ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 305 ดูสิ อ่อนจริง ๆ แล้วยังไม่ยอมรับ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 305 ดูสิ อ่อนจริง ๆ แล้วยังไม่ยอมรับ
กู้ชีชีเล่าอย่างคล่องแคล่วราวกับท่องตำรา “วัสดุที่ใช้รังสรรค์ตุ๊กตามีหลากหลายประเภทจ้ะ โดยทั่วไปมักใช้เรซิน พลาสติก หรือดินเซรามิก ส่วนวัสดุพิเศษอื่น ๆ นั้นถือเป็นสูตรเฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ ไม่ว่าจะสัดส่วนเท่าไหร่ ล้วนเป็นสูตรลับที่สืบทอดกันมาทั้งสิ้น”
“ร้านที่พี่สั่งทำน่ะ ฝีมือประณีตมากเลยนะ ดูอย่าง ‘เหยาเหยา’ สิ อายุเก้าขวบแล้วแต่ผิวยังขาวนวลไม่เปลี่ยน ตรงกันข้าม ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ สัมผัสกลับยิ่งเนียนละเอียดมากขึ้นเรื่อย ๆ…”
กู้ชีชีจ้องมองเหยาเหยาด้วยสายตาเอ็นดู
ซู่เป่านิ่งเงียบพลางพินิจตุ๊กตาในมือครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขัดขึ้นมา “พี่ชีชีคะ… ตุ๊กตาตัวนี้ดูเหมือนมีปัญหานิดหน่อยนะคะ”
“ปัญหาอะไรเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก พี่ดูแลดีตลอดนี่นา!” กู้ชีชีรีบถามด้วยความกังวลใจทันที เธอรีบคว้าตุ๊กตาไปตรวจสอบ “เมื่อวานพี่เช็กดูแล้วยังไม่มีร่องรอยอะไรเลยนะ…”
ทว่าเมื่อหมุนดูจนทั่ว เธอก็พบรอยปริแตกขนาดเล็กเพียงสองมิลลิเมตรตรงโคนมวยผมของเหยาเหยาเข้าจริง ๆ
กู้ชีชีรู้สึกใจหายวาบ “ดูท่าเวลาจะทำให้มันเสื่อมสภาพไปบ้างจริง ๆ… เดี๋ยวพี่ต้องรีบติดต่อร้านให้ช่วยซ่อมแซมเป็นการด่วนแล้วล่ะ”
เธอบอกให้ซู่เป่ารอสักครู่ ก่อนรีบเดินแยกตัวไปคุยโทรศัพท์อีกด้านหนึ่ง
“พี่เสวี่ยคะ พี่เห็นความผิดปกติบ้างไหม?” ซู่เป่าหันไปหาคู่ปรับตัวฉกาจ
กู้เซิ่งเสวี่ยวางตุ๊กตาในมือลงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่มีปัญหาอะไรในทางเทคนิคหรอก ปัญหาเดียวก็คือตุ๊กตาพวกนี้มีแรงดึงดูดพลังหยินสูงเกินไป จนมีวิญญาณเร่ร่อนแอบเข้ามาสถิตอยู่”
เธอเริ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง ตรวจดูทิศทางลมและฮวงจุ้ยของห้องอย่างละเอียด
หรือทิศทางห้องไม่ถูกต้อง? หรือมีสิ่งอัปมงคลตกค้างมาตั้งแต่ตอนสร้างตึก?
หรือพี่สาวเธอไปพาอะไรไม่ดีกลับมาจากกองถ่ายกันแน่?
ที่ผ่านมากู้เซิ่งเสวี่ยไม่เคยพบสิ่งผิดปกติในห้องนี้เลย และเธอไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดว่าตนเองจะไร้ฝีมือขนาดนั้น เธอเดินเข้าออกประตูนี้มานับครั้งไม่ถ้วนในช่วงสองวันที่ผ่านมา ไม่มีทางที่จะพลาดไปได้ ต้องเป็นเพราะช่วงเทศกาลจงหยวน พวกผีอาศัยจังหวะแอบลอบเข้ามาแน่ ๆ…
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผีแอบเข้ามาตั้งแต่สองวันก่อนในขณะที่เธออาศัยอยู่ในบ้านตระกูลกู้แท้ ๆ แต่กลับไม่รู้ตัว… นั่นยิ่งหมายความว่าเธอไร้ความสามารถยิ่งกว่าเดิมหรอกหรือ?
ใบหน้าของกู้เซิ่งเสวี่ยยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง แต่ภายในใจกลับเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
“พี่เสวี่ยคะ… ฝีมือพี่นี่ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ นะเนี่ย!” ซู่เป่ามองกู้เซิ่งเสวี่ยซึ่งกำลังถือเข็มทิศเดินสำรวจไปมาพลางส่ายหัวน้อย ๆ
“…”
ความสุขุมของกู้เซิ่งเสวี่ยแทบจะแตกกระจายเพราะความโกรธ
‘ใครว่าเธอใช้ไม่ได้!’
“ตุ๊กตาที่ดึงดูดวิญญาณได้มีเพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือวัสดุต้องมีส่วนผสมของเถ้ากระดูกหรือสิ่งที่มีพลังวิญญาณเข้มข้นจัด” กู้เซิ่งเสวี่ยเค้นเสียงเย็น “แต่ถ้ามีการผสมเถ้ากระดูกจริง ฉันไม่มีทางมองไม่ออกหรอก เธอเดาผิดไปไกลแล้ว ฉันแนะนำให้เธอกลับไปฝึกปรือวิชามาใหม่เถอะ อย่าคิดว่าแค่มีผีอยู่ในตุ๊กตาแล้วต้องมีเถ้ากระดูกเสมอไป ดูละครมากไปหรือเปล่า!”
ปกติกู้เซิ่งเสวี่ยไม่ใช่คนช่างพูด ทว่าพออยู่ต่อหน้าซู่เป่า เธอกลับรู้สึกหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“น่าแปลกใจนะคะที่พี่อุตส่าห์พยายามขนาดนี้ เพราะฝีมือยังห่วยนี่เอง” ซู่เป่ามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจแล้วถอนใจ
‘นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!’
“งั้นเธอว่ามันเป็นเพราะอะไรกันล่ะ!” กู้เซิ่งเสวี่ยเริ่มขึ้นเสียงด้วยโทสะ
ปกติซู่เป่าไม่ใช่เด็กที่จะยั่วโมโหใคร และหากเธอทำให้ใครโกรธโดยไม่ตั้งใจ เธอก็รีบหยุดทันที
แต่ตอนนี้ เด็กน้อยกลับอดไม่ได้ จะแลบลิ้นใส่เล็กน้อยแล้วทำหน้าทะเล้น “ตุ๊กตาพวกนี้ผสมเถ้ากระดูกมนุษย์จริง ๆ นะคะ บอกความจริงไป พี่ก็ไม่ยอมเชื่อเอง”
“ไร้ฝีมือแล้วยังอวดดี” กู้เซิ่งเสวี่ยแค่นหัวเราะเยาะ
เธอยังคงมั่นใจในศาสตร์ที่ร่ำเรียนมา ตุ๊กตาพวกนี้ไม่มีทางมีเถ้ากระดูกแน่นอน เธอมีวิธีพิสูจน์ตามแบบฉบับของเธอ ในเมื่อเธอมองว่าไม่มี มันก็คือไม่มี
ส่วนเรื่องที่ซู่เป่าจับผีจอมโง่งมได้ก่อน ต้องเป็นเพราะมีคนช่วยเบื้องหลังหรือไม่ก็โกงวิชามาแน่ ๆ
พอโดนสบประมาทเข้า ซู่เป่าก็โต้กลับทันควัน “พี่ต่างหากที่ไร้ฝีมือ ไร้ฝีมือสุด ๆ ไปเลย!”
“……”
‘กำหมัดแน่นแล้วนะ! นี่เธอกำลังท้าทายขีดจำกัดความอดทนของฉันใช่ไหม!’
ซู่เป่าชี้นิ้วไปยังตู้โชว์ยืนยันเสียงแข็ง “ในตุ๊กตามีเถ้ากระดูกผสมอยู่จริง ๆ ค่ะ ดูสิ อ่อนแล้วยังไม่ยอมรับอีก”
“ไม่มี! ฉันบอกว่าไม่มีก็คือไม่มี!” กู้เซิ่งเสวี่ยแทบอยากพลิกโต๊ะประชด
“มี! หนูบอกว่ามีก็คือมี!”
“ไม่มี!”
“ก็มีนั่นแหละน่า!”
เด็กหญิงสองคนยืนเถียงกันไม่หยุด ราวกับเด็กนักเรียนชั้นประถม ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน
ซูโล่วเพิ่งเดินขึ้นมาถึงชั้นสองถึงกับชะงักเมื่อเจอภาพเหตุการณ์นี้
“เอ่อ… เกิดอะไรขึ้นกันล่ะเนี่ย?” เขาถามด้วยความฉงน “ทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอ?”
“หนูแค่บอกว่าพี่เขาฝีมือห่วย แต่พี่เขาไม่ยอมรับค่ะ” ซู่เป่าเบ้ปากบ่นอุบ
กู้เซิ่งเสวี่ยยิ่งโกรธใบหน้าก็ยิ่งเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เธอแค่นยิ้มประชด “ใช่สิ ฉันมันห่วย ส่วนเธอน่ะเก่งที่สุดในโลกแล้ว!”
“ขอบคุณที่ชมนะค้า~!”
กู้เซิ่งเสวี่ยโกรธจนตัวสั่น เธอสะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปอย่างไม่ใยดี แต่พอเดินไปได้เพียงสองก้าวเธอก็ย้อนกลับมาคว้าตุ๊กตาตัวหนึ่งติดมือไปด้วย แล้วรีบสาวเท้าออกไปทันที
กู้ชีชีเพิ่งวางสายหันมาเห็นน้องสาวฉกตุ๊กตาตัวโปรดไปต่อหน้าต่อตา จึงรีบวิ่งกวดตามไป “กู้เสี่ยวปา! เธอจะเอาตุ๊กตาฉันไปไหนน่ะ?”
กู้เซิ่งเสวี่ยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งให้กู้ชีชีที่หวงตุ๊กตาราวกับชีวิตจิตใจต้องวิ่งตามไปติด ๆ
ซูโล่วหันมามองสำรวจหลานสาวพลางขมวดคิ้ว “ซู่เป่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
คลาดสายตาไปเพียงไม่กี่นาที เด็กน้อยแสนน่ารักของเขาไปวางมวยทางคำพูดกับน้องสาวบ้านคนอื่นจนโกรธควันออกหูขนาดนี้ได้อย่างไร
ปกติซู่เป่าเป็นเด็กเรียบร้อยว่าง่าย แต่วันนี้กลับดูผิดปกติไปจากเดิม
“คุณลุงสี่คะ ดูตุ๊กตาพวกนี้สิ…” ซู่เป่าชี้มือไปยังตู้โชว์ตุ๊กตา
“ตุ๊กตาพวกนี้มันมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?” ซูโล่วเอ่ยถามแบบไม่ใส่ใจ เขาเพียงกวาดสายตามองผ่าน ๆ โดยไม่นึกสนใจ เพราะเห็นว่าพวกมันก็ดูเหมือนของเล่นทั่วไป ไม่ได้มีอะไรแปลกไปจากเดิมสักนิด
“ตุ๊กตาพวกนี้ เป็นตุ๊กตาผีของจริงเลยค่ะ เพราะพวกมันทำมาจากเถ้ากระดูกคน” ซู่เป่าจึงเอ่ยตอบเสียงเรียบ
“…”
ร่างทั้งร่างของเขาพลันแข็งค้างไปในทันที
ยามนี้เมื่อเขาลองเพ่งมองเหล่าตุ๊กตาตรงหน้าอีกครา กลับมีความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั้งแผ่นหลัง รู้สึกราวกับว่าดวงตาทุกคู่ของพวกมันกำลังจับจ้องมา และคอยติดตามการเคลื่อนไหวของเขาอยู่ตลอดเวลา…
“ซู่เป่า… หนูอำลุงเล่นใช่ไหมจ๊ะ?” ซูโล่วฝืนยิ้มแห้ง
ซู่เป่าส่ายหน้าไปมา ใบหน้ากลมแป้นดูจริงจังขึ้นหลายส่วน “หนูไม่ได้ล้อเล่นนะคะ ตุ๊กตาพวกนี้ทำจากเถ้ากระดูกคนจริง ๆ แต่พี่เซิ่งเสวี่ยกลับยืนกรานว่าไม่ใช่ เราก็เลยเถียงกันนิดหน่อย”
“พี่เขาเป็นคนจับผีแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้เลยว่ามีผีสถิตอยู่ในบ้านตัวเอง หนูเลยบอกว่าพี่เขาน่ะ…อ่อน! ฝีมือไม่ได้เรื่องชัด ๆ”
“…”
‘น้องสาวของกู้ชีชี… มองเห็นวิญญาณได้ด้วยงั้นเหรอ?’
แต่คำพูดของซู่เป่านี่สิ… ‘อ่อน ฝีมือไม่ได้เรื่อง’
มุมปากของเขาถึงกับกระตุกกึก “ไปเอาคำนี้มาจากไหน ใครเป็นคนสอนหนูเนี่ย?”
“คุณพ่อค่ะ!” ซู่เป่าช้อนตามองด้วยแววตาไร้เดียงสาบริสุทธิ์พลางตอบชัดถ้อยชัดคำ
ซูโล่วถึงกับจุกจนพูดไม่ออก…
จังหวะนั้นเอง เขาสังเกตเห็นกู้ชีชีเดินกลับเข้ามาพอดี พอนึกถึงเรื่องเธอมีตุ๊กตาอาถรรพ์เหล่านั้นอัดแน่นอยู่เต็มห้อง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เมื่อมองเพื่อนร่วมงานที่เคยร่วมงานกันมาเกือบครึ่งปีตรงหน้า เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังเห็นผีสาวตนหนึ่งยืนอยู่แทนเสียอย่างนั้น…