ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 53 เสวี่ยเอ๋อร์ประจบจนพลาดเป้า
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 53 เสวี่ยเอ๋อร์ประจบจนพลาดเป้า
บทที่ 53 เสวี่ยเอ๋อร์ประจบจนพลาดเป้า
‘ถังหมิงเซิ่งซื่อ’ เป็นบริษัทบันเทิงที่ขยายตัวอย่างร้อนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา
นักแสดงหนุ่มที่มีกระแสความนิยมสูงสุดในขณะนี้ รวมถึงสองในสี่สาวน้อยไอดอลชื่อดังของวงการ ล้วนอยู่ภายใต้สังกัดถังหมิงเซิ่งซื่อทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น ซูโล่วราชาแห่งวงการภาพยนตร์เพิ่งยกเลิกสัญญากับบริษัทเดิม ยังจะปรากฏตัวในพิธีเซ็นสัญญากับถังหมิงเซิ่งซื่อเป็นทางการในวันนี้…
ทำให้ตั้งแต่เช้ามืด สถานที่จัดงานจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งกลุ่มแฟนคลับของดาราชื่อดัง สื่อมวลชนจากทุกสำนักข่าว และแขกผู้มีเกียรติจากตระกูลชั้นสูง
รถยนต์ของซูอีเฉินค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปจอดที่บริเวณทางเข้าหน้างาน
ในตอนนั้นเอง ซู่เป่าเพิ่งจะตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงขึ้นมาได้
วันนี้…เธอยังไม่ได้หวีผมเลย
ไม่ได้มัดเปียสวย ๆ ด้วย!
“คุณลุงคะ ซู่เป่าไม่ลงไปแล้วค่ะ ผมของซู่เป่ารกรุงรังวุ่นวายไปหมดเลย ฮือ ๆ ๆ !” ซู่เป่าลูบศีรษะตัวเองพลางคว้าขอบประตูรถไว้แน่น
ประธานใหญ่ตระกูลซูถึงกับชะงัก
อะไรคือรกรุงรังวุ่นวายกัน?
พอซูอีเฉินพิจารณาดูดี ๆ จึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า เจ้าตัวน้อยนุ่มนิ่มข้างกายมีสภาพเส้นผมยุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังนก เพราะยังไม่ได้ผ่านการหวีมาเลยจริง ๆ
“เอ่อ… ไม่เป็นไรหรอก” ซูอีเฉินพยายามปลอบพลางยื่นมือไปขยี้ศีรษะหลานสาวเบา ๆ หวังช่วยจัดระเบียบกลุ่มผมที่ชี้โด่ชี้เด่ให้เข้าที่เข้าทาง
แต่น่าเสียดายที่เส้นผมปุกปุยเหล่านั้นกลับเด้งสู้มือ พอเขากดลงไปมันก็เด้งกลับมาที่เดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างดื้อรั้น จนปัญญาจะกดให้เรียบสนิทได้
ทว่าการขยี้ในครั้งนี้ นอกจากไม่ช่วยอะไรแล้ว กลับยิ่งทำให้ผมของเด็กน้อยรกรุงรังหนักกว่าเดิม
“มัน…มันไม่เป็นไรแน่เหรอคะคุณลุง?” ซู่เป่าเงยหน้าเอ่ยด้วยความลังเล
เด็กน้อยทอดสายตามองออกไปนอกรถ เธอเห็นพี่สาวแสนสวยที่งดงามราวกับนางฟ้ามากมาย แต่ละคนล้วนประดับประดาเส้นผมด้วยกิ๊บผีเสื้ออย่างประณีต
ตัดมายังเส้นผมของเธอในตอนนี้ กลับดูยุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังนกเลยสักนิด… ฮือ ๆ เธอไม่ยอมรับสภาพแบบนี้จริง ๆ นะ!
ใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยร่างกลมย่นเข้าหากัน สมกับเป็นผู้หญิง ไม่ว่าอายุเท่าไรย่อมต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดา
“งั้นเดี๋ยวลุง จะช่วยมัดผมให้ซู่เป่าเอง” ซูอีเฉินหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู
เด็กน้อยพยักหน้ารัวจนแก้มสั่น เธอรีบควานหาของในกระเป๋าใบเล็กก่อนหยิบยางรัดผมออกมาสองเส้น
“คุณลุง ต้องมัดเป็นแกละสองข้างนะคะ!”
ซูอีเฉินพยักหน้ารับคำด้วยความมั่นใจ
แค่รัดผมสองข้างเองไม่ใช่หรือ จะไปยากเย็นอะไรกัน
ห้านาทีต่อมา…
กระดุมเสื้อเชิ้ตของซูอีเฉินถูกปลดออกหนึ่งเม็ด เสื้อสูทถูกถอดวางไว้ข้างตัว แม้แต่แขนเสื้อก็ยังต้องพับขึ้น ประธานใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลกำลังเหงื่อท่วมศีรษะ ขณะดิ้นรนต่อสู้กับเส้นผมของซู่เป่าสุดชีวิต!
“คุณลุงใหญ่ เรียบร้อยหรือยังคะ?” ซู่เป่าเริ่มเร่งรัด
“กำลัง… เตรียมตัวอยู่ครับ” ซูอีเฉินปาดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาบนหน้าผาก
“อื้อ! คุณลุงใหญ่มัดนานขนาดนี้ ต้องออกมาสวยมากแน่ ๆ เลย” ซู่เป่าให้กำลังใจคุณลุง
“…อืม” ซูอีเฉินขานรับในลำคอพลางถอนหายใจยาว
เขาทิ้งมือที่สั่นน้อย ๆ ลงข้างลำตัวอย่างยอมแพ้ต่อโชคชะตา สายตาที่เคยเฉียบคมยามมองกราฟหุ้น กลับสั่นไหวเล็กน้อย ขณะจดจ้องผลงานผมแกละสองข้าง…
จะว่าสมดุลก็ไม่ใช่ จะว่าราบเรียบก็ไม่เชิง มันดูประหลาดพิกลจนเขาเองยังไม่มั่นใจ
“……อืม ดูดีทีเดียวล่ะ”
“เสร็จแล้วเหรอคะ?” ซู่เป่าทำท่าเอื้อมมือไปสัมผัส
“เสร็จแล้วครับ แต่อย่าไปจับนะ เดี๋ยวผมมันจะยุ่ง” ซูอีเฉินรีบคว้ามือเธอไว้ทันควัน เขาหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนสำทับด้วยเสียงหนักแน่น “ดูดีมากจริง ๆ”
คนขับรถซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าได้แต่แอบชำเลืองมองผ่านกระจกหลัง พลางพยายามกลั้นขำสุดความสามารถ
ซูอีเฉินกระแอมแก้เก้อพลางหยิบเสื้อสูทมาสวมและติดกระดุมเชิ้ตให้เรียบร้อย “ไปกันเถอะ!”
ซู่เป่าผู้ว่านอนสอนง่ายพยักหน้าอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองถูกลุงแท้ ๆ หลอกเข้าให้แล้ว…
*
บริเวณนอกประตูรถ
ผู้คนต่างมองรถเมย์บัคสีดำที่จอดสนิ่งอยู่หน้าทางเข้าด้วยความฉงน
ฝ่ายผู้จัดงานจำรถของซูอีเฉินได้แม่นยำ แต่เหตุใดรถคันนี้ถึงจอดแช่อยู่นานถึงห้านาทีโดยไม่มีวี่แววว่าคนด้านในจะลงมา? บรรดานักข่าวต่างพากันชะเง้อคอมองด้วยความสงสัย
ในเมื่อซูอีเฉินไม่ลงจากรถ รถคันอื่นที่ตามมาจึงต้องจอดต่อแถวรอ และเป็นเรื่องบังเอิญที่รถคันถัดมาคือรถของครอบครัวหลาน
“ทำอย่างไรดี ดันมาเจอคุณซูเข้าพอดี…” แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยด้วยความกังวล
“ไม่ต้องกลัว เรามีบัตรเชิญอยู่ในมือ!” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ย ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว นี่คือโอกาสทองของตระกูลหลานที่จะได้ใกล้ชิดบุคคลสำคัญ…
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป
“ไปกันเถอะ ลงไปพบท่านประธานซูเสียหน่อย ขึ้นชื่อว่าคน ย่อมต้องชอบให้มีคนมาคอยประจบเอาอกเอาใจเป็นธรรมดา!”
เขาเชื่อมั่นว่าความพยายามประจบสอพลอของเขาต้องสัมฤทธิ์ผล!
ครอบครัวหลานจึงพากันลงจากรถเป็นกลุ่มแรก เสวี่ยเอ๋อร์สวมชุดกระโปรงเจ้าหญิงทรงหางปลาสีขาวยาวระพื้น เส้นผมถูกเกล้าไว้ งดงามราวนางฟ้าตัวน้อย
เมื่อเห็นเด็กหญิงท่าทางน่ารักลงจากรถ บรรดานักข่าวต่างพากันกดชัตเตอร์รัว ๆ แสงแฟลชดัง แชะ ๆ ไม่ขาดสาย
เสวี่ยเอ๋อร์ลอบยิ้มมุมปากพลางประสานมือน้อยไว้ที่หน้าท้องท่วงท่าสง่างาม ในใจรู้สึกพองโตด้วยความภาคภูมิใจ
ดูเหมือนชุดของเธอในวันนี้ จะสวยเด่นมากจริง ๆ! เธอจะต้องเป็นเด็กที่งดงามที่สุดในงานนี้แน่นอน!
ในขณะที่กำลังลำพองใจอยู่นั้น ประตูรถคันข้างหน้าก็เปิดออก…
ทันทีที่ซูอีเฉินก้าวลงจากรถ แสงแฟลชจากกล้องนับสิบตัวก็รัวกระหน่ำสาดส่องเข้าหาเขา พร้อมเสียงชัตเตอร์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
“สวัสดีค่ะคุณลุงซู!” เสวี่ยเอ๋อร์รีบส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ซูอีเฉินชะงักฝีเท้าเพียงชั่วครู่ เขาขมวดคิ้วมุ่นพลางปรายตามองเด็กสาวแวบหนึ่งโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนโน้มตัวลงยื่นมือเข้าไปในรถอย่างทะนุถนอม
ใบหน้าของเสวี่ยเอ๋อร์ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ในวัยที่ความภาคภูมิใจเริ่มผลิบาน การถูกเมินเฉยเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกอับอายจนทำตัวไม่ถูก
“ไม่เป็นไรจ้ะลูก คุณซูเขาอาจจะไม่ได้ยิน” คุณแม่ของเสวี่ยเอ๋อร์จึงรีบกระซิบปลอบเสียงเบา
ในเวลานี้กลับไม่มีใครสนใจครอบครัวหลานแม้แต่น้อย บรรดานักข่าวต่างพากันยกกล้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นท่าทางผิดปกติของซูอีเฉิน
ซูอีเฉินคือผู้นำสูงสุดของกลุ่มบริษัทซู มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งประเทศแผ่นดินใหญ่ แม้มีบุตรชายถึงสองคน แต่กลับไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าภรรยาของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
จนเกิดข่าวลือหนาหูว่าเด็กชายทั้งสองเกิดจากเด็กหลอดแก้ว โดยมีจุดประสงค์เพียงเพื่อให้เลือดมีความเข้ากันได้กับ ซูจิ่นอวี้ ลูกสาวแห่งตระกูลซูผู้ล่วงลับ…
ในวินาทีที่เห็นซูอีเฉินยื่นมือเข้าไปในรถราวกับกำลังรอรับใครบางคน ทุกคนต่างกลั้นใจรอด้วยความตื่นเต้น ด้วยคิดว่าจะได้ยลโฉม ‘คุณนายซู’ ผู้ลึกลับตามข่าวลือ
ภาพที่ปรากฏกลับเป็นร่างกลมป้อมในชุดกระโปรงตุ๊กตาสีชมพูที่กระโดดลงมาสู่อ้อมแขนของเขา!
ซูอีเฉินรับร่างน้อยไว้ได้มั่นคง เขาอุ้มเด็กหญิงด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างจัดเนคไทให้เข้าที่ พลางก้าวเดินมุ่งหน้าสู่สถานที่จัดงานอย่างสง่างาม
ฝูงชนถึงกับตกตะลึงจนลืมหายใจ…
ภาพของท่านประธานผู้เยือกเย็นกำลังอุ้มเด็กน้อยผมแกละที่ยุ่งเหยิงสองข้าง สวมชุดกระโปรงตุ๊กตาเรียบง่ายที่ดูเหมือนใส่เล่นอยู่บ้าน พร้อมสะพายกระเป๋าผ้าใบจิ๋ว…ช่างดูขัดกับบรรยากาศงานเลี้ยงอันหรูหราเหลือเกิน!
ทว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่า… เด็กคนนี้น่ารักเหลือเกิน!
ซีอีโอหน้าตายซึ่งถูกเล่ากันว่า ข่มขวัญผู้บริหารจนสติกระเจิงในการประชุม ตอนนี้กลับอุ้มก้อนแป้งนุ่มนิ่มด้วยแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู
“คุณหนูน้อย มองทางนี้หน่อยครับ!” นักข่าวพากันตะโกนเรียกพร้อมแพนกล้องตาม
ซู่เป่าหันไปหาทิศทางของเสียงก่อนชูสองนิ้ว ใส่กล้องด้วยความร่าเริง เธอยิ้มจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ ดวงตาโค้งมนเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ช่างดูอ่อนโยนและไร้เดียงสา จนหัวใจของเหล่านักข่าวแทบละลายลงตรงนั้น!
ซูอีเฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนหยุดฝีเท้าลง เขาอุ้มเจ้าตัวกลมมายืนนิ่งบนพรมแดงเพื่อให้ทุกคนได้เก็บภาพอย่างเต็มที่
ประธานซูไม่มีสิ่งใดต้องหลบซ่อน ในอดีตซูจิ่นอวี้ถูกซ่อนเร้นไว้ในเงามืดจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต ทำให้เธอไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความรุ่งโรจน์ของโลกภายนอก…
แต่ตอนนี้ ‘แก้วตาดวงใจ’ ของพวกเขา สมควรได้รับการยกย่องจากคนทั้งโลก
เธอคือเจ้าหญิงน้อยอันเป็นที่รักยิ่งของตระกูลซู!
ครอบครัวของเสวี่ยเอ๋อร์ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเริ่มมีสีหน้าอึดอัดใจ เสวี่ยเอ๋อร์ที่เคยร่าเริงกลับรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาทันที เมื่อเห็นซู่เป่ากลายเป็นจุดรวมสายตาแทนตนเอง
เมื่อกี้ทุกคนยังถ่ายรูปฉันอยู่เลย! แต่พอซู่เป่ามา กลับแย่งซีนของฉันไปหมด!
เสวี่ยเอ๋อร์จดจ้องไปยังผมฟูกระเซิงและชุดกระโปรงแสนธรรมดาของซู่เป่าด้วยความริษยาที่พลุ่งพล่านในอก ในสายตาเธอนั้น สิ่งที่ซู่เป่าสวมใส่ช่างดูไร้รสนิยมเทียบกับเธอไม่ได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ แต่เหตุใดทุกคนถึงได้รุมชื่นชมยัยเด็กนี่นัก? คงเป็นเพราะมีคุณลุงใหญ่คอยหนุนหลังอยู่ละสิ ถึงได้ดูพิเศษขึ้นมาได้น่ะ!
เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่น ก่อนแสร้งปั้นหน้าซื่อตาใส เดินเข้าไปใกล้พลางทำสีหน้าประหลาดใจเกินจริง เธอแสร้งยกมือน้อย ๆ ขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคักราวกับกำลังเย้าแหย่ “ตายจริง… น้องซู่เป่า ทำไมผมถึงได้ยุ่งเป็นรังนกขนาดนั้นล่ะจ๊ะ? มัดเองหรือเปล่าเนี่ย ดูตลกจังเลย ให้พี่สาวคนสวยช่วยมัดให้ใหม่ดีไหม!”
“พี่มัดผมเองได้คล่องแคล่วตั้งแต่อายุสามขวบแล้วนะ! เห็นทรงผมของพี่วันนี้ไหมล่ะ สวยมากใช่ไหม? นี่พี่ตั้งใจทำเองกับมือเลยนะเนี่ย!” เสวี่ยเอ๋อร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางลูบผมเกล้ามวยของตนเอง
สายตาของผู้คนรอบข้างเริ่มเบนมามองยังเธออีกครั้ง… ทรงผมเกล้ามวยประณีตเยี่ยงเจ้าหญิง ประดับด้วยกิ๊บผีเสื้อคริสตัลระยิบระยับ ต่อให้เป็นช่างผมมืออาชีพยังต้องใช้เวลา แล้วเด็กเพียงเท่านี้ ทำเองได้อย่างไร?
ชัดเจนว่าเธอกำลังพูดโกหกหน้าตายเพื่อข่มคนอื่น
เมื่อเห็นว่าตนเองกลับมาเป็นจุดสนใจ เด็กหญิงก็ลอบยิ้มด้วยความพอใจราวกับเป็นผู้ชนะทันที!