ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 97 ขอให้เธอเปล่งประกายและกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า (TW : เกี่ยวกับเลือด)
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 97 ขอให้เธอเปล่งประกายและกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า (TW : เกี่ยวกับเลือด)
บทที่ 97 ขอให้เธอเปล่งประกายและกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้า (TW : เกี่ยวกับเลือด)
การปล่อยโฮอย่างบ้าคลั่งของผีขี้ขลาดเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
พลังอาฆาตในร่างพองตัวขึ้นเกือบสองเท่าในพริบตา เมื่อเขาจมดิ่งลงสู่ห้วงความเศร้าโศกของตนเองจนยากจะถอนตัว!
ไออาฆาตรุนแรงนั้นทะลวงมนตร์ลวงจิตที่จี้ฉางร่ายไว้จนพังทลาย ส่งผลให้ซินจื่อเหมิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ในห้อง…
เธอก็ต้องกรีดร้องสุดเสียง เมื่อเห็นเงาของเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนนอนคว่ำอยู่บนศีรษะของตนเองผ่านเงาสะท้อน!
ใบหน้าของเขากำลังอาเจียนเป็นเลือดไหลออกมาเป็นสาย ร้องไห้โหยหวนด้วยความเจ็บปวด จนมีเลือดไหลซึมออกจากดวงตาทั้งสองข้างแทนน้ำตา
“ช่วยด้วย!” ซินจื่อเหมิงร้องลั่นอย่างขวัญเสีย เธอเสียหลักล้มลงจากเก้าอี้ จนแก้วบนโต๊ะร่วงลงมาแตกกระจาย เศษแก้วบาดลึกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดนองทันที!
สถานการณ์พลันวิกฤตจนเกินควบคุม
เลือดสด ๆ ของซินจื่อเหมิงย้อมร่างวิญญาณของผีขี้ขลาดกลายเป็นสีแดงฉาน เขาทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะพลางเกาะร่างซินจื่อเหมิงไว้แน่น และเริ่มกัดกินศีรษะของเธออย่างบ้าคลั่ง
“แม่จ๋า! ช่วยด้วย!” ซินจื่อเหมิงตะเกียกตะกายพยายามดึงปีศาจร้ายออกจากหัว ทว่าไม่อาจสัมผัสวิญญาณได้ เธอทำได้เพียงจิกทึ้งผม และขูดใบหน้าตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ
จี้ฉางเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวาดมือร่ายเวทมนตร์ ก่อนคว้าตัวซู่เป่าโยนออกไป “ไปเลย! พิกาจู!”
“เอ๊ะ? เอ๊ะเดี๋ยวสิคะ!”
เดี๋ยวก่อน! เธอจะขึ้นไปข้างบนยังไง! แล้วเธอก็ไม่ใช่พิกาจูสักหน่อย ปล่อยไฟฟ้าไม่ได้ด้วย!
สมแล้วที่เป็นอาจารย์… ผู้ชายที่ไว้ใจไม่ได้ที่สุดในโลก!
ซู่เป่าพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ในสายตาของซูอีเฉิน เขาเห็นเพียงหลานสาวกระโดดตัวลอยขึ้นไปสูงถึงสามฟุต เพื่อพุ่งไปหาศีรษะของซินจื่อเหมิง
“แยกเขาออกจากซินจื่อเหมิงก่อน!” จี้ฉางคอยตะโกนแนะอยู่ข้าง ๆ
“แยก…แยกค่า!” ซู่เป่ารับคำ
เธอกอดแขนของผีขี้ขลาดไว้มั่น แล้วออกแรงดึงไปข้างหลังสุดชีวิต เหมือนกำลังพยายามถอนหัวผักกาดออกจากดิน
ป๊อก!
ซู่เป่ากระชากแรงเดียว จนแขนข้างหนึ่งของผีขี้ขลาดหลุดติดมือออกมา
ซินจื่อเหมิงที่เห็นเหตุการณ์ผ่านกระจกแทบสิ้นสติไปตรงนั้น
“คุณป้าไม่ต้องตกใจนะคะ!” ซู่เป่ารีบร้องปลอบ พูดจบเธอก็คว้าหมับเข้ากลุ่มผมของผีขี้ขลาดแล้วกระชากไปด้านหลังสุดแรง
คราวนี้หัวของผีขี้ขลาดหลุดกระเด็นออกมาตามมือเธอ ทว่าร่างที่เหลือยังคงเกาะติดซินจื่อเหมิงแน่นหนาเหมือนปลิง ซินจื่อเหมิงถึงกับกลอกตาและหมดสติลงไป
ซู่เป่าหน้าเสีย
เธอไม่ได้ตั้งใจนะ จริง ๆ นะ!
เด็กน้อยกัดฟันแน่น จู่ ๆ ก็นึกถึงวิชาควบคุมผีที่อาจารย์เคยสอน เธอรีบท่องคาถาอย่างรวดเร็วแล้วคว้าเข้ายังแผ่นหลังของผีขี้ขลาด คราวนี้เธอสามารถดึงมันออกจากตัวซินจื่อเหมิงได้สำเร็จ!
ดวงตาของจี้ฉางฉายแววชื่นชม เขาค่อย ๆ สลายคาถาสยบวิญญาณตรงปลายนิ้วกลับไป
ขณะนั้น ผีขี้ขลาดยังคงกรีดร้องราวกับเสียสติ ซู่เป่ากลับพยายามประกอบหัว และแขนกลับเข้าที่ให้เขาด้วยความทะนุถนอม “พี่ชายคะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะ หายใจลึก ๆ ค่ะ ใจเย็น ๆ!”
“เด็กดีนะ… อย่าร้องไห้เลย เดี๋ยวซู่เป่าจะให้กินลูกอมนะคะ!”
จี้ฉางมองซู่เป่าซึ่งกำลังปลอบผีเหมือนปลอบเด็กเล็ก ๆ มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
ผีจะหายใจลึก ๆ ได้ยังไง? แล้วผีจะกินลูกอมได้ยังไงเล่า!
เขากำลังยื่นมือเข้าไปจัดการเอง แต่ว่าผีขี้ขลาดกลับส่งเสียงออกมา มือน้อยของซู่เป่าตบเบา ๆ บนแผ่นหลังของเขา ราวกับมีพลังวิเศษ ทำให้วิญญาณเริ่มมีท่าทีสงบลง
ซู่เป่าควานหาในกระเป๋าเป้จนเจอลูกอมสองเม็ดซึ่งแอบซ่อนไว้ เธอแกะห่อส่งให้ผีขี้ขลาดเม็ดหนึ่ง และยัดเข้าปากตัวเองอีกเม็ดหนึ่ง
หนึ่งผีและหนึ่งเด็กน้อยตัวกลมนั่งเหยียดขาอยู่บนพื้นพลางเคี้ยวลูกอมกันเงียบ ๆ
“พี่ชาย เล่าต่อสิคะ แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?” ซู่เป่าถามเสียงใส
ผีขี้ขลาดตอบเสียงแผ่ว “ต่อมา… หลังจากผมตาย พ่อแม่ก็ย้ายออกไป คนทำร้ายลอยนวล เพราะไม่มีพยานหรือกล้องวงจรปิด พ่อแม่พยายามสู้คดีอยู่ครึ่งปีแต่สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป”
ทว่าเรื่องนี้กลับกลายเป็นคำเล่าลือไปทั่ว ห้องที่เขาตายกลายเป็นบ้านอาถรรพ์ มีหมอผีครึ่ง ๆ กลาง ๆ มาทำพิธีไล่ผีแต่ไม่สำเร็จ กลับทำให้เขาถูกกักขังอยู่ในห้องนั้น ไม่ว่าพยายามอย่างไรก็หนีออกไปไม่ได้
“ใช่แล้ว หนึ่งในเงื่อนไขการกำเนิดวิญญาณร้าย คือการถูกกักขังในสถานที่ตาย และต้องวนเวียนซ้ำรอยไม่จบสิ้น” จี้ฉางพยักหน้าพลางพึมพำ
พานเจิ้นอ่าวถูกขังอยู่ในความสิ้นหวังก่อนตาย วันแล้ววันเล่าเขามองผ่านช่องประตู เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันซ้ำไปซ้ำมา เขาพยายามร้องเรียกสุดแรง แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลืออันแผ่วเบา ความหวังจึงแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น จนกลายเป็นวิญญาณร้าย
ซู่เป่ามองผีขี้ขลาดด้วยความเวทนา รู้สึกว่าวิญญาณตนนี้ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
“พี่ชายคะ ถ้างั้นพี่เข้าไปในน้ำเต้าเองเถอะนะ หนูจะไม่จับพี่แล้วค่ะ” เสียงหวานใสของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น
จี้ฉางกำลังจะขัดขึ้นว่า แก่นแท้ของวิญญาณร้ายนั้นคือความชั่วร้าย ไม่ว่าตอนตายน่าสงสารเพียงใดก็ตาม
ทว่าเขากลับต้องนิ่งไปเมื่อเห็นผีขี้ขลาดพยักหน้าตอบรับง่าย ๆ “ได้ครับ”
“พี่ชายพานเจิ้นอ่าว! ฉันเรียกพี่คำหนึ่ง พี่กล้าขานรับไหมคะ?” น้องซู่ยกน้ำเต้าวิญญาณของเธอขึ้นอีกครั้งพลางร้องเรียกเสียงใส
พานเจิ้นอ่าวหลุดหัวเราะออกมาพลางพยักหน้าแรง ๆ “อืม!”
เขามองซู่เป่าด้วยสายตาซาบซึ้งใจ ทั้งตอนมีชีวิต และหลังความตาย นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมอบลูกอมให้เขา…
ร่างเงาสีดำค่อย ๆ ลอยละล่องเข้าไปในน้ำเต้าวิญญาณโดยดี
จี้ฉางนิ่งเงียบไปนาน หากพูดกันตามตรง พานเจิ้นอ่าวก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง เด็กเงียบขรึม และมีเนื้อแท้ใจดีมากคนหนึ่งเท่านั้น เขาถอนหายใจแผ่วเบาพร้อมกับจดบันทึกลงในสมุดเล่มเล็ก ก่อนปิดมันลง
ซู่เป่าเขย่าน้ำเต้าวิญญาณไปมาพลางเอ่ยน้ำด้วยเสียงดีใจ “อาจารย์คะ หนูรู้สึกว่าน้ำเต้าเริ่มหนักแล้ว มันใกล้เต็มหรือยังคะ?”
“ยังอีกไกลเลย!” มุมปากของจี้ฉางกระตุกวูบ
“หา? แล้วเมื่อไหร่จะเต็มล่ะคะเนี่ย” ใบหน้าเล็ก ๆ ของซู่เป่าเหี่ยวลงทันตา
จี้ฉางวาดมือในอากาศพลันปรากฏปากกาขึ้นด้ามหนึ่ง เขาวาดขีดสเกลสิบขีดลงบนน้ำเต้าวิญญาณ ขนาดเล็กเท่าเล็บมือ “เอาล่ะ ลองเขย่าดูใหม่ เห็นเส้นขีดนั่นไหม?”
ซู่เป่าเบิกตากว้างมองตาม
“ตอนนี้ถึงขีดหนึ่งแล้ว รอให้ครบสิบขีดเมื่อไหร่ น้ำเต้าวิญญาณก็เป็นอันเต็ม” จี้ฉางเอ่ยต่อ
ซู่เป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางคิดในใจว่า ดูเหมือนไม่ยากเท่าไหร่แฮะ!
ความวุ่นวายภายในห้องดึงดูดให้พนักงานบริการต้องเคาะประตูเข้ามา ซู่เป่ามองเศษแก้วที่แตกกระจายแล้วเริ่มรู้สึกประหม่า “คุณลุงใหญ่คะ…”
ซูอีเฉิน แม้มองไม่เห็นวิญญาณ แต่สิ่งที่เห็นซู่เป่าทำเมื่อครู่ก็สร้างความตกตะลึงให้เขาไม่น้อย เขากลับตั้งสติได้รวดเร็วพลางลูบหัวหลานสาว “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว” ทุกอย่างเขาย่อมจัดการได้!
พนักงานหลายคนก้าวเข้ามาในห้อง พลางมองความเละเทะและซินจื่อเหมิงซึ่งนอนหมดสติอยู่บนพื้นด้วยความตกใจ “คุณครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น…”
“เด็ก ๆ ชอบเล่นซน ฉันก็ตามใจแก มีปัญหาอะไรไหม?” ซูอีเฉินยังคงสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มะ…ไม่มีครับ แต่ว่าค่าเสียหาย…” พนักงานอึกอัก
“ฉันจะชดใช้ให้เป็นร้อยเท่า” ซูอีเฉินหยิบบัตรออกมาวาง
สำหรับเขาแล้ว แค่แก้วกาแฟไม่กี่ใบ เงินจำนวนนี้ย่อมเกินพอ
“ไม่มีปัญหาเลยครับ! แล้วผู้หญิงคนนี้…” พนักงานพยายามจะถามต่อ
“คุณว่างมากนักหรือไง?” ซูอีเฉินสวนกลับด้วยสายตาเย็นชาจนพนักงานอีกคนต้องรีบดึงเพื่อนให้ออกไปจากห้อง “ขอโทษด้วยครับ รบกวนเวลาแล้วครับ!”
ประตูปิดลง พลังของเงินสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จ ซู่เป่าพยักหน้าทึ่ง ๆ พลางชูนิ้วโป้งให้ “ขอบคุณค่ะคุณลุงใหญ่! คุณลุงใหญ่เก่งที่สุดเลย!”
พลังของเงินนี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ เธอต้องเรียนรู้เอาไว้บ้างแล้ว!
**
ซินจื่อเหมิงไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกลับมาถึงบ้านได้อย่างไร สมองของเธอยังคงมึนงงไปหมด ภาพเด็กน้อยซู่เป่าที่บอกว่าเธอมีผีขี้ขลาดชื่อพานเจิ้นอ่าวเกาะติดอยู่ยังคงติดตา แม้ผีตนนั้นถูกจับไปแล้วแต่เธอก็ยังสั่นไม่หาย
เธอรีบเปิดโทรศัพท์ค้นหาชื่อพานเจิ้นอ่าว จนพบข่าวเมื่อสิบปีก่อน… เด็กชายถูกกลั่นแกล้งรุนแรงระหว่างทางกลับบ้าน พ่อแม่มารู้ความจริงเอาในวันที่สายไปเสียแล้วว่าลูกชายต้องตายเพราะอาการบาดเจ็บภายในอย่างแสนสาหัส
ซินจื่อเหมิงสะท้านไปทั้งใจพลางกำหยกบนคอไว้แน่น
“ป้าซินคะ ซู่เป่าจับคุณผีไปแล้วนะ นี่ไง! ซู่เป่าใส่ ‘ความกล้าหาญ’ ลงในหยกให้ป้าด้วย ต่อไปป้าซินจะต้องเปล่งประกาย และมุ่งหน้าต่อไปได้โดยไม่กังวลแล้วนะคะ”
คำพูดของซู่เป่ายังคงกังวานอยู่ในหู และดูเหมือนจะไม่ใช่เพียงความคิดไปเอง เพราะเธอเริ่มรู้สึกถึงไออุ่นแผ่ออกมาจากหยกชิ้นนั้น…
ในจังหวะนั้นเองประตูบ้านก็ถูกเปิดออก สามีและแม่สามีกลับมา พร้อมกับป้ารองและหลานชายจอมซน เด็กคนนั้นวิ่งถลาไปเปิดตู้เย็นหาเครื่องดื่มโดยไม่ล้างมือ ทิ้งรอยมือดำสกปรกไว้ทั่ว แม่สามีเห็นซินจื่อเหมิงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นก็ทำหน้าบึ้งตึง พลางปิดประตูดังปัง
“เธอเป็นอะไรน่ะ? ดูบ้านอยู่ดี ๆ ก็หนีกลับมาเอง แล้วนี่มาทำหน้าบึ้งใส่แม่ฉันทำไม?” สามีของเธอยิ่งแสดงท่าทีไม่พอใจ เขาตำหนิอย่างแรงต่อหน้าญาติพี่น้อง โดยไม่สนเลยว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร….