ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 335 ข้อมูล ‘ลูกค้า’
หลังมื้อเช้า มู่กุยฝานเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังหน่วยปฏิบัติการ ทว่าก่อนจะก้าวออกจากบ้านพลันนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาจึงหมุนตัวกลับไปยังห้องนอนของซู่เป่าทันที
“ลูกรัก… ขอเครื่องรางป้องกันสิ่งชั่วร้ายให้พ่อติดตัวไว้สักแผ่นได้ไหม?”
ขีดความสามารถในการต่อสู้ของมนุษย์ย่อมเกิดจากการเคี่ยวกรำผ่านสมรภูมิชีวิตจริง
การที่ใครสักคนจะก้าวขึ้นเป็นเทพสงครามผู้ไร้พ่ายได้นั้น จำต้องผ่านการเอาชนะในศึกแห่งความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งการสยบวิญญาณหรือเข้าห้ำหั่นกับเหล่าภูตผีก็ใช้หลักการเดียวกัน
ดังนั้นมู่กุยฝานจึงวางแผนว่าในยามว่างจะออกไปฝึกฝนวิชาบ้าง ทว่าหากมีสิ่งมงคลป้องกันอาถรรพ์พกไว้ก็ย่อมอุ่นใจกว่า
ในเมื่อลูกสาวตัวน้อยมีพรสวรรค์ด้านนี้ มีหรือที่คนเป็นพ่ออย่างเขาจะยอมปล่อยให้เสียเปล่า
ซู่เป่าวิ่งปุบปับเข้าไปในห้องเก็บเสื้อผ้า ก่อนหยิบปึกกระดาษอาคมสีเหลืองกำใหญ่ออกมาจากกระเป๋าสะพายคู่ใจ
“นี่ค่ะคุณพ่อ ซู่เป่าให้พ่อทั้งหมดเลย!”
มู่กุยฝานขมวดคิ้วมุ่นพลางมองของในมือ “ลูกรัก… ยันต์ของหนูหนึ่งแผ่นช่วยได้หนึ่งชีวิตเชียวนะ พ่อประเมิน
ไม่ถูกเลยว่ากองนี้จะมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหน”
ซู่เป่าร้องอุทานด้วยความแปลกใจ ‘ของพวกนี้มีราคาค่างวดถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?’
“คุณพ่อคะ แล้วถ้าเอาไปขายจะได้เงินเยอะไหมคะ?” ยัยหนูรีบเอ่ยถามทันควัน
ชายหนุ่มครุ่นคิดครู่หนึ่ง “พูดยากนะ… สำหรับคนที่มองออก มันอาจมีค่าเป็นล้าน แต่ในสายตาคนที่ไม่เลื่อมใส เผลอ ๆ ไร้ราคาเสียยิ่งกว่าเศษกระดาษด้วยซ้ำ”
ดวงตาของซู่เป่ากะพริบปริบ ๆ ทันใดนั้นเธอก็เกิดไอเดียบรรเจิดในการหาเงินขึ้นมาทันที
ในจังหวะนั้นเอง ซูเหอเวิ่นก็เดินเข้ามาหาซู่เป่าพร้อมถือสมุดบันทึกเล่มหนาด้วยสีหน้าตื่นเต้น “น้องสาว ดูสิว่าพี่ค้นพบอะไรเข้า!”
“อะไรเหรอคะพี่ชาย?” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ข้อมูลลูกค้าไงล่ะ!” พี่ชายตอบขณะทำหน้าตาภาคภูมิใจ
ซู่เป่าถึงกับมึนข้อมูลลูกค้าอะไรกัน?
ซูเหอเวิ่นเปิดสมุดออกพลางนับรายการทีละอย่าง “พี่รวบรวมสถานที่อาถรรพ์สำคัญสิบแห่งในเมืองนี้ที่มีตำนานเล่าขานกันมาไว้หมดแล้ว!”
“เช่นที่นี่… ตึกร้างทางทิศเหนือของทะเลสาบ ลือกันว่าเป็นแหล่งซ่องสุมวิญญาณดุร้าย ใครที่หาเรื่องเข้าไปตอนกลางคืน เป็นต้องถูกหามออกมาทุกราย”
“ส่วนที่นี่… โรงพยาบาลจิตเวชร้าง เล่ากันว่ามีคนไข้จิตเวชรายหนึ่งฆ่ายกครัวตัวเองแล้วถูกส่งมารักษา ต่อมาเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เผาวอดทั้งอาคาร มีผู้เสียชีวิตในกองเพลิงถึงสิบสี่ศพ บุคลากรทางการแพทย์ที่รอดชีวิตต่างก็เสียสติไปตาม ๆ กัน แถมยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ยินเสียงหัวเราะชวนขนลุกของครอบครัวนั้นดังออกมาจากกองขี้เถ้า…”
“แล้วก็ถนนสายนี้… ครั้งหนึ่งมีหญิงสาวสองคนกำลังเดินทางกลับบ้านหลังเลิกงานยามดึก ก็ได้ยินเสียงใครบางคนเรียกจากเบื้องหลังจึงหันไปมอง แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นศีรษะลอยเด่นอยู่กลางอากาศ! พวกเธอตกใจสุดขีดจนวิ่งพรวดลงถนนและถูกรถชนเสียชีวิต… จากข้อมูลที่สืบค้นมา ถนนเส้นนี้เคยเกิดอุบัติเหตุขณะขุดท่อระบายน้ำ รถเครนขนาดใหญ่ล้มทับคนงานก่อสร้างจนศีรษะขาดกระเด็นจากร่างพอดีเป๊ะ”
ซูเหอเวิ่นบรรยายพลางพลิกหน้าถัดไป จากนั้นเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาคำนวณลงบนหน้ากระดาษด้วยความจริงจัง
“สมมติว่าข่าวลือในพิกัดเหล่านี้เป็นความจริงทั้งหมด แม้ว่าในแต่ละจุดจะมีวิญญาณอาฆาตแค่ตนเดียว… เราก็สามารถเพิ่ม KPI เพิ่มได้อีกสิบตัวเชียวนะ!”
“ถ้าโชคดีแจ็กพอตแตก จับผีร้ายแรงก์สูงได้ล่ะก็ จะยิ่งยอดเยี่ยมกว่านี้อีก!”
ซู่เป่าฟังจนมึนงงสับสนไปหมด… ที่แท้สิ่งนี้ก็คือ ‘ข้อมูลลูกค้า’ ของพวกเธอนี่เอง!
มู่กุยฝานลอบกระตุกมุมปาก… เขากวาดตามองผ่านสมุดบันทึกเพียงครั้งเดียว ก็จดจำพิกัดทั้งหมดไว้ในสมองได้แม่นยำ
“พ่อไปก่อนนะ” มู่กุยฝานลูบหัวซู่เป่าเบา ๆ ก่อนเนียนไปโยกหัวซูเหอเวิ่นอีกรอบ แล้วจึงเดินจากไปด้วยรอยยิ้มพอใจ
ซูเหอเวิ่นไม่รู้เลยสักนิดว่า ข้อมูลที่เขาอุตส่าห์รวบรวมมาด้วยความยากลำบาก ได้ถูกอาเขยแสนเจ้าเล่ห์ฉกไปเรียบร้อยแล้ว… เขายังคงก้มหน้าก้มตาคำนวณค่า X และ Y อย่างตื่นเต้นต่อไป
ฝ่ายซู่เป่าเองก็มีสีหน้าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน… ถ้ายันต์เหลืองหนึ่งแผ่นราคาเป็นล้าน
วันหนึ่งเธอวาดได้สิบแผ่น… ก็คือสิบล้าน
สองวันวาดยี่สิบแผ่น… ก็ยี่สิบล้าน ร้อยล้าน พันล้าน…
‘ว้าว รวยเละเลย!’
“ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ!” เด็กน้อยตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ไหมล่ะ? พี่ชายเราเก่งสุด ๆ ไปเลยใช่ไหม?” ซูเหอเวิ่นยืดอกภูมิใจ
ความทุ่มเทของเขาไม่สูญเปล่า เพื่อพิสูจน์ความแม่นยำของพิกัดเหล่านี้ เขาลงทุนขุดฟอรั่มออนไลน์กว่าพันกระทู้ นำรายละเอียดทั้งหมดมาวิเคราะห์และสรุปผลอย่างใส่ใจ
ในกระแสคำบอกเล่าบางแหล่งมีการพูดถึงจุดต้องคำสาปมากมาย ทว่าหลังจากตรวจสอบโดยถี่ถ้วนแล้วพบว่ามีเหล่านักผจญภัยเคยลองดีแต่กลับออกมาได้ปลอดภัย เขาก็จะขีดชื่อพวกนั้นทิ้งทันที
อันที่จริง เรื่องเล่าเกี่ยวกับพิกัดอาถรรพ์นั้นมีอยู่เกลื่อนกลาด ไม่ว่าจะเป็นคอนโดอาถรรพ์ สี่แยกมรณะ หรือแม้แต่ป่าทึบดูรกร้าง ก็มักถูกนำไปผูกโยงกับเรื่องเร้นลับ ข้อมูลเหล่านี้ย่อมมีทั้งเท็จและจริงปะปนกัน
แต่ทั้งสิบแห่งที่คัดกรองมานี้ ล้วนมีหลักฐานสมเหตุสมผลและมีพยานยืนยันสิ่งที่เผชิญด้วยตัวเองทั้งสิ้น!
เมื่อเห็นซู่เป่ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข ซูเหอเวิ่นก็รู้สึกว่าความเหน็ดเหนื่อยจากการตรากตรำหาข้อมูลนั้นช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
“แล้วพวกเราจะออกเดินทางกันตอนไหนดี?” เขาเอ่ยถาม “ใกล้เปิดเทอมแล้วนะ ต้องรีบจัดการเวลาให้ดี!”
“อื้ม! ไปกันเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักยืนยัน
“เดี๋ยวผมไปตามพี่ใหญ่ก่อน!” ซูเหอเวิ่นรีบวิ่งออกไปทันที แน่นอนว่าเรื่องจะแอบออกไปข้างนอกแบบนี้ จำเป็นต้องมีพี่ชายคนโตคอยหนุนหลังถึงวางใจได้
ตัดมาทางด้านซูเหอเหวิน หลังจากถูกคุณอาสองซูจื่อหลินรบเร้าฝากฝังอยู่หลายครา ในที่สุดเขาก็ต้องจำใจรับหน้าที่เป็นติวเตอร์คุมหานหานทำการบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้
ทว่าในยามนี้เส้นเลือดบนหน้าผากของเขากำลังปูดโปนด้วยความขัดใจ
“คำนี้อ่านว่าอะไร?” เขาชี้ไปที่ตัวอักษรหนึ่งพลางเอ่ยถาม
หานหานตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นใจเต็มเปี่ยม “สามดิน!”
“…” ซูเหอเหวินอยากจะเขกหัวยัยเด็กนี่สักที จะได้รู้จักสามดินอะไรนั่นให้ซึ้ง!
“ตัวนี้อ่านว่าเหยา! เพิ่งสอนไปหยก ๆ ไม่ใช่หรือไง?”
“เหรอคะ?” หานหานกะพริบตาปริบ ๆ เหมือนคนไม่รู้เรื่องราว
ซูเหอเหวินถึงกับกำหมัดแน่น ในวินาทีที่เขากำลังจะสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ไหว ซูเหอเวิ่นก็พรวดพราดเข้ามา “พี่ใหญ่! พาพวกเราออกไปเที่ยวหน่อย!”
ซูเหอเหวินหันกลับไปซัดหมัดใส่หน้าซูเหอเวิ่นเข้าเต็มแรงหนึ่งที
“???” ซูเหอเวิ่นยืนมึนงงจนเห็นดาวลอยวนอยู่เต็มหัว
‘เขาทำอะไรผิด? แค่พูดประโยคเดียวเองนะ!’
‘ไม่อยากไปก็แค่บอกสิ ทำไมต้องใช้กำลังด้วย!’
“ไม่ไปก็ไม่เห็นต้องตีกันเลยนี่นา!” ซูเหอเวิ่นทำหน้าละห้อยปนน้อยใจ
ซูเหอเหวินทำหน้าเย็นชาสะบัดเสียงใส่ “ไปสิ!”
พูดจบเขาก็สาวเท้าเดินนำออกจากบ้านไปทันที
‘ไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น ดีกว่าต้องทนสอนการบ้านหานหานอยู่นี่!’
“??”
อะไรของพี่เขาเนี่ย..ตกลงจะไปก็ยังต่อยเขาอีกหมัด? เรื่องนี้จะไปฟ้องใครได้เล่า!
หานหานเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามไปทันที “หนูไปด้วย!”
ในฐานะผู้ปกครองชั่วคราว ซูเหอเหวินเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบขาด “เอาการบ้านทั้งหมดของเธอไปด้วย!”
“……”
สุดท้าย ซูเหอเหวินก็เข้าไปเรียนคุณย่าว่าจะพาน้องชายและน้องสาวไปห้องสมุด เพื่อฝึกนิสัยรักการอ่าน และเตรียมตัวก่อนเปิดเทอม คุณนายซูได้ยินเช่นนั้นก็ปลื้มอกปลื้มใจยิ่งนัก รีบสั่งให้คุณลุงเนี่ยขับรถไปส่งเด็ก ๆ ทันที
ซู่เป่าสะพายกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง ภายในมีคุณปู่เต่าและเสี่ยวอู่อาศัยอยู่ร่วมกัน
แถมยังมีปึกกระดาษยันต์สีเหลืองอัดแน่นอยู่ในนั้น
แต่ยังไม่หมด เด็กน้อยยังสะพายกระเป๋าอีกใบที่บรรจุยันต์อาคมไว้อีกปึกใหญ่
ซู่เป่าก้าวเดินด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับว่าหากขนกระดาษปึกนี้ออกไป ย่อมต้องเปลี่ยนเป็นเงินปึกโตกลับมาได้แน่นอน!