ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 55 ซู่เป่าทวงสัญญาขี้สิบชั่ง
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 55 ซู่เป่าทวงสัญญาขี้สิบชั่ง
บทที่ 55 ซู่เป่าทวงสัญญาขี้สิบชั่ง
เพียงชั่วครู่เดียว รอบกายของอาจารย์หยุนก็รุมล้อมไปด้วยผู้คนนับสิบ
โสุภาษิตว่าไว้ ยิ่งมีฐานะมั่งคั่งก็ยิ่งเชื่อถือในโชคชะตา ดังนั้นบรรดาเศรษฐีเหล่านี้ต่างพากันแสดงความเคารพนับถืออาจารย์หยุนออกนอกหน้า
พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์รีบเบียดตัวเข้าไปด้วยท่าทีกระตือรือร้น
“อาจารย์หยุน! สวัสดีครับ สวัสดีครับ! ผมนับถือในชื่อเสียงเรียงนามของท่านมานานแสนนานแล้วครับ!” เขาเร่งยื่นนามบัตรให้อาจารย์หยุน พลางส่งสายตาให้แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์รีบรินชาให้ท่านอาจารย์
เสวี่ยเอ๋อร์ช่างรู้ความรีบวิ่งนำไปก่อน เมื่อรินชาเสร็จก็ประคองถ้วยชาอย่างนอบน้อม ส่งให้อาจารย์หยุนพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส “อาจารย์คะ เชิญดื่มชาก่อนค่ะ”
“เมื่อวานตอนที่ฉันสนทนากับคุณหญิงเฒ่าซือ ท่านได้เล่าถึงคุณงามความดีของท่านอาจารย์ให้ฉันฟังด้วยนะคะ! ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน คุณชายน้อยตระกูลซือมีอาการโคม่า จนหมอที่โรงพยาบาลถอดใจ บอกให้ครอบครัวทำใจและพากลับบ้าน…” คุณแม่ของเสวี่ยเอ๋อร์สบโอกาสชิงจังหวะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจงใจให้คนรอบข้างได้ยิน “แต่ว่าท่านอาจารย์หยุนกลับเป็นผู้ยื้อชีวิต ดึงคุณชายน้อยกลับมาจากประตูนรกได้ราวกับปาฏิหาริย์!”
“วันนี้พวกเราก็มาที่นี่ในนามของตระกูลซือค่ะ คุณหญิงเฒ่ายังบอกอีกว่าท่านอาจารย์เป็นผู้สันโดษ ไม่ปรารถนาคำขอบคุณหรือสิ่งตอบแทนใด หากมีวาสนาได้พบกัน ก็ขอให้พวกเราช่วยกล่าวคำขอบคุณแทนท่านด้วย!”
“ไม่นึกเลยว่า… พวกเราจะมีบุญวาสนาได้พบท่านอาจารย์จริง ๆ !”
คำพูดของคุณแม่เสวี่ยเอ๋อร์ช่างชาญฉลาด หล่อนสอดแทรกประโยคเข้ากับคำสรรเสริญอาจารย์หยุนได้แนบเนียนไร้ที่ติ
สายตาของทุกคนมองมายังครอบครัวหลานเปลี่ยนไปในทันที!
มาในนามของตระกูลซืองั้นหรือ…
ผู้คนที่ยืนรายล้อมพลันเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้น และให้ความเคารพตระกูลหลานขึ้นมาทันตา พร้อมกับพากันเยินยออาจารย์หยุนตามน้ำไปด้วย
อาจารย์หยุนปลาบปลื้มใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่!
เขารู้สึกว่าแม่ของเสวี่ยเอ๋อร์ช่างเป็นงานและรู้ใจคนยิ่งนัก จึงปรายตามองเสวี่ยเอ๋อร์พลางพยักหน้าด้วยสีหน้าลึกลับยากหยั่งถึง
“เด็กคนนี้…มีบุญนัก”
“ขอความเมตตาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ ช่วยชี้แนะด้วยเถอะค่ะว่าหมายความว่าอย่างไร?” แม่ของเสวี่ยเอ๋อร์ถามด้วยความตื่นเต้นจนตัวสั่น
“เมื่อวานตอนช่วยยื้อชีวิตคุณชายน้อยสกุลซือ ข้าได้พิจารณาโหงวเฮ้ง และดวงชะตาแปดอักษรของเขาดูแล้ว พบว่ามีบุญวาสนามากล้น ชะตาเช่นนี้หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า แทบจะไม่มีคนที่สอง” อาจารย์หยุนลูบเคราเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน
“ใครจะคิด… วันนี้ข้ากลับได้พบคนที่สองเข้าเสียแล้ว!” เขาสะบัดชายแขนเสื้อเบา ๆ ชี้ปลายนิ้วไปทางเด็กสาวเบื้องหน้า
“ลูกสาวคนนี้ มีโหงวเฮ้งและโชคชะตาส่งเสริมกับคุณชายน้อยซืออย่างยิ่ง! นี่คือบุพเพสวรรค์ลิขิต เป็นคู่แท้ฟ้าประทานมา หากทั้งสองได้ครองคู่กัน ย่อมนำพาทั้งสองตระกูลให้เจริญรุ่งเรืองแน่ๆ ”
คุณนายหลานถึงกับตะลึง นี่หมายความว่าลูกสาวของหล่อนมีวาสนาได้เป็นสะใภ้ตระกูลซือ และมีอนาคตสูงส่งใช่ไหม?
พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ตื่นเต้นยินดีจนเนื้อเต้น หากได้เกี่ยวดองกับตระกูลซือจริง พวกเขายังจะต้องกังวลสิ่งใดอีกในชาตินี้!
“ขอบพระคุณอาจารย์ คำชี้แนะของอาจารย์หยุนทำให้พวกเราตื้นตันใจยิ่งนัก! หลังจากเสร็จสิ้นพิธีในวันนี้ ขอเชิญอาจารย์หยุนไปนั่งพักผ่อนบ้านของพวกเราสักครู่จะได้ไหมครับ?…” เขารีบละล่ำละลักเอ่ยทันที
อาจารย์หยุนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนร่ายบทต่อไป “หน้าผากของคุณกว้างและหนา ตำแหน่งระหว่างคิ้วตั้งตรงชัดเจน บ่งบอกว่าเป็นผู้มีโชคลาภและฐานะสูงส่ง ทว่าเสียดายคิ้วหนาทับดวงตา หลังจากประสบความสำเร็จในวัยกลางคนแล้ว มักเผชิญความยากลำบากขัดสนในทุกด้าน ยากจะก้าวหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะช่วงนี้ โชคลาภทางการเงินติดขัด ควรหมั่นทำบุญสุนทานให้มาก”
พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้ารัวราวกับไก่จิก
ยอดเยี่ยม! ราวกับตาเห็นรู้แจ้งทุกเรื่อง!
“สมแล้วที่เป็นท่าน!” พ่อของเสวี่ยเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความศรัทธา
เขาประโคมคำชมเชยเยินยออาจารย์หยุนไม่ขาดปาก จนร่างของนักพรตจอมปลอมแทบลอยสูงเทียมเมฆ
อาจารย์หยุนแสร้งทำทีเป็นสงบนิ่ง หลับตาลงครึ่งหนึ่ง วางท่าทางลึกลับยากจะคาดเดา…
ผู้คนโดยรอบเริ่มคล้อยตามไม่อาจปฏิเสธ หากคำพูดของแม่เสวี่ยเอ๋อร์ ยังไม่เพียงพอจะยืนยันความขลัง ตอนนี้คำรับรองจากปากท่านอาจารย์หยุนเองย่อมเป็นข้อพิสูจน์โดยชัดแจ้ง…
แน่นอนว่าต้องรีบสร้างสัมพันธ์กับท่านอาจารย์และตระกูลหลานไว้ก่อน!
ในพริบตาเดียว ทั้งครอบครัวของเสวี่ยเอ๋อร์และอาจารย์หยุนต่างก็ถูกยกย่องให้สูงส่งประหนึ่งเทพเซียนท่ามกลางฝูงชนต่างพากันห้อมล้อม!
*
ในตอนนั้นเอง พนักงานได้นำธูปเทียน กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมกับผ้าไหมสีแดงผืนใหญ่เข้ามาจัดเตรียมไว้
“ท่านอาจารย์หยุนคะ สิ่งเหล่านี้คืออะไรคะ?”เสวี่ยเอ๋อร์แสร้งทำไร้เดียงสา พลางเอ่ยถามเสียงหวาน
“นี่คือธูปเทียนและกระดาษสำหรับเซ่นไหว้” อาจารย์หยุนตอบเรียบ ๆ
“ว้าว ท่านอาจารย์เก่งจังเลย แล้วของพวกนี้ใช้ทำอะไรเหรอคะ?” เสวี่ยเอ๋อร์กะพริบตาปริบ ๆ
การสวมบทบาทเป็นเด็กช่างซักช่างถาม ย่อมเป็นวิธีง่ายสุดในการสร้างความสนิทสนม โดยปกติแล้วผู้ใหญ่มักไม่ค่อยแสดงท่าทีเย็นชากับเด็กนัก เสวี่ยเอ๋อร์จึงพยายามใช้ข้อได้เปรียบนี้เพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ชิดอาจารย์หยุน
“สิ่งเหล่านี้ใช้สำหรับประกอบพิธีเปิดตัว” อาจารย์หยุนชี้มือไปยังเวทีด้านนอก
ขณะเดียวกัน เขากลับสังเกตเห็นว่าลูกแก้วพิธีการที่เขาสั่งให้เลื่อนออกไปคืบกว่า กลับถูกย้ายมาวางไว้ตำแหน่งเดิมเสียแล้ว อาจารย์หยุนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจทันที
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไม่ใช่ว่าฉันสั่งให้เลื่อนลูกแก้วพิธีไปทางทิศตะวันออกหรอกหรือ!” ฉางเฟิงรีบแผดเสียงขึ้นมาทันควัน
“คือว่า…ทางผู้บริหารระดับสูงสั่งให้เลื่อนกลับมาครับ” พนักงานผู้รับผิดชอบสถานที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มแหย
“ฉันไม่สนว่าใครจะเป็นผู้บริหาร! ในเมื่อเชิญอาจารย์มาแล้ว ก็ควรเคารพการจัดวางฮวงจุ้ยของท่านสิ! ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทพวกคุณเองทั้งนั้น คนที่สั่งให้เลื่อนกลับมาน่ะ เขาเข้าใจเรื่องฮวงจุ้ยบ้างหรือเปล่า!” ฉางเฟิงเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด
สิ้นคำพูดของฉางเฟิง เสียงทุ้มต่ำอันเย็นเยียบของซูอีเฉินก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ฉันเป็นคนสั่งให้เลื่อนเอง มีปัญหาอะไรหรือ?”
เมื่อเห็นว่าเป็นซูอีเฉิน คำพูดที่เตรียมพ่นออกมาของฉางเฟิงก็หยุดกึกอยู่ในลำคอทันที!
ทางด้านซู่เป่ากำลังถูกอุ้มอยู่ เมื่อมองไปยังสภาพหลังเวทีเธอก็ถึงกับอึ้งจนตาค้าง
ในสายตาของเด็กน้อย เธอเห็นวิญญาณหญิงสาวหน้าซีดขาวกำลังกระโดดโลดเต้นไปมาอยู่เหนือศีรษะของอาจารย์หยุน และเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไม่หยุดหย่อน! ท่าทางลี้ลับนั้นดูละหม้ายคล้ายกับสุนัขที่กำลังหมุนตัวหาทางเพื่อขับถ่ายไม่มีผิด…
เมื่อนึกถึงภาพสุนัขขับถ่าย ซู่เป่าก็พลันนึกถึงคำสาบานของฉางเฟิงเมื่อวานนี้ขึ้นมาได้ เรื่องกินอุจจาระสิบชั่งนั่นไง!
“พี่ชายคะ เมื่อวานพี่บอกว่าจะยืนกลับหัวกินอุจจาระสิบชั่ง หลังจากกลับไปพี่ได้กินมันหรือยังคะ?” เธอจึงโพล่งถามออกไปทันทีด้วยความสงสัย
ฉางเฟิงซึ่งกำลังวางท่าถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนหน้าแดงก่ำ
“พี่ชายคะ ถ้ากินตอนยืนกลับหัวด้วยมือ มันจะไม่เลอะหน้าเหรอคะ? แล้วกลืนลงไปได้ยังไง? มันจะทำให้ท้องของพี่บวมขึ้นมาไหมคะ!” ซู่เป่ายังคงถามต่อด้วยแววตาซื่อตรง
ฉางเฟิงตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธปนอับอาย
“เมื่อวานซู่เป่าไปถามพี่เหอเวิ่นมา พี่เขาบอกว่าอุจจาระสิบชั่งน่ะมันมีปริมาณตั้งหนึ่งถังใหญ่เลยนะ!” ซู่เป่าพยายามนึกถึงตัวเลขที่คุณอาแปดเคยบอกไว้พลางยื่นมือน้อย ๆ ออกมาทำท่าประกอบ “ก็…ขนาดถังใบใหญ่ประมาณนี้เลยค่ะ!”
ถ้าพี่ชายคนนี้กินหมดถังจริง ๆ เขาก็เก่งกาจเกินไปแล้ว!
ซู่เป่าจ้องมองฉางเฟิงด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมระคนทึ่ง
“อะไรของเธอ… หา…!!” ฉางเฟิงถึงกับหน้าถอดสี
อาจารย์หยุนสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที เจ้าตัวน้อยนี่อีกแล้ว! ไม่ว่าจะไปที่ไหน ยัยเด็กคนนี้ก็มักโผล่ตามมาหลอกหลอนเหมือนผีไม่ยอมไปผุดไปเกิดอยู่เรื่อย!
“เด็กตัวแค่นี้กลับพูดจาหยาบคายไร้การศึกษา จะไปเป็นแบบอย่างให้ใครได้!” อาจารย์หยุนแสร้งทำสีหน้าเย็นชา
“ใช่ค่ะ มันคือถังใบใหญ่มาก ๆ เลย! ท่านอาจารย์หลอกลวง…คุณก็ร่วมวงกินกับเขาด้วยเหรอคะ?” ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงัก
อาจารย์หยุนถึงกับกะพริบตาถี่ ๆ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ลมหายใจที่เคยพยายามควบคุมให้สม่ำเสมอกลับสะดุดจนติดขัด มือที่พยายามลูบเคราอย่างสงบนิ่งกลับเผลอกระชากเส้นเคราจนหลุดติดมือมาหลายเส้นด้วยความลืมตัว
จี้ฉางซึ่งลอยอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาดังลั่น
ทำไมลูกศิษย์น้อยของเขาถึงได้แสบสันขนาดนี้? บางครั้งเขายังแอบสงสัยว่าเธอตั้งใจทำ หรือเป็นความไร้เดียงสาแต่ฆ่าคนตายทางอ้อมกันแน่
“ฮึ… นึกว่าเป็นใคร แท้จริงก็พวกปีศาจหน้าซื่อใจคดนี่เอง” จี้ฉางปรายตามองวิญญาณร้าย กำลังวิ่งพล่านอยู่บนหัวของอาจารย์หยุนกับเสวี่ยเอ๋อร์
“แต่ตอนนี้คนเยอะนัก ไม่สะดวกจะจัดการ ปล่อยยัยนั่นไปก่อนเถอะ เดี๋ยวตอนกลางคืนอาจารย์จะพาออกมาสะสางเอง” เขากระซิบบอกซู่เป่า
“ได้ค่ะ!” ซู่เป่าพยักหน้าตอบรับเบา ๆ
อาจารย์หยุนหน้าดำคร่ำเครียดราวกับตับหมูที่ถูกเคี่ยวจนไหม้ เด็กปากเสียคนนี้กล้าเรียกเขาว่าคนหลอกลวงต่อหน้าสาธารณชน!
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน! ข้าพิจารณาลักษณะของเจ้าดูแล้ว ที่แท้ก็เป็นแค่ ‘ดาวแห่งความโชคร้าย’ เกิดมาเพื่อบ่อนทำลายผู้อื่น!” เขาสะบัดพู่จามรีในมือพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นด้วยความโกรธ
คำพูดนี้ทำให้คนรอบข้างได้ยินถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
ข่าวลือเรื่องการกลับมาของคุณหนูเล็กตระกูลซูนั้นโด่งดังไปทั่วแวดวงสังคม ใครต่อใครต่างก็สืบข่าวกันมาบ้างไม่มากก็น้อย
เด็กคนนี้ แม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่สามขวบ พออายุได้ไม่เท่าไร แม่เลี้ยงก็แท้งลูก พ่อแท้ ๆ ก็ล้มละลายจนต้องเข้าคุก…
ครั้นพอกลับมาตระกูลซู ยังได้ยินมาว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้คุณลุงรองกับภรรยาต้องหย่าร้างกันอีก
แม้ความจริงเป็นเช่นไรยังไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่หากมองจากภาพรวมแล้ว ซู่เป่าช่างดูเป็นเด็กมีดวงทำร้ายพ่อ ทำร้ายแม่ และทำร้ายญาติมิตร ตามคำทำนายของอาจารย์หยุนจริง ๆ !