ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 308 ตุ๊กตาในบ้านลึกลับ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 308 ตุ๊กตาในบ้านลึกลับ
ย่านการค้าเขตซีเหลียง ที่นี่คือย่านธุรกิจใจกลางเมืองเก่า ผังถนนจึงค่อนข้างแคบกว่าเขตเมืองใหม่ และตึกรามบ้านช่องก็ไม่ได้สูงเสียดฟ้าเท่าใดนัก
จุดสังเกตที่โดดเด่นคือ อาคารซีเม่า ท่ามกลางตึกสูงราว 20-30 ชั้น อาคารแห่งนี้กลับสูงเด่นถึง 47 ชั้น โดดเด่นเดียวดายราวเสาเดียวกลางฝูงตึก ภายในอัดแน่นไปด้วยบริษัทห้างร้านมากมาย ทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปจนถึงสำนักงานแบ่งเช่า…
ร้านชุนชูอู่ตั้งอยู่บนชั้น 38 ของอาคารแห่งนี้ ท่ามกลางป้ายชื่อบริษัทใหญ่นับร้อยนับพัน ร้านนี้กลับดูเรียบง่ายจนแทบกลืนหายไปกับความวุ่นวาย
ซูเหอเวิ่นเดินนำทางตามที่อยู่มาจนถึงจุดหมาย เมื่อมองดูหน้าร้านซึ่งตกแต่งอย่างสมถะตรงหน้า เขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือสถานที่รังสรรค์ตุ๊กตาราคาตัวละห้าล้านหยวน
ซู่เป่าชี้ไปตรงป้ายสี่เหลี่ยมขนาดพอ ๆ กับปลั๊กไฟตรงทางเข้าแล้วพึมพำ “ชุน..ชู..อู่..วาวาเจีย”
ซูเหอเหวินกระตุกมุมปากเล็กน้อย “บนป้ายนั่นมีกี่ตัวอักษร?”
“เอ๋? อันนี้หนูรู้ค่ะ!” ซู่เป่าชะงักแล้วนับนิ้วตามแล้วตอบ “สี่ตัวค่ะ!”
“แล้วที่เพิ่งอ่านไปมีกี่พยางค์?” พี่ชายคนโตเลิกคิ้ว
ซู่เป่าชูนิ้วขึ้นมานับทีละนิ้ว “ชุนชูอู่ วาวาเจีย…หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า… หกพยางค์นี่นา!”
“ไม่เลว ยังนับเลขถูก บนป้ายมีแค่สี่ตัวอักษร แต่อ่านเกินมา มันมีเหตุผลอะไรหรือเปล่า?” ซูเหอเหวินแค่นเสียง
“พี่จ๋า หนูผิดไปแล้วค่ะ” ซู่เป่าส่ายหน้าหวืดด้วยท่าทางไร้เดียงสา
ซูเหอเหวินถึงกับพูดไม่ออก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จำไว้ บนนี้เขียนแค่ว่า ชุนชูอู่”
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก จ้องมองตัวอักษรเหล่านั้นเขม็งเพื่อพยายามจดจำให้ขึ้นใจ
จังหวะนั้นเอง เด็กสาวคนหนึ่งสวมผ้ากันเปื้อนเดินออกมาจากด้านใน เธอก้มตัวลงเล็กน้อยพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีจ้ะเด็ก ๆ พวกหนูมา…”
“พวกเรามาสั่งทำตุ๊กตาครับ” ซูเหอเวิ่นชิงตอบทันที
พนักงานสาวชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองซ้ายมองขวาอย่างฉงน “แล้วผู้ปกครองของพวกหนูล่ะคะ?”
ซู่เป่าและซูเหอเวิ่นพร้อมใจกันหันขวับไปมองพี่ชายคนโตทันที
ซูเหอเหวินผู้รับบทผู้ปกครองจำเป็นทำหน้าตาย “ผมเองครับ”
“……”
‘เอ่อ… แน่ใจนะ?’
‘เด็กผู้ชายคนนี้ แม้จะตัวสูง แต่ดูอย่างไรก็เพิ่งจะประมาณเก้าขวบ หรืออย่างมากก็ไม่เกินสิบสองปีเท่านั้น’
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” ซูเหอเหวินถามย้ำเสียงเย็น ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่ซ่านความกดดันออกมา ราวกับมีเงาร่างของซูอีเฉินมาประทับทรงอย่างไรอย่างนั้น
พนักงานสาวส่ายหน้าหวืดตามสัญชาตญาณ “มะ…ไม่มีปัญหาค่ะ เชิญด้านในเลยค่ะ…”
“ว้าว~ พี่ชาย คือไอดอลของหนูเลย!” ซู่เป่ามองหน้าพี่ชายด้วยสายตาเลื่อมใส
เธอนำคำศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเรียนรู้มาใช้กับซูเหอเหวินทันที ทว่าเจ้าตัวกลับแค่นเสียงหึ “การประจบสอพลอไม่ได้ผลกับฉันหรอก”
พูดจบเขาก็ล้วงกระเป๋าก้าวเดินเข้าไปข้างในด้วยท่าทางสุดเท่ มีเพียงมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็นเท่านั้นที่รู้ว่าคำชมเมื่อครู่ได้ผลเกินคาด
พนักงานสาวหยิบสมุดจดออกมาถามตามระเบียบ “ไม่ทราบว่าใครเป็นคนต้องการสั่งทำคะ… มีแบบร่างจากศิลปินมาแล้ว หรือให้ทางเราช่วยออกแบบดี…?”
“มีครับ ใช้แบบนี้” ซูเหอเวิ่นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวาง
เพราะเงินทองบันดาลได้ทุกสิ่ง เมื่อคืนเขาจึงจ้างวานนักวาดภาพการ์ตูนฝีมือดีให้ช่วยออกแบบโดยเร่งด่วน โดยยึดเอาคาแรกเตอร์ของซู่เป่าเป็นต้นแบบ ดังนั้นพอพนักงานสาวเห็นภาพ เธอจึงปรายตาไปมองซู่เป่าโดยอัตโนมัติ
“น่ารักมากเลยค่ะ” เธอเอ่ยชม
“ถ้าอย่างนั้น เรามาคุยรายละเอียดกันเลยครับ” ซูเหอเวิ่นตอบรับ
พนักงานสาวเห็นซู่เป่าเดินสำรวจรอบร้านด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงเตือนทิ้งท้าย “น้องสาวจ๊ะ ดูได้รอบ ๆ นะแต่อย่าหยิบตุ๊กตาลงมาเล่นนะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ ถ้าเกิดความเสียหาย ผมจะชดใช้ให้เป็นสองเท่า” พี่ชายคนโตกอดอก ดวงตาฉายแววหงุดหงิดเล็กน้อย
‘น้องสาวของเขาแค่อยากดูเท่านั้น ลำพังแค่หยิบขึ้นมาดูหน่อยจะเป็นไรไป?’
‘หากทำแตกเขาก็แค่ชดใช้ด้วยเงินอั่งเปา’… พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักกึก
‘ไม่สิ ถ้าซู่เป่าทำของแตก ทำไมเขาต้องเอาเงินอั่งเปาตัวเองไปจ่ายด้วยล่ะ?’
‘ต้องให้พ่อของเขาออกให้สิถึงจะถูก!’
เมื่อตระหนักถึงความคิดที่เริ่มเขว ซูเหอเหวินจึงรีบปั้นหน้าขรึมและดูเย็นชาขึ้นกว่าเดิม
พนักงานสาวลอบสำรวจการแต่งตัวของเด็กทั้งสามคนแล้ว สรุปได้ว่าน่าจะเป็นลูกหลานตระกูลมั่งคั่ง หากทำแตกคงมีเงินจ่ายจริง ๆ เธอจึงพยักหน้ายอมตกลง และเริ่มอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการทำตุ๊กตาให้ซูเหอเวิ่นฟังด้วยความตั้งใจ
ทางด้านซู่เป่า เมื่อได้รับอิสระเธอก็เดินสำรวจไปทั่วร้าน ทว่าคิ้วเล็ก ๆ ของเธอกลับขมวดมุ่นแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
ร้านตุ๊กตาแห่งนี้ หากมองจากภายนอก เป็นเพียงประตูกระจกธรรมดาแต่พื้นที่ภายในกลับกว้างขวางเกินคาด ดูเหมือนจะเช่าพื้นที่ไปเกือบครึ่งชั้นของตัวอาคาร เมื่อเดินลึกเข้าไปก็พบห้องซ้อนห้องต่อกันไปไม่จบสิ้น
ส่วนใหญ่เป็นห้องโถง เต็มไปด้วยตู้โชว์ตุ๊กตาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบรรยากาศในห้องด้านในเริ่มทวีความน่าขนลุกยิ่งกว่าบ้านของกู้ชีชีเสียอีก
ตั้งแต่ห้องเจ็ดหรือแปดเป็นต้นไป ตุ๊กตาในตู้โชว์ต่างมีใบหน้าขาวซีดเผือด แก้มถูกแต้มด้วยสีแดงกลมโตสองข้าง และริมฝีปากสีแดงสด ทรงผมและเสื้อผ้าไม่ได้เป็นสไตล์โบราณของประเทศหลง แต่ดูละม้ายคล้ายคลึงกับศิลปะของประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า
ถัดจากเหล่าตุ๊กตาหน้าขาว ก็มีทั้งรูปปั้นนักรบถือดาบคมกริบ และตุ๊กตานักพรตที่ดูแปลกตา เสื้อผ้าของตุ๊กตาเหล่านี้ล้วนแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันจนน่าประหลาดคือทุกตัวจะมีดอกเบญจมาศสีขาวซีดประดับอยู่
“ของพวกนี้… ดูไม่เหมือนสิ่งที่ควรจะอยู่ในโลกมนุษย์เลยนะคะ” ซู่เป่าพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว
เมื่อเดินผ่านห้องจัดแสดงลึกเข้าไปอีก ชั้นในสุดดูเหมือนเป็นห้องผลิตตุ๊กตา ในห้องมีประตูกระจกกั้นไว้อีกชั้น ตรงทางเข้ามีกระสอบวางกองพะเนินอยู่หลายใบ ภายในห้องทำงานมองเห็นเงาร่างของพนักงานซึ่งกำลังง่วนอยู่กับภารกิจของตน
ซูเหอเหวินคอยสังเกตอยู่ด้านนอก เห็นซู่เป่าเดินลึกเข้าไปจนเกือบหายไปจากสายตา เขาจึงขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้น “ผมขอไปดูน้องสาวหน่อยนะครับ”
“อืม ฝากด้วยนะพี่!” ซูเหอเวิ่นรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
ซูเหอเวิ่นเองก็อยากจะตามเข้าไปด้วยติด ๆ ทว่าจำเป็นต้องมีคนหนึ่งคอยปักหลักอยู่ที่นี่เพื่อดึงความสนใจของพนักงานสาวไว้
ความจริงเขาจะฝากให้พี่ชายคนโตเป็นคนจัดการแทนก็ได้ แต่ด้วยนิสัยพูดน้อยต่อยหนักของซูเหอเหวินคาดว่าคุยกันไม่กี่ประโยคก็คงจบการสนทนาเสียแล้ว… อีกประการหนึ่ง ซูเหอเวิ่นรู้สึกว่าบรรยากาศด้านในนั้นวังเวงชอบกลจนไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปเพียงลำพัง
ไม่นานนัก แผ่นหลังของพี่ชายเย็นชาก็หายลับเข้าไปในความสลัวด้านหลังร้าน
พนักงานสาวมีท่าทีลังเลฉายชัดบนใบหน้า คล้ายอยากตามไปดู แต่ซูเหอเวิ่นกลับชิงเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “เงินมัดจำสำหรับออเดอร์นี้ต้องจ่ายเท่าไหร่ครับ?”
“หา…? อ๋อ… ตามระบุไว้ เงินมัดจำขั้นต่ำต้องหนึ่งแสนหยวนค่ะ” เธอชะงักไปครู่หนึ่ง
ซูเหอเวิ่นไม่รอช้า เขาหยิบบัตรออกมาแล้วรูดจ่ายเงินหนึ่งแสนหยวนในทันทีโดยไม่รีรอ
เมื่อเห็นตัวเลขมหาศาล พนักงานสาวก็เชื่อสนิทใจว่าเด็กชายตรงหน้าต้องการสั่งทำตุ๊กตาจริง ๆ ทั้งยังเป็นลูกค้ารายใหญ่เสียด้วย เธอจึงรีบกุลีกุจอสอบถามรายละเอียดกับเขาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง เพื่อหวังปิดการขายให้สมบูรณ์
ทางด้านซู่เป่า เด็กน้อยแอบเอนกายพิงประตูกระจกด้านใน จ้องมองช่างฝีมือกำลังสาละวนกับการผสมดินปั้นอยู่ภายในห้องปฏิบัติการ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งกลับปรากฏขึ้นเบื้องหลังเธอเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน
ท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาของคนผู้นั้นวาบประกายมืดมนสยดสยอง เขาค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าหาเหยื่อตัวน้อยด้วยความเชื่องช้า ก่อนยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของซู่เป่า!