ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 359 หานหานฉีดยา
บทที่ 359 หานหานฉีดยา
คุณนายซูประคองมือของหานหานขึ้นมาตรวจดูรอยข่วน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ผิวหนังถลอกจนเลือดซึมแบบนี้ ต้องไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้นะ”
“ต้องฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าครับ จะเลือกแบบห้าเข็มหรือสี่เข็มดีล่ะ?” ซูอี้เชินพยักหน้าเห็นพ้อง
รอยยิ้มบนใบหน้าหานหานแข็งทื่อลงทันควัน
‘เดี๋ยวนะ… เธอถูกแมวข่วน ไม่ใช่สุนัขกัด แล้วทำไมต้องไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าด้วยล่ะ!’
“ไม่เอา! หนูไม่ฉีด!” หานหานแผดเสียงประท้วงทันที
“ไม่ได้หรอกหานหาน ถ้าไม่ฉีดหนูจะมีความเสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้านะ” คุณนายซูส่ายหัวอย่างระอา
“รู้ไหมว่าโรคนี้มันร้ายแรงขนาดไหน?” มู่กุยฝานยืนกอดอกพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “เชื้อไวรัสมันจะเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล แล้วลามไปกัดกินสมอง…”
ทว่ามู่กุยฝานยังพูดไม่ทันจบ หานหานก็โพล่งขัดขึ้นมาเสียก่อน “นั่นไม่เห็นเป็นไรเลย!”
แค่กระทบสมองเอง พ่อดุด่าบ่อย ๆ อยู่แล้วว่าเธอเป็นพวกไม่มีสมอง
เพราะฉะนั้นสมองจะโดนกินไปบ้างก็คงไม่เห็นสำคัญอะไร!
“พี่หานหาน ไปฉีดยาเถอะนะคะ?” ซู่เป่าเห็นท่าไม่ดีจึงช่วยเตือนด้วยความหวังดี “คุณพ่อเคยบอกหนูว่า ถ้าเป็นโรคนี้จะเป็นเหมือนหมา น้ำลายไหลยืด จำหน้าคนในครอบครัวไม่ได้ แล้วก็คลุ้มคลั่งไล่กัดคนไปทั่วจนตาย… ถึงตอนนั้นหนูก็จะไม่มีพี่หานหานอีกแล้วนะ”
ซู่เป่าเล่าไปเรื่อย ๆ พร้อมทำหน้าตาเศร้าสร้อยจนดูน่าสงสาร
“แถมอาจถึงขั้นกินอึด้วยนะ” ซูเหอเวิ่นรีบพูดเสริมอีกหนึ่งประโยค
“…”
จำหน้าคนในครอบครัวไม่ได้?
แถมต้องตายด้วยเหรอ?
ถ้าตายไปก็ไม่ได้เล่นกับซู่เป่าแล้วน่ะสิ!
“งั้น… งั้นฉีดก็ได้ แต่ขอฉีดน้อย ๆ หน่อยได้ไหม เข็มเดียวจบเลยไม่ได้เหรอ?” หานหานอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด
คุณนายซูแอบแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าหลานสาวจอมซนจะยอมจำนนได้รวดเร็วขนาดนี้
“ไม่มีแบบเข็มเดียวหรอกนะ มีแค่แบบสี่เข็มกับห้าเข็ม ถ้าเลือกแบบห้าเข็มต้องมาโรงพยาบาลห้าครั้ง ส่วนแบบสี่เข็มมาแค่สามครั้งพอ” ซูอี้เชินรีบให้ข้อมูล
พอได้ยินว่าแบบสี่เข็มใช้จำนวนครั้งน้อยกว่า หานหานก็รีบตัดสินใจโดยไม่ทันเอะใจเลยว่าทำไมจำนวนเข็มกับจำนวนครั้งถึงไม่เท่ากัน “งั้นหนูเอาแบบสี่เข็ม!”
เมื่อตกลงกันได้แล้ว หลังจากทานข้าวเสร็จ คุณยายซูจึงพาหานหานไปโรงพยาบาลทันที โดยมีมู่กุยฝานรับหน้าที่เป็นคนขับรถ
“วันนี้ว่างนักหรือไง ถึงไม่กลับหน่วย?” หญิงชราเอ่ยถามลูกเขย
ช่วงก่อนหน้านี้มู่กุยฝานเปรยเรื่องลาออกบ่อยเสียจนผู้บังคับบัญชาต้องโทรมาสอบถามสถานการณ์กับเธอ แถมทางหน่วยยังกลัวเขาจะหนีหายไปจริง ๆ เลยคอยตามติดแจ ไม่ว่าจะมีภารกิจหรือไม่ก็ต้องเรียกตัวเขาเข้าไปรายงานตัวก่อนเสมอ
“ขอลาครึ่งวันครับ” มู่กุยฝานตอบสั้น ๆ
มุมปากคุณยายซูกระตุกเล็กน้อย แม้จะหมั่นไส้ในความเห่อลูกสาวของเขา แต่ลึก ๆ ในใจก็เบาใจลงไม่น้อยที่เห็นเขาใส่ใจซู่เป่าถึงขนาดนี้
*
หานหานขึ้นชื่อเรื่องกลัวเข็ม ทุกครั้งที่ต้องฉีดวัคซีนมักจะเกิดเหตุการณ์จลาจลย่อม ๆ จนต้องใช้คนช่วยกันล็อกตัวถึงสองสามคน หญิงชราจึงกังวลว่าหลานสาวจะเปลี่ยนใจกะทันหัน
ดังนั้นตอนหานหานร้องไห้โยเยขอให้ซู่เป่าไปด้วย เด็กน้อยจึงตอบตกลงทันที
ดูเหมือนมีเพียงซู่เป่าเท่านั้นที่สยบหานหานได้…
แต่ถึงซู่เป่าจะเอาไม่อยู่ เธอก็ยังมีเทพเจ้าสงครามอย่างมู่กุยฝานอยู่อีกคน เธอไม่เชื่อหรอกว่าแรงผู้ใหญ่ขนาดนี้จะกดเด็กคนเดียวไว้ไม่ได้
ซู่เป่ากังวลไม่อยากทิ้งเพื่อนตัวน้อยไว้บ้านเพียงลำพัง จึงหอบหิ้วทั้งเสี่ยวอู่และคุณปู่เต่าขึ้นรถไปด้วยกัน เจ้านกแก้วแอบมองเจ้าแมวลายผ่านช่องมองของกระเป๋าใส่สัตว์เลี้ยง พลางตะโกนลาส่งท้ายเสียงดังลั่น “ลาก่อนนะเจ้าโง่! ก๊า!”
“อยู่บ้านทำตัวดี ๆ นะ ห้ามก่อเรื่องเด็ดขาดเลยนะรู้ไหม!” ซู่เป่านั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเจ้าเหมียวก่อนสั่งเสียด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ดูสิ เพราะข่วนพี่หานหาน พี่เขาเลยต้องไปฉีดยาเลยนะ”
“เสี่ยวอู่เองก็พลอยขวัญเสียไปด้วย ดูสิ่งที่เธอทำสิ!” ซู่เป่าใช้นิ้วเขี่ยหัวเจ้าแมวตัวน้อยเบา ๆ อย่างตำหนิ
เจ้าแมวลายนั่งหมอบเรียบร้อยขณะก้มหน้าลงต่ำ ราวกับรับรู้ความผิดและยอมจำนนต่อการสั่งสอน
เมื่อดุไปได้สองสามประโยค เด็กน้อยก็เริ่มใจอ่อน มือเล็ก ๆ ลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู “เอาละ รู้ผิดแล้วแก้ไขก็ยังเป็นแมวที่ดีนะ รออยู่บ้านล่ะ เดี๋ยวพวกเรากลับมาตั้งชื่อให้!”
เธอนึกถึงตอนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ตระกูลซูใหม่ ๆ คุณตาคุณยายก็เคยช่วยกันตั้งชื่อให้เธอแบบนี้
ตอนนี้เธอโตขึ้นแล้ว ย่อมสามารถช่วยทุกคนตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ได้เช่นกัน!
เจ้าเหมียวขานรับเสียงใสพร้อมกับคลอเคลียฝ่ามือซู่เป่า ส่งเสียงครืด ๆ ในลำคอ
มันนั่งยอง ๆ อยู่กับที่ เฝ้ามองรถออฟโรดของมู่กุยฝานค่อย ๆ เคลื่อนตัวลับสายตาไป…
“เมี๊ยว…” แมวลายเสือร้องขึ้นแผ่วเบาก่อนเดินอ้อยอิ่งกลับไปยังสนามหญ้าเพียงลำพังด้วยท่าทางโดดเดี่ยว
ซูเหอเวิ่นรับหน้าที่ดูแลแมว แม้จะแอบกลัวกรงเล็บของมันอยู่บ้าง หลังมื้อเที่ยงจึงนำโดรนออกมาบินเฝ้าดูพฤติกรรมเจ้าเหมียวโดยเฉพาะ
ภาพจากกล้องเผยให้เห็นว่า เจ้าแมวเดินไปหยุดตรงสนามหญ้าในสวน มันหมอบกายอยู่ใต้ร่มเงาไม้ จ้องมองออกไปนอกรั้ว…
“เมื่อกี้ยังดุอยู่เลย ตอนนี้ถึงดูเรียบร้อยขึ้นมาซะงั้น” ซูเหอเวิ่นบ่นอุบ
*
ณ สถานีป้องกันโรค มู่กุยฝานจัดการเรื่องคิวและลงทะเบียนข้อมูลอย่างรวดเร็ว หานหานยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกพาเดินเข้าห้องฉีดวัคซีนเสียแล้ว เบื้องหน้ามีเด็กอีกสองคนกำลังร้องโวยวายจนหลังคาแทบปลิว
“หรือว่า… พวกเราค่อยมาใหม่พรุ่งนี้ดีไหมคะ?” หานหานเริ่มขวัญเสียเมื่อมองสถานการณ์ก่อนหน้านี้
คุณนายซูรู้ทันว่าหลานสาวกำลังจะหนี จึงส่ายหน้า “ไม่ได้จ้ะ หลังโดนข่วนต้องรีบฉีดวัคซีนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“ยี่สิบสี่ชั่วโมง! งั้นถ้ามาพรุ่งนี้เวลานี้ ก็ยังไม่เกินนี่นา มาพรุ่งนี้เถอะ!” หานหานรีบใช้ทักษะคณิตศาสตร์คำนวณทันควัน
“ไม่ได้นะคะคุณยายบอกว่ายิ่งฉีดเร็วยิ่งดี พี่หานหานต้องกล้าหาญหน่อยนะ สู้ ๆ ค่ะ!” ซู่เป่ารีบกดไหล่พี่สาวไว้
ไม่นานนักเด็กคิวก่อนหน้าก็ฉีดเสร็จ
“หนูสู้ไม่ไหวแล้ว อือ ๆ ๆ!” หานหานเริ่มคร่ำครวญเสียงหลง แต่เธอไม่มีทางหนี มู่กุยฝานปิดเส้นทางถอยทัพของเด็กหญิงไว้หมดสิ้น
เพียงหานหานคิดขยับจะเผ่นหนี ก็ถูกมู่กุยฝานคว้าตัวกลับมากดให้นั่งลงบนเก้าอี้ เทพแห่งสงครามยื่นมือไปล็อคต้นคอเธอไว้เบา ๆ แต่แน่นหนาจนหานหานขยับเขยื้อนไม่ได้เลย
“การฉีดครั้งแรกต้องใช้สองเข็มนะคะ แบ่งฉีดแขนซ้ายและขวาข้างละหนึ่งเข็มค่ะ” พยาบาลตรวจเช็คข้อมูลแล้วพูดขึ้น
“อะไรนะ?!” หานหานหน้าถอดสี
สองเข็มรวดเลยเหรอ?? ทำไมต้องสองเข็มด้วยล่ะ!
เธอมองเข็มในมือพยาบาลซึ่งกำลังกดไล่อากาศจนน้ำยาซึมออกมาเล็กน้อย ขนบนศีรษะเธอก็ลุกชันขึ้นมาทันที หานหานระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาดังสนั่น ยิ่งกว่าเด็กสองคนก่อนหน้ารวมกันเสียอีก
“อ๊ากกก ไม่เอา! เจ็บ เจ็บ เจ็บ!”
“…ยังไม่ทันแทงเข็มเลยนะคะ” พยาบาลที่ถือเข็มถึงกับอึ้ง
เสี่ยวอู่อยู่ในกระเป๋าสัตว์เลี้ยงทนฟังไม่ไหว ถึงขั้นต้องใช้ปีกปิดหัวตัวเองเอาไว้
“เกือบลืมไปแล้วว่ายัยเด็กนี่แผดเสียงได้ทรงพลังขนาดไหน” จี้ฉางกระตุกยิ้มมุมปาก
คุณนายซูยังคงความสง่างามไว้ หญิงชรายกมือขึ้นจัดปอยผมข้างหูอย่างใจเย็น ก่อนแอบยัดที่อุดหูกันเสียงเข้าไป ก็ในเมื่อมีมู่กุยฝานอยู่ด้วย มีหรือเทพเจ้าสงครามจะปล่อยให้เด็กคนเดียวหนีรอดไปได้?
“……”
มู่กุยฝานไม่มีทางปล่อยให้หลานสาวหนีหรอก
แต่หูของเขานี่สิ… แทบจะรับแรงกระแทกจากคลื่นเสียงไม่ไหวแล้ว
ซู่เป่าพยายามทนต่อเสียงกรีดร้องแหลมสูง เธอคว้ามือหานหานมาตบเบา ๆ พลางตะโกนบอกแข่งกับเสียงร้อง “พี่หานหานหยุดร้องก่อนเถอะค่ะ หนูจะหูหนวกอยู่แล้ว!”
“ฮือ… อู ๆ อู ๆ!”
ซู่เป่าฉุกคิดวิธีเด็ดขึ้นมาได้ “เอาแบบนี้ไหมคะพี่หานหาน เปลี่ยนเสียงร้องซะ! ถ้าอยากร้องเมื่อไหร่ ให้ตะโกนว่า โอ้ลิเก้! แทน เพื่อเป็นการปลุกใจตัวเองไง!”
“ฮึก… อู… โอ้ลิเก้…”
“เดี๋ยวพี่จะทำให้ไว ๆ เลย อดทนหน่อยนะ!” พยาบาลถือเข็มเดินเข้ามาใกล้
วินาทีที่ปลายเข็มสะกิดเข้าผิวหนัง หานหานแผดเสียงลั่น “อ๊าก…!”
แต่พอนึกถึงคำของซู่เป่า เธอจึงพยายามกลืนเสียงโวยวายลงคอแล้วเปลี่ยนเป็นคำปลุกใจแทน
ภาพสุดประหลาดจึงบังเกิดขึ้นในห้องฉีดวัคซีน เด็กหญิงคนหนึ่งโดนฉีดยาไปพร้อมกับตะโกนก้องว่า “อ๊ากกกโอ้ลิเก้! อ๊ากกกโอ้ลิเก้! โอ้ลิเก้อ้าาา! โอ้ลิโอ้ลิโอ้ลิเก้! อ๊ากกก”
ทุกคนในห้องถึงกับมุมปากกระตุก ส่วนมู่กุยฝานรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของเขาพังทลายระเนระนาดไปพร้อมกับเสียงเชียร์อันประหลาดนั่นเรียบร้อยแล้ว!