ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 320 ดึกดื่นอย่าเล่นมือถือ
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 320 ดึกดื่นอย่าเล่นมือถือ
กู้เซิ่งเสวี่ยไม่มีโอกาสได้พินิจพิจารณาสิ่งใดไปมากกว่านั้น เพียงแค่เธอกะพริบตา หญิงชราลึกลับผู้นั้นก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว ก่อนร่างของเธอจะถูกนำกลับมาบนเตียงคนไข้ตามเดิม
กู้ชีชีตวาดด้วยความโมโห “กู้เสี่ยวปา! เธอไม่รักชีวิตแล้วใช่ไหม? ใครอนุญาตให้ลงจากเตียงมั่วซั่วแบบนี้? หรือคิดว่าเลือดออกแค่นี้มันยังไม่สะใจพอ!”
กู้เสี่ยวปาได้แต่เม้มปากแน่น ไม่ยอมปริปากโต้ออกไปแม้แต่คำเดียว
*
ยามดึกสงัด
ภายในห้องเช่าของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
เด็กสาวคนหนึ่งกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียง ทว่าจู่ ๆ เธอกลับได้กลิ่นประหลาดบางอย่างโชยมาแตะจมูก
“แปลกจัง… กลิ่นเหมือนหนูตายมาจากไหนกันนะ” เธอเอื้อมมือไปเปิดไฟแล้วก้าวลงจากเตียง พลางเดินดมไปรอบห้องเพื่อหาต้นตอของกลิ่นนั้น
เธอคว้าไม้กวาดมาเกลี่ยดูใต้เตียง พบเพียงหนังยางรัดผมและเหรียญที่หล่นหายไปนาน นอกจากของพวกนั้นก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดอีก “ก็ไม่มีอะไรนี่นา!”
เธอขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าแล้ววางไม้กวาดลง ครั้นลองสูดลมหายใจพิสูจน์อีกครั้ง กลิ่นเหม็นเน่าเมื่อครู่กลับเลือนหายไปโดยไร้ร่องรอย
“แปลกจัง” เด็กสาวพึมพำกับตัวเอง “พรุ่งนี้คงต้องเรียกเจ้าของบ้านมาตรวจดูเสียหน่อย”
เธอเอื้อมมือไปดับไฟแล้วกลับขึ้นเตียงซุกตัวนอนเล่นโทรศัพท์ต่อ แสงจากหน้าจอสว่างวาบสะท้อนลงบนใบหน้า ท่ามกลางความมืดมิดทำให้ดูสยดสยองอยู่ไม่น้อย
เธอจดจ่ออยู่กับโลกโซเชียล โดยหารู้ไม่ว่าทางด้านหลังมีเด็กผู้หญิงอีกคนยืนก้มหน้าอยู่ ผมยาวประบ่าทิ้งตัวปรกหน้าจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ไปพร้อมกัน แถมยังคอยฉีกยิ้มกว้างตามจังหวะที่เธอหัวเราะเป็นระยะ
“ข่าวด่วน! งานแสดงตุ๊กตาหน้าวิหารเทพเจ้าเมืองพบความผิดปกติ… ตุ๊กตาผลิตจากโรงงานชุนชูอู่… ถูกระบุว่าเป็นตุ๊กตาจากเถ้ากระดูก…”
เด็กสาวอุทาน ‘อุ๊ย’ ออกมาเบา ๆ ดึกดื่นปานนี้กลับต้องมาเจอข่าวชวนขนหัวลุก เธอจึงรีบเลื่อนผ่านไปในทันที
การท่องโลกวิดีโอสั้นในยามค่ำคืนมักนำพาเรื่องราวหลากอารมณ์มาให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคลิปอาหาร, การซ่อมของ, การล้างพรม… รวมไปถึงวิดีโอสยองขวัญ
เธอยังคงเลื่อนหน้าจอไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอกับซีรีส์เรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า ‘กลางวันไม่เจอ กลางคืนหนีไม่พ้น’
คราวนี้เธอรีบกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงทันทีพลางบ่นงึมงำ “ไม่ดูแล้ว ๆ น่ากลัวเกินไปจริง ๆ”
เธอโยนโทรศัพท์ไปยังปลายเตียงอย่างไม่ใส่ใจ แม้ชอบอดหลับอดนอนบ่อยครั้ง ทว่าเธอก็ยังพยายามรักษาสุขภาพด้วยการไม่วางโทรศัพท์ไว้หัวเตียงเพื่อเลี่ยงรังสีต่อร่างกาย
เมื่อเธอเริ่มหลับตาลง กลิ่นเน่าของหนูตายก็โชยกลับมาแตะจมูกอีกครั้ง เธอกระชับผ้าห่มพลิกตัวไปมา ก่อนตัดสินใจกดรีโมทแอร์ลงไปที่สิบแปดองศา แล้วมุดเข้าไปซ่อนตัวในผ้าห่มมิดชิดตั้งแต่หัวจรดเท้า
แน่นอนว่ามันได้ผล กลิ่นเหม็นชวนคลื่นไส้นั้นหายไปแล้ว
หญิงสาวรู้สึกพอใจและเริ่มจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างช้า ๆ
ยิ่งดึกสงัด… บรรยากาศยิ่งเย็นยะเยือก
หญิงสาวห่อตัวอยู่ในผ้าห่มเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นเรื่อย ๆ… หนาวเสียจนขนกายลุกชันจนไม่อาจควบคุม
ตามปกติแล้วคนนอนเปิดแอร์มักมีความรู้สึกเช่นนี้ ยามดึกสงัดไอเย็นจะรุนแรงกว่าตอนเพิ่งเปิดใหม่เสมอ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเจอได้ทั่วไป
หญิงสาวกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงนิทราหาไม่ได้เอะใจสักนิด เธอเพียงพับขอบผ้าห่มขึ้นมาห่อเท้าไว้เพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนหลับใหลต่อไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกแผดร้องดึงเธอให้ตื่นจากฝัน เด็กสาวดิ้นรนลุกขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ใบหน้าห่อเหี่ยวพลางบ่นกับตัวเอง “ง่วงจัง… ทำไมต้องไปทำงานด้วยนะ? ต่อไปนี้จะเลิกเล่นมือถือดึก ๆ เด็ดขาด ต้องนอนก่อนสี่ทุ่มให้ได้!”
ทว่านั่นก็เป็นเพียงคำพูดติดปากที่ไม่เคยทำได้จริงเสียที
เธอบ่นกระปอดกระแปดก่อนลุกไปจัดการธุระส่วนตัว ทันทีที่แปรงฟันล้างหน้า กลิ่นเน่าเหม็นนั่นก็โชยมาแตะจมูกอีกครั้ง เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนชุด กลิ่นนั้นกลับยิ่งทวีความรุนแรงจนน่าคลื่นไส้
“น่าหงุดหงิดชะมัด ไม่รู้มีหนูตายซุกอยู่ที่ไหนกันแน่…” เธอพยายามดมตามกลิ่นไปจนสายตาหยุดลงตรงส่วนล่างสุดของตู้เสื้อผ้า ซึ่งเป็นตู้แบบเก่า มีฐานเชื่อมต่อกับพื้นห้องโดยตรง
ตอนเช่าห้องนี้ เจ้าของเดิมเคยบอกไว้ว่ามีของจิปาถะเก็บไว้ด้านล่าง จึงย้ำไม่ให้เธอเข้าไปยุ่งเกี่ยว หญิงสาวเบ้ปากพลางคิดในใจ ต้องมีซากหนูเน่าอยู่ในนั้นชัวร์
เธอบ่นอุบแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะแจ้งให้เจ้าของห้องมาจัดการ เรื่องของจิปาถะเธอไม่เดือดร้อนหรอก เพราะตู้ที่เหลือก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ถ้ามีซากสัตว์เน่าอยู่ภายในก็ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย!
“ฮัลโหล… คุณเจ้าของห้องคะ เมื่อไหร่จะมาจัดการตู้เสื้อผ้าของคุณสักที?” เธอเอ่ยถามพลางสาละวนกับการเปลี่ยนชุด
ดูเหมือนปลายสายจะตกใจเล็กน้อย รีบสวนกลับมาทันควัน “เธอเปิดมันแล้วหรือ?!”
“ยังค่ะ ยังไม่ได้เปิด” หญิงสาวส่ายหัวปฏิเสธ
โดยนิสัยแล้วเธอไม่ใช่คนชอบยุ่งกับของของผู้อื่น ในเมื่อเจ้าของสั่งห้ามแตะ เธอก็ไม่เคยแม้แต่จะปรายตามอง อีกอย่างตู้ส่วนนั้นก็ล็อกกุญแจไว้แน่นหนา เธอคงไม่มีเวลาว่างไปนั่งงัดแงะให้เสียแรง
เจ้าของห้องกำชับเสียงแข็ง “ตอนนี้ผมมาธุระต่างจังหวัด รอผมกลับไปจัดการเอง คุณอย่าไปแตะต้องเด็ดขาด ในนั้นมีพวกอะไหล่คอมพิวเตอร์และของสำคัญ ถ้าพังขึ้นมาผมจะลำบาก”
เธอตอบรับส่ง ๆ ก่อนเร่งให้เขารีบกลับมาจัดการก่อนวางสายไป
เธอมองดูตู้เจ้าปัญหานั่น ก่อนหยิบน้ำหอมออกมากระหน่ำฉีดใส่ ทว่ากลิ่นหอมหวลผสมปนเปกับกลิ่นเน่ากลับยิ่งทำให้รู้สึกพะอืดพะอม สุดท้ายเธอจึงนำเทปใสมาปิดตายตามรอยขอบและช่องว่างของตู้ทั้งหมด
“คงแก้ขัดได้แค่นี้แหละ…”
เมื่อกลิ่นเริ่มเบาบางลง เธอจึงรีบสวมรองเท้าส้นสูงรุดออกไปทำงานทันที
ภายในตู้เสื้อผ้าอันมืดมิด…
ชุดกระโปรงหลายชุดแขวนนิ่งสงบอยู่บนราว มุมมืดด้านในสุดกลับมีเด็กหญิงผมยาวปรกหน้าลอยเด่นขึ้นมา
“พี่สาวคะ… กอดหน่อย” เด็กหญิงพึมพำเสียงแผ่วพร่า “ทำไมพี่ไปทำงานอีกแล้วล่ะ หนูอยู่บ้านคนเดียวเหงาจะแย่อยู่แล้ว…”
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่ถูกของมีคมฟันจนเละเทะสยดสยอง “หนูซ่อนอยู่ในตู้นี้ไงคะ ทำไมพี่ถึงหาหนูไม่เจอเสียที… แถมยังเอาเทปมาปิดหนูไว้อีก…”
วิญญาณเด็กน้อยลอยผ่านบานตู้เสื้อผ้าออกมา เริ่มล่องลอยวนเวียนไปรอบห้อง เธอคล้ายจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี จึงเริ่มเลียนแบบกิจวัตรประจำวันของหญิงสาว เธอแวะเวียนไปในครัว ยืนนิ่งอยู่ข้างหม้อน้ำ
จากนั้นจึงประกบมือทั้งสองข้างเข้าหากันคล้ายกำลังถือชามบะหมี่ ก่อนไปนั่งลงบนโซฟาตัวโปรด จ้องมองโต๊ะกาแฟเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าไม่กะพริบ…