ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 80 เธอเป็นแค่คนป่าเถื่อน (TW : มีความรุนแรงทางเพศ)
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 80 เธอเป็นแค่คนป่าเถื่อน (TW : มีความรุนแรงทางเพศ)
บทที่ 80 เธอเป็นแค่คนป่าเถื่อน (TW : มีความรุนแรงทางเพศ)
ภายในห้องมีวิญญาณหญิงตนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ ผมของเธอมัดเป็นมวยทว่ามีปอยผมบางส่วนตกลงมาปรกใบหน้า ปิดบังดวงตาที่เหลือกค้างจนเห็นแต่ตาขาวไปครึ่งหนึ่ง บนศีรษะมีรูโหว่ขนาดใหญ่มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
แทบเท้าของเธอมีทารกผีสี่ห้าตนคลานยั้วเยี้ย โดยตนที่ตัวใหญ่สุดกำลังลากสายสะดือยาวเหยียดเชื่อมโยงระหว่างมันกับวิญญาณหญิงตนนั้นเอาไว้
เมื่อเห็นซู่เป่าจดจ้องมา วิญญาณหญิงก็ส่งเสียงครืดคราดออกมาจากลำคอ ก่อนแผดเสียงเรียกด้วยความแหบพร่า “ซู่เป่า…… ซู่เป่า……”
มือที่ทาด้วยยาทาเล็บสีแดงสดของเธอยกขึ้นในท่าบีบคอ ชี้ตรงมาทางเด็กน้อย พลางลอยละล่องเข้ามาหาช้า ๆ
ซู่เป่าใบหน้าซีดเผือด
ความจริงแล้วซู่เป่าไม่เคยกลัวผี แทบไม่มีวิญญาณตนไหนทำให้เธอหวาดหวั่นได้ ยกเว้นเพียงความทรงจำเลวร้ายที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของเธอเท่านั้น
ถูกต้องแล้ว… วิญญาณหญิงที่อยู่ตรงหน้านี้หาใช่ใครอื่น แต่คือมู่ชิ่นซินนั่นเอง!
มู่ชิ่นซินหัวเราะเสียงแหลมสูงน่าขนลุก ฟันของเธอส่งเสียงกระทบกันกึก ๆ “แกทำให้ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน! แกทำให้ฉันต้องทรมานขนาดนี้เชียวหรือ…”
ซู่เป่าเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรวบรวมสติได้อย่างรวดเร็ว
ไม่กลัว… เธอจะไม่หวาดกลัวอะไรทั้งนั้น!
ตอนนี้ไม่มีใครสามารถทำร้ายเธอได้อีกต่อไปแล้ว เธอมีอาจารย์เก่งกาจคอยชี้แนะ อาจารย์มอบกำไลข้อมือวิเศษ ทำให้เธอมีพลังมหาศาล เธอสามารถชกป้าอ้วนที่พองลมให้แบนราบได้ และยังสามารถงอลูกกรงเหล็กได้ด้วยมือเปล่า!
หนำซ้ำเธอยังมีคุณลุงทั้งแปดคน มีคุณตา คุณยาย มีพี่ชายพี่สาว…
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซู่เป่าก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลังมหาศาล เธอจ้องมองแม่เลี้ยงมู่ชิ่นซินพลางกำหมัดน้อย ๆ ของเธอแน่น…
ในใจมีเสียงหนึ่งกำลังกู่ร้องตะโกนว่า ซัดยัยคนใจร้ายนี่ให้กระเด็นไปเลย!
มู่ชิ่นซินเห็นซู่เป่ากำหมัดเข้าใจผิดว่าเด็กน้อยถูกข่มขวัญแล้ว จึงหัวเราะเย็นเยียบ
กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ?!
เหอะ! ต่อให้เธอจะตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังสามารถกดข่มซู่เป่าได้อยู่ดี ต่อให้ตอนนี้ซู่เป่าเป็นเจ้าหญิงสุดที่รักของตระกูลซูแล้วจะทำไม?!
เธอกระหายที่จะข่มขวัญซู่เป่าให้สิ้นท่า จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงโหยหวนว่า “ซู่เป่า… ฉันตายอย่างทรมานมาก… แกจงลงมาอยู่เป็นเพื่อนฉันเสียเถอะ…”
มู่ชิ่นซินเผยสภาพอันน่าสยดสยองก่อนตาย ความแค้นและความเกลียดชังพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
เจ้าตัวเปี๊ยกนี่ ชีวิตคงจะสุขสบายดีนักสินะ! ได้กลายเป็นไข่มุกล้ำค่าของตระกูลซู ใช้ชีวิตสูงส่งเหมือนเจ้าหญิงเชียวหรือ!
แล้วเธอล่ะ? เธอถูกหลินเฟิงเตะจนตาย ตายอย่างอัดอั้นและกะทันหันไร้เหตุผล!
เธอไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้เด็ดขาด ทั้งที่มีอนาคตสดใสรอลูกในท้องอยู่แท้ ๆ แต่กลับต้องมาตายไร้ค่าเช่นนี้ หลังจากกำจัดหลินเฟิงไปแล้ว
คนที่สองที่จะลากลงนรกไปด้วยก็คือซู่เป่านี่แหละ!
ในเมื่อเธอไม่มีความสุข ก็อย่าหวังว่าใครหน้าไหนจะมีความสุขได้!
มู่ชิ่นซินกรีดร้องลั่นพร้อมพุ่งเข้าใส่ซู่เป่าทันที!
อีกด้านหนึ่ง จี้ฉางเห็นซู่เป่ายืนนิ่งกำหมัดแน่นไม่ขยับเขยื้อน ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที เขายื่นมือวางบนบ่าของลูกศิษย์ตัวน้อย ค่อย ๆ ถ่ายทอดพลังของตนให้อย่างลับ ๆ พลางเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม “ไม่ต้องกลัวนะ”
น่าสงสารเด็กน้อยคนนี้จริง ๆ คงตกใจจนตัวแข็งทื่อไปแล้วสินะ?
จี้ฉางหรี่ตาลง เตรียมจะกระชากวิญญาณมู่ชิ่นซินมายัดใส่น้ำเต้าอาคมโดยตรง ทว่ากลับได้ยินเสียงเด็กน้อยร้อง “ฮ่า!” ออกมาคำหนึ่ง
ก่อนเห็นซู่เป่าคว้าจับมือที่ทาเล็บสีแดงของมู่ชิ่นซินไว้แน่น แล้วเหวี่ยงร่างของเธอจนกระเด็นออกไปกระแทกพื้นดังปึ้ง!
กลุ่มพลังงานด้านมืดม้วนตัววนเวียนคล้ายม่านควัน มู่ชิ่นซินถูกเหวี่ยงจนมึนงงสับสนไปหมด ทารกผีที่ถูกพรากออกจากอกแม่กะทันหัน
ซู่เป่ากลับไม่หยุดเพียงเท่านี้ เธอกลายเป็นฝ่ายบุกโจมตี เด็กน้อยก้าวไปข้างหน้า ก่อนคว้าข้อเท้าข้างหนึ่งของมู่ชิ่นซิน ลากออกมาจากกลุ่มไออาถรรพ์ที่กำลังฟุ้งกระจาย “จะตี! ตี ๆ ๆ ๆ!”
มู่ชิ่นซินในตอนนี้สภาพไม่ต่างจากกระสอบทราย ถูกซัดเหวี่ยงไปมาซ้ายขวา จนศีรษะแทบจะแตกกระจาย ลูกตาแทบจะถลนหลุดออกมานอกเบ้า
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เธอโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม
ทว่าซู่เป่ากลับไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เธอเพียงก้มหน้าก้มตาตั้งหน้าตั้งตาต่อยผีอย่างเดียว
มู่ชิ่นซินแทบจะกระอักเลือดวิญญาณออกมา เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
เธอเป็นถึงวิญญาณร้ายที่เอาชีวิตคนได้นะ! ทำไมซู่เป่าถึงไม่กลัวเธอ แถมยังลงไม้ลงมือกับเธอได้ขนาดนี้?
จี้ฉางกระตุกมุมปากพลางค่อย ๆ ตระหนักได้ว่าเขาคิดไปเองเสียแล้ว เจ้าตัวเล็กนี่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยสักนิด ออกจะกล้าหาญเกินตัวเสียด้วยซ้ำ!
การรุมกระหน่ำในครั้งนี้ บีบคั้นให้มู่ชิ่นซินต้องคายพลังอาถรรพ์ทั้งหมดออกมา ซึ่งถูกน้ำเต้าอาคมดูดกลืนหายไปจนสะอาดเกลี้ยง สภาพมู่ชิ่นซินตอนนี้ดูราวกับถุงผ้าเก่า ถูกควักเอาไส้ในออกจนว่างเปล่า เธอนอนแผ่อยู่บนพื้น เปลือกตากระตุกอย่างรุนแรง
“แก… แกต้องตาย…” คำพูดของเธอสั่นเครือ เห็นได้ชัดว่าแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงเหลือให้ขยับเขยื้อนแล้ว
ซู่เป่าเห็นดังนั้นจึงยอมปล่อยมือแล้วถอยหลังไปสองก้าว… จึงรีบคว้าตุ๊กตากระต่ายของตัวเองมากอดไว้แน่น!
โอ๊ย… ตกใจแทบตายเลยเนี่ย!
เหล่าทารกผีห้าตนส่งเสียงอ๋องแอ๋งฟังไม่ได้ความ พี่ใหญ่สุดในกลุ่มคลานลากคราบเลือดสีแดงฉานบนพื้นตรงไปหามู่ชิ่นซิน ก่อนขดตัวลงในอ้อมอกของเธอ ส่วนทารกผีตนอื่น ๆ ก็เกาะติดอยู่ตามเรียวขาเหมือนกับปลิง
มู่ชิ่นซินกลับสะบัดตบทารกผีในอ้อมอกออกไป พลางแผดเสียงตะโกนสุดกำลัง “อย่ามาแตะตัวฉัน!”
เจ้าทารกผีตัวน้อยถึงกับชะงักพลางทำหน้าเศร้าสร้อย…
ซู่เป่าจดจ้องภาพตรงหน้าพลางขบคิดอย่างหนัก แต่แล้วเธอก็เริ่มเข้าใจ…
ทารกผีตนใหญ่สุดนั้น ก็คือน้องชายของเธอที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลก เด็กน้อยต้องจบชีวิตลงตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพียงเพราะมู่ชิ่นซินยอมแกล้งตกบันไดจนแท้งเพื่อป้ายความผิดให้เธอ
ทว่า… อีกสี่ห้าตนนั่นมันเรื่องอะไรกัน?
“อาจารย์คะ ทำไมคุณป้าคนนี้ถึงมีน้องชายน้องสาวเยอะขนาดนี้ล่ะคะ ท้องของป้าเขาใหญ่พอจะเก็บเด็กไว้ได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ซู่เป่าถามด้วยความสงสัย
หากเป็นเช่นนั้นจริง… ท้องใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าเอาไว้ใส่แค่เด็กก็น่าเสียดายแย่
น่าจะเอาไว้ใส่น่องไก่ ขาหมู ไอศกรีม บาร์บีคิว แพนเค้กทอด หรือถังหูลู่…
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ซู่เป่าก็รีบส่ายหัวไปมาทันที
ไม่สิ ๆ เธอไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ! ถึงอย่างไรการมีเด็กอยู่ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่เธอหมายความว่า… หลังจากเอาเด็กออกไปแล้ว ที่เหลือยังสามารถเอาไว้เก็บอาหารเลิศรสได้ตั้งมากมาย…
น่าอิจฉาจังเลยค่ะ
“ไม่ใช่หรอก ในท้องของนางมีทารกเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือเหล่านั้นน่าจะเป็นดวงวิญญาณจากการแท้งลูกเมื่อนานมาแล้ว” จี้ฉางส่ายหัวพลางเอ่ย
ทารกเหล่านั้นต่างพกพาความหวังว่าจะได้เกิด กลับถูกกำจัดทิ้งไร้ซึ่งความปรานี ดวงวิญญาณไม่ยอมรับชะตากรรมจึงยังคงวนเวียนไม่ยอมไปไหน พวกเขามักไม่เร่ร่อนไปไกล แต่จะเกาะติดอยู่ตามร่างกาย หรือเรียวขาของผู้เป็นแม่ไปจนกว่านางจะสิ้นใจ หรือจนกว่าวิญญาณของพวกเขาสลายไปเอง
“มู่ชิ่นซิน ในเมื่อตายไปแล้ว เหตุใดจึงไม่ไปเกิดใหม่?” จี้ฉางหันไปถามวิญญาณหญิงด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
แถมยังกลายเป็นวิญญาณร้ายที่มีไอมรณาแก่กล้าเช่นนี้…
นี่มันต้องพกพาความแค้นมามากมายมหาศาลขนาดไหนกัน!
“ฉันไม่มีวันไปเกิดใหม่! ทำไมฉันต้องปล่อยให้หลินเฟิงกับซู่เป่าเสวยสุขด้วยล่ะ!” มู่ชิ่นซินแผดเสียงหัวเราะด้วยความเคียดแค้น
“ซู่เป่า… แกยังจำพ่อของแกได้ไหม? โอ๊ะ ไม่สิ… เขาไม่ใช่พ่อของแกหรอก” เธอยิ้มกว้างน่าสยดสยองพลางเอ่ยสั่นประสาท
“พ่อของแกกับแม่ของแกน่ะ ไม่เคยจดทะเบียนสมรสและไม่เคยจัดงานแต่งงานอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ มีเพียงแค่พิธีแต่งงานหลอก ๆ เท่านั้น… และในคืนเข้าหอกับเจ้าบ่าว ฉันต่างหาก เป็นคนเข้าไปสวมรอยแทนแม่ของแก! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
“ฉันเป็นผู้ชนะ ส่วนแม่แกมันผู้แพ้! ฉันเป็นคนโยนยัยซูจิ่นอวี้ไปให้พวกตาแก่ตัณหากลับตั้งเจ็ดแปดคน!”
“แต่น่าเสียดายที่แม่แกมันดวงแข็ง! ขนาดถูกพวกวิปริตพวกนั้นรุมทรามใส่ ยังไม่ตายคาตีนพวกมันอีก!”
“ฮ่า ๆ ๆ! ซู่เป่า… แกมันก็แค่ลูกนอกสมรส! เป็นลูกนอกคอก เกิดจากชายแก่ขี้เหร่คนไหนก็ไม่รู้!” มู่ชิ่นซินยิ่งคิดก็ยิ่งสะใจจนคุมอารมณ์ไม่อยู่!
ความไร้เดียงสาในวันวานทำให้เธอปักใจเชื่อว่าหลินเฟิงคือชายผู้เพียบพร้อมทั้งเงินทองและจิตใจ จึงงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมขึ้นมาใช้ จนในที่สุดสามารถฉุดซูจิ่นอวี้ลงจากหอคอยแล้วเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า เปลี่ยนฐานะจากเมียน้อยผู้ไร้ตัวตนสู่ตำแหน่งเมียหลวงจดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง
ทุกสิ่งที่ซูจิ่นอวี้ไม่มีวันได้ครอบครอง เธอชิงมันมาได้หมดสิ้น!
ทว่าใครจะไปคิด… ผู้ชายที่เธอทุ่มเทแย่งชิงมาแทบตาย สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น!
ซู่เป่ากระชับตุ๊กตากระต่ายในอ้อมกอดแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เด็กน้อยเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ทว่าข้อมูลสำคัญเหล่านั้นกลับสลักลึกลงไปในหัวใจของเธอ…
คุณพ่อของหนู… ไม่ใช่คุณพ่อคนเดิมงั้นเหรอคะ?
คุณพ่อของหนูเป็นชายแก่ขี้เหร่อย่างนั้นจริง ๆ เหรอ?
แถมยังมีตั้งเจ็ดแปดคนเลยเหรอคะ…?