอคาดไว้กันนะ
ทางด้านกู้เซิ่งเสวี่ยเมื่อตั้งสติได้ก็นึกขำในใจ ‘ในห้องพี่สาวเธอมีผีเนี่ยนะ? ไร้สาระ!’
เข็มทิศอาคมในมือของเธอไม่เคยแสดงอาการผิดปกติเลยยามอยู่ในบ้านหลังนี้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
“ได้เลยจ้ะ! ในห้องพี่มีของเล่นเต็มไปหมดเลยนะ มาเร็ว… เดี๋ยวพี่จะพาเข้าไปสำรวจเอง!” กู้ชีชีเอ่ยด้วยท่าทางกระตือรือร้น
เธอยื่นแก้วเครื่องดื่มในมือให้ซู่เป่า แล้วถือแก้วของตัวเองไว้มั่น ก่อนหันไปสมทบกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงเฉยเมยแบบขอไปที “เอ้อ… กู้เสี่ยวปา อยากดื่มด้วยหรือเปล่า? ถ้าอยากได้ก็เดินไปหยิบในตู้เย็นเอาเองแล้วกันนะ”
“…”
‘พี่สาวคนนี้ไม่เคยแยแสเธอเลยจริง ๆ ทั้งที่ย้ำนักย้ำหนาแล้วว่าเธอไม่ได้ชื่อกู้เสี่ยวปา!’
เธอหันหลังกลับเดินนำขึ้นบันไดไปด้วยสีหน้าเย็นชา เธอไม่เชื่อคำพูดของซู่เป่าหรอกว่าห้องพี่สาวจะมีผีรุมล้อมขนาดนั้น
กู้ชีชีจูงมือแขกตัวน้อยเดินตามขึ้นไปติด ๆ
เมื่อถึงหน้าห้องชั้นสอง กู้ชีชีก็ผลักบานประตูออก
ตอนนี้แม้เป็นช่วงกลางวัน ทว่าภายในห้องกลับปิดม่านทึบจนแสงลอดผ่านได้เพียงรำไร ส่งผลให้บรรยากาศดูวังเวงชวนขนลุกเล็กน้อย
เมื่อกู้ชีชีเอื้อมมือไปเปิดไฟ แสงสว่างก็วาบขึ้นทั่วห้อง ซู่เป่าถึงกับยืนนิ่งตะลึงงัน
เบื้องหน้าเต็มไปด้วยตู้โชว์เรียงราย ภายในอัดแน่นไปด้วยตุ๊กตาหลากหลายรูปแบบ
ห้องของกู้ชีชีนั้นกว้างขวางนัก มีตู้โชว์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ถึงเจ็ดแปดตู้ แต่ละตู้แบ่งเป็นชั้นย่อย ๆ ซึ่งจัดวางตุ๊กตาไว้อย่างประณีต
ตุ๊กตาแต่ละตัวมีพื้นที่ส่วนตัว บางตัวมีกระทั่งบ้านจำลอง สวนดอกไม้ และสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วเคียงข้าง
“พี่ชีชี… นี่พี่กำลังเลี้ยงอะไรอยู่เหรอคะ…” ซู่เป่าเอ่ยถามด้วยความตกใจ
กู้ชีชีฉีกยิ้มกว้างเหมือนเด็กกำลังอวดของสะสม “ซู่เป่ารู้จักการเลี้ยงตุ๊กตาด้วยเหรอจ๊ะ? พี่น่ะเป็นถึงระดับตำนานในวงการนี้เชียวนะ ทุกตัวพี่เป็นคนออกแบบเองและสั่งทำพิเศษเป็นรายตัว เอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครแน่นอน”
กู้ชีชีโปรดปรานโลกอนิเมะและมังงะเป็นชีวิตจิตใจ นอกจากตุ๊กตาสั่งทำแล้ว ยังมีตู้โชว์อีกสองตู้คอยจัดวางฟิกเกอร์ตัวละครจากการ์ตูนไว้
สองตู้นั้นหาได้มีพลังงานลบใด ๆ แต่ตุ๊กตาสั่งทำเหล่านั้น… กลับมีดวงวิญญาณซ่อนเร้นอยู่ภายในทุกตัว!
ซู่เป่าถึงกับเหม่อลอย ในความคิดของเธอ ยามนี้กู้ชีชีคือผู้เล่นระดับตำนานจริง ๆ…
เด็กน้อยเอ่ยกระซิบถามกู้เซิ่งเสวี่ยเบา ๆ “พี่เซิ่งเสวี่ย… พี่เห็นไหมคะ?”
กู้เซิ่งเสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยเสียงเรียบ “ก็แค่พวกตุ๊กตาเท่านั้นเอง”
ของเล่นพรรค์นี้มีให้เห็นเกลื่อนกราด
‘นอกจากพวกที่จงใจทำพิธีลงอาคมฝังวิญญาณไว้ ตุ๊กตาทั่วไปย่อมไม่มีอะไรน่ากังวล บางคนอาจมองว่ามันน่าสยดสยอง แต่บางคนก็หลงใหลคลั่งไคล้ ทั้งหมดเป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัว มีอะไรให้ต้องตื่นเต้นนักหนา?’
“คุณมองไม่เห็นจริง ๆ เหรอคะ? ตรงนี้… มี ‘เด็ก’ นั่งอยู่จริง ๆ นะ” ซู่เป่าชี้นิ้วไปยังตู้ใกล้ที่สุด
กู้เซิ่งเสวี่ยกำลังจะอ้าปากแย้ง แต่ทันใดนั้นเข็มทิศในมือเธอกลับเริ่มสั่นระริกและหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง!
หัวใจเธอเต้นรัวแรงผิดจังหวะ เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางนั้นทันที…
พริบตาเดียว เหงื่อเย็นเยียบก็ซึมชื้นจนชุ่มแผ่นหลัง
บนตู้โชว์ตรงหน้า ปรากฏร่างของเด็กน้อยคนหนึ่งนั่งห้อยขาอยู่ อายุราวสองขวบ กำลังจ้องมองมายังเธอด้วยแววตาใคร่รู้
นอกจากเด็กคนนั้นแล้ว ทั่วทั้งห้องกลับหนาแน่นไปด้วยวิญญาณ!
บางตนเร้นกายอยู่ในตุ๊กตา บางตนนั่งหมอบอยู่ตรงขอบตู้ บางตนลอยอ้อยอิ่งอยู่บนเพดาน บ้างก็เดินวนเวียนไปมาไม่หยุด…
มีทั้งวิญญาณเด็ก หญิงสาว ไปจนถึงคนชรา แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือ วิญญาณทั้งหมดล้วนเป็นสตรี
กู้เซิ่งเสวี่ยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ
‘มีผีสถิตอยู่จริง ๆ งั้นเหรอ?!’
‘ทั้งห้องหนาตาไปหมด ดูคร่าว ๆ น่าจะมีไม่ต่ำกว่าสิบเจ็ดสิบแปดตน!’
เธอเริ่มสงสัยในความสามารถของตนเองเสียแล้ว หากซ่อนอยู่เพียงหนึ่งหรือสองตนที่เธอพลาดสายตาไปก็พออ้างได้ แต่นี่มันเกือบยี่สิบตนเชียวนะ!
‘ฝีมือของเธอตกต่ำลงถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน…’
กู้ชีชียังคงทำตัวเป็นปกติ เธอหยิบตุ๊กตาตัวโปรดขึ้นมาแนบอก “ตัวนี้ชื่อเหยาเหยาจ้ะ อายุเก้าขวบแล้ว เป็นสาวน้อยที่พี่รักที่สุดเลย”
ซู่เป่าอ้าปากค้างพลางถามเสียงสั่น “พี่ชีชีคะ… การเลี้ยงตุ๊กตามันคืออะไรกันแน่เหรอคะ?”
ใบหน้าเล็กเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
‘มันจะเป็นอย่างที่เธอหวาดระแวงหรือไม่?’
อาจารย์เคยพร่ำสอนว่า ในโลกนี้มีผู้คนที่มักใหญ่ใฝ่สูงเลี้ยงผีน้อยเพื่อร้องขอโชคลาภ โดยเฉพาะพวกแถบประเทศเพื่อนบ้าน…
เรื่องพรรค์นี้ตามความเชื่อของประเทศหลง ถือเป็นการทำลายบุญบารมีและบั่นทอนอายุขัยร้ายแรง
อาจารย์ยังเคยยกตัวอย่างดาราสาวที่เลี้ยงผีเด็ก เพื่อให้ตนเองโด่งดังค้ำฟ้า ทว่าพวกเธอหารู้ไม่ว่า… ทุกสิ่งที่ได้มา ล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายคืนเสมอ!
ซู่เป่าไม่แน่ใจว่าพี่ชีชีเป็นแบบนั้นหรือเปล่า…
กู้ชีชีเห็นสีหน้าจริงจังของซู่เป่า ก็หัวเราะออกมา “หนูน้อย เธอเข้าใจผิดอะไรอยู่หรือเปล่าจ๊ะ? เด็กพวกนี้เป็นเพียงตุ๊กตา ไม่ใช่คนจริง ๆ เสียหน่อย!”
“สิ่งที่พี่ทำเขาเรียกว่าการเลี้ยงตุ๊กตาจ้ะ คนที่รักในสิ่งเดียวกันจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มเฉพาะที่เรียกกันว่า ‘วงการตุ๊กตา’”
กู้ชีชีอธิบายต่อด้วยแววตาเป็นประกาย “วงการนี้ยังมีชื่อเรียกอื่นอีกนะ อย่างกลุ่มออกแบบหรือกลุ่มวาดภาพ ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมย่อยเฉพาะกลุ่ม”
“เริ่มแรกเกิดจากเหล่าแฟนคลับการ์ตูนที่หลงใหลในตัวละครจนอดใจไม่ไหว ต้องจ้างวานคนมาช่วยออกแบบคาแรกเตอร์ให้มีตัวตนขึ้นมา โดยกำหนดทั้งอายุ นิสัย รูปร่างหน้าตา ไปจนถึงเสื้อผ้าด้วย”
“ต่อมาจึงพัฒนาจากการเป็นเพียงภาพวาดสองมิติแบน ๆ มาสู่การปั้นแต่งให้เป็นตุ๊กตาสุดน่ารักด้วยฝีมือช่างแต่งหน้าตุ๊กตา”
“นี่ไงล่ะ… หน้าตาเป็นแบบนี้!”
เธอแนะนำผลงานตรงหน้าอย่างมีความสุข “ตุ๊กตาตัวนี้พี่ทุ่มเงินมหาศาลจ้างคนวาดภาพต้นฉบับขึ้นมา ก่อนส่งต่อให้ช่างแต่งหน้าช่วยเนรมิตให้มีชีวิต”
“ส่วนเรื่องทรงผม เสื้อผ้า หรือแม้แต่เครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อย… ทั้งหมดนี้พี่เป็นคนออกแบบและลงมือวาดเองกับมือ ตุ๊กตาทุกตัวของพี่จึงถือเป็นงานลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวในโลก อย่าง ‘เหยาเหยา’ ตัวนี้ ก็มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น”
หากไปปรากฏที่อื่น ก็ย่อมหมายถึงมีคนแอบละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของเธอเข้าให้แล้ว
กู้ชีชีหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพเล่มใหญ่ออกมาเปิดกาง ซู่เป่าจึงได้เห็นว่าภายในอัดแน่นไปด้วยภาพวาดตัวละครจิ๋วมากมาย
“แบบนี้เขาเรียกตุ๊กตาคิวต์ ส่วนนี่คือผลงานที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่พี่เคยออกแบบมา เธอชื่อ ‘เม่ยเหนียง’ อายุสิบแปดปี เป็นสไตล์จีนโบราณ ดูสง่างาม…”
“แม้แต่ชุดที่เธอสวมอยู่ พี่ก็เป็นคนเย็บเองกับมือเลยนะ…”
เมื่อได้รับฟังคำอธิบายอย่างละเอียด ซู่เป่าจึงเริ่มทำความเข้าใจได้คร่าว ๆ
‘ตุ๊กตาของพี่ชีชี… ก็คงคล้ายกับตุ๊กตากระต่ายที่เธอชอบกอดนั่นเอง’
“พี่ชีชีคะ หนูขออนุญาตหยิบมาดูใกล้ ๆ หน่อยได้ไหมคะ?” ซู่เป่าชี้ไปทางตุ๊กตาเหยาเหยาซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ
“ได้สิ!” กู้ชีชีหยิบตุ๊กตาส่งให้ซู่เป่า
เด็กน้อยรับตุ๊กตาตัวนั้นมาประคองไว้ สัมผัสแรกที่ได้รับคือความนุ่มนวลละเอียดอ่อน แต่กลับแฝงไปด้วยไอเย็นบางอย่างยากจะอธิบาย
“หนูอยากรู้จังว่าเธอทำมาจากดินหรือเปล่า?” ซู่เป่าเอ่ยพลางพลิกสำรวจด้านหลังของตุ๊กตาโดยถี่ถ้วน
ฝ่ายกู้เซิ่งเสวี่ยเองก็หยิบตุ๊กตาอีกตัวขึ้นมาพินิจพิจารณา
‘นั่นสิ… ก็น่าจะทำมาจากดินปั้นธรรมดานี่นา คงไม่ถึงขั้นทำมาจาก ‘เถ้ากระดูก’ หรอกมั้ง…’