ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด - บทที่ 98 ใช้เงินที่นฉันแล้วยังกล้ามาทำหน้าไม่พอใจ?
- Home
- ซู่เป่าสามขวบครึ่ง: หนูน้อยอาคมเต๋ากับยอดคุณลุงทั้งแปด
- บทที่ 98 ใช้เงินที่นฉันแล้วยังกล้ามาทำหน้าไม่พอใจ?
บทที่ 98 ใช้เงิโที่นฉันแล้วยังกล้ามาทำหน้าไม่พอใจ?
สีหน้าของสามีซินจื่อเหมิงดูแย่ถึงขีดสุด เขาคิดว่าการที่เธอแสดงอารมณ์ต่อหน้าญาติพี่น้องของเขานั้น เป็นการกระทำฉีกหน้า และไม่ให้เกียรติกันอย่างรุนแรง
ป้าสะใภ้รองยังคงสวมบทบาทนักเสี้ยม คอยเติมเชื้อไฟไม่หยุด “เธอนี่นะ… ทำไมแค่เสนอความคิดเห็นนิด ๆ หน่อย ๆ ถึงต้องโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้ด้วยล่ะ? ถ้าไม่อยากให้ช่วยแนะนำก็บอกกันดี ๆ สิ ฉันก็แค่หวังดีกับพวกเธอทั้งนั้นแหละ!”
“เธออย่าลืมนะ ว่าเมื่อก่อนเธอก็เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง ที่ช่วงนี้โชคดีหาเงินได้เยอะหน่อยก็เท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าปีหน้า อาจจะไส้แห้งหาเงินไม่ได้แล้วก็ได้ ที่ฉันบอกให้ซื้อบ้านราคาถูกลงน่ะ ก็เพื่อตัวเธอเองทั้งนั้น!”
สามีของซินจื่อเหมิงคว้ากุญแจรถ กระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือออกมาวางฟาดลงบนโต๊ะกลางอย่างไม่ใส่ใจ เขาถอดรองเท้าแล้วเตะส่งไปทางหนึ่ง แล้วเอนกายพิงโซฟาด้วยท่าทางราวกับเป็นเจ้าชีวิต
“คนเราต้องรู้จักประหยัด เธอดูแม่ฉันเป็นตัวอย่างสิ ท่านใช้ชีวิตประหยัดมาตลอด ไม่เคยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทุกวันนี้ถึงได้สุขภาพแข็งแรงดีแบบนี้ไง” เขาพ่นคำสั่งต่อ “ป้าสะใภ้พูดถูก อีกอย่าง วันนี้ค่าต้นฉบับเข้าแล้วใช่ไหม? อย่าลืมโอนเข้าบัตรของฉันล่ะ จะได้ไม่เอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนหมด”
“ใช่จ้ะ มีเหตุผลที่สุด วัน ๆ เอาแต่ซื้อของไร้สาระ เปลืองเงินเปล่า ๆ” ป้าสะใภ้รองรีบพยักหน้าเห็นพ้องราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง
แม่สามีของซินจื่อเหมิงเคยแอบเอาไปนินทาว่า ลูกสะใภ้คนนี้ซื้อมาส์กหน้าแผ่นละตั้งร้อยหยวน เธอไม่เข้าใจเลยว่าผู้หญิงเคยแต่งงานมีลูก แล้วจะยังบำรุงผิวพรรณไปทำไม ในเมื่อแก่ตัวลงก็เหี่ยวแห้งเหมือนกันหมด
ซินจื่อเหมิงนั่งนิ่งสงบอยู่บนโซฟาโดยไม่ปริปากโต้ตอบ ทว่ามือของเธอกำลังล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร
ใช่แล้ว… เงินทุกหยวนนั้น เธอตรากตรำหามาตลอดหลายปี ล้วนถูกโอนเข้าบัญชีสามีทั้งหมด ทุกสิ้นเดือนเขามักรู้ดีกว่าตัวเธอเสียอีกว่ามีเงินโอนเข้ามาเท่าไหร่ และจะรีบย้ายเงินเหล่านั้นออกไปจนเกลี้ยงบัญชี โดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่าไม่อยากให้เธอใช้เงินฟุ่มเฟือย
คนบ้านนี้ล้วนเป็นพวกคลั่งไคล้ตัวเลขในบัญชี หวงแหนเงินทองราวกับสมบัติล้ำค่า ไม่ยอมให้เธอใช้แม้แต่หยดเดียว แต่กลับใจกว้างหน้าใหญ่ซื้อของให้ตัวเองอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ก่อนหน้านี้เธอเลือกมองข้าม เพราะเห็นแก่คำว่าสามีภรรยา ทว่าตอนนี้…
ซู่เป่าพูดถูก! เงินฃเธอหามา เธอจะใช้ยังไงก็ได้ คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่ง!
ติ๊ง!
เสียงข้อความรหัสยืนยันดังขึ้นในโทรศัพท์ของสามี ซินจื่อเหมิงคว้ามันมาทันที เธอสแกนใบหน้า และกรอกรหัสผ่านอย่างคล่องแคล่ว ก่อนเดินเข้าห้องนอนไปหยิบตัวรหัส U-Key ซึ่งเธอเคยเป็นคนเก็บไว้ตั้งแต่แรก
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพียงครั้งเดียว
แล้วกดโอนเงินหลายร้อยล้านหยวนกลับเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอในทันที!
“ฉันคุยด้วยอยู่นะ เธอเอาโทรศัพท์ฉันไปทำอะไร?” สามีที่อยู่ข้างนอกเริ่มขมวดคิ้ว
ซินจื่อเหมิงหัวเราะหยันในลำคอ ก่อนขว้างโทรศัพท์ใส่หน้าเขาอย่างแรง “กินของฉัน ดื่มของฉัน ใช้เงินฉัน! แล้วยังมีหน้ามาสั่งให้ฉันโอนเงินลิขสิทธิ์ให้นายอีกเหรอ? ซื้อบ้านให้นายงั้นเหรอ?”
เธอชี้นิ้วไปยังประตูด้วยความเดือดดาล “อีกอย่าง การซื้อบ้านครั้งนี้มันคือบ้านของฉัน! พวกเธอเอาแต่พูดพล่ามกันทั้งวัน เคยถามความเห็นฉันบ้างไหม? ญาติของนายไม่ใช่ญาติฉัน มาเยี่ยมฉันก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้าจะมาพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระล่ะก็… ไสหัวไปให้พ้น!”
เจ้าเด็กชายตัวแสบนั่งอยู่บนโซฟากำลังปีนป่ายเล่น พร้อมกับถือขวดนมจนทำหกเลอะเทอะไปทั่วจนเกิดรอยด่างดำ ซินจื่อเหมิงเหลือบมองด้วยความรังเกียจ ก่อนออกแรงเตะโต๊ะกลางจนล้มตึงด้วยเท้าเดียว!
โต๊ะไม้ตัวนี้แม่สามีเป็นคนซื้อมา บอกว่าเป็นไม้แดงราคาถูก ๆ ที่เธออยากทิ้งมานานแล้ว พอเห็นมันล้มลงไปกองกับพื้นแบบนั้น ความรู้สึกสะใจก็พุ่งพล่านไปทั้งร่าง!
“ส่วนแก! ถ้าจะกินก็กินดี ๆ ไม่อย่างนั้นเชื่อไหมว่าฉันจะโยนแกออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!” เธอกดเสียงต่ำจ้องมองเด็กนั่นอย่างดุดัน เธอรู้ดีว่าไม่ได้คิดทำจริง แต่ต้องการข่มให้หยุด
เด็กชายตัวแสบตกใจจนตัวแข็งทื่อ ป้าสะใภ้รองและสามีถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน แม่สามีเพิ่งเดินออกมาเห็นโต๊ะตัวโปรดล้มระเนระนาดก็อ้าปากค้างจนพูดไม่ออก พวกเขาเพิ่งเคยเห็นซินจื่อเหมิงในมุมแข็งกร้าวขนาดนี้เป็นครั้งแรก
“ซินจื่อเหมิง! เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง?!” สามีคำรามด้วยความเดือดดาล “พูดกับป้าสะใภ้ดี ๆ หน่อย!”
ซินจื่อเหมิงก้าวประชิดตัวเขา ความอัดอั้นถูกสั่งสมมานานปี ถูกแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าสามีอย่างแรง
เพียะ!
“นายนั่นแหละ พูดกับฉันดี ๆ ก่อน!”
จังหวะนั้นเอง แสงสีแดงจาง ๆ จากหยกห้อยคอวูบผ่านไปครู่หนึ่ง ราวกับเป็นพลังคอยหนุนหลังให้เธอเชิดคางขึ้น ท่าทางของเธอดูหยิ่งผยอง และแข็งแกร่งจนยากจะต่อกร
“เธอ… เธอออกไปจากบ้านหลังนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!” สามีตัวสั่น โกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง
ซินจื่อเหมิงตบซ้ำเข้าที่เดิมอีกฉาด “อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้ก็ชื่อฉัน! ถ้ามีใครต้องไป คนคนนั้นต้องเป็นนาย!”
ป้าสะใภ้รองอ้าปากค้างจนเค้กชิ้นเล็กหล่นลงพื้น แม่สามีเองก็นิ่งค้างจนหาเสียงตัวเองไม่เจอ สามีของเธอดวงตาแดงก่ำด้วยความอาฆาต เขาเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะโต้กลับ
“เอาสิ! ตีเลย ตีตรงนี้แหละ!” ซินจื่อเหมิงยิ้มเยาะท้าทาย
หน้าอกของสามีกระเพื่อมไหวด้วยความอัดอั้น สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าตบลงไป เขาคว้ากุญแจรถแล้วกัดฟันพูดทิ้งท้าย “อย่ามาเสียใจภายหลังก็แล้วกัน!”
ซินจื่อเหมิงปรายตาเย็นชาไปทางป้าสะใภ้ และเด็กซน ป้าสะใภ้รีบอุ้มหลานชาย แล้ววิ่งตามออกไปแทบไม่ทัน ส่วนแม่สามี โกรธจนหน้าดำหน้าแดงเอ่ยเสียงสั่น “ซินจื่อเหมิง เธอเสียสติไปแล้วจริง ๆ…”
ซินจื่อเหมิงไม่ตอบ ทว่าเธอคว้าแจกัน ‘หยกขาว’ ที่ตั้งโชว์ไว้ แล้วขว้างลงแทบเท้าแม่สามีจนแตกกระจายเสียงดังสนั่น!
“บ้าเหรอ? เออสิ! ทุกครั้งที่ฉันเถียง ก็หาว่าฉันบ้า วันนี้ฉันจะทำให้ดูว่าคนบ้าจริง ๆ เขาทำกันยังไง!”
แจกันใบนั้นแตกละเอียด เผยให้เห็นเนื้อใน ทำจากดินเหนียวธรรมดา ๆ แม่สามีโกรธจนตัวสั่นเทา เธอสะบัดหน้า แล้วเดินกระแทกเท้าตามลูกชายออกไปพร้อมกับปิดประตูดังปัง!
ป้าสะใภ้รองที่เดินอยู่ข้างนอกยังไม่วายส่ายหน้า “ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนเป็นแบบนี้เลยจริง ๆ! ทุกคนหวังดีแท้ ๆ แต่กลับมาทำตัวร้ายกาจใส่ ช่างเป็นพวกคนไม่รู้จักคุณค่าของดีเอาเสียเลย…”
“ปล่อยให้ยัยนั่นอาละวาดไปเถอะ แล้วรอดูซิว่าสุดท้ายจะจบลงยังไง!” แม่สามีพ่นลมหายใจอย่างขุ่นเคือง
ในความคิดของเธอ อีกไม่นานสะใภ้คนนี้ก็ต้องเป็นฝ่ายซมซานมาขอร้องให้พวกเขากลับไป ถึงตอนนั้นใครกันแน่ จะดูไม่ดี?
ผู้ชายแสนดีอย่างลูกชายของเธอน่ะหาได้ยากยิ่งนัก! ทั้งเอาใจใส่ครอบครัว ไม่เที่ยวเตร่เฮฮา ไม่เล่นการพนัน วัน ๆ ก็แค่ไปนั่งตกปลาอย่างเรียบร้อยสมเป็นพ่อบ้าน
ผู้หญิงมีลูกติดอย่างเธอ จะไปหาสามีแสนดีขนาดนี้ ได้จากไหนอีก!
ทุกคนต่างพกความโกรธจัดขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดไปพร้อมกัน
ภายในห้องนั่งเล่นอันเงียบสงบ ซินจื่อเหมิงกำลังกดโทรศัพท์ออกไปหาใครบางคน
“ฮัลโหล คุณผู้จัดการชิวคะ บ้านที่คุณแนะนำให้ฉันเมื่อวานนี้ ฉันตัดสินใจเอาแล้วค่ะ!”
“ใช่ค่ะ วิลล่าสไตล์จีนร่วมสมัยหลังนั้นแหละ ช่วยจองไว้ให้ฉันหน่อย ฉันจะรีบไปเซ็นสัญญาเดี๋ยวนี้เลย… อ้อ อีกอย่าง ช่วยประกาศขายบ้านฉันตอนนี้ให้ด้วยนะคะ!”
เก่งมากนักใช่ไหม?
หลังจากนี้ เธอจะทำให้คนพวกนั้นไม่สามารถมาวางอำนาจต่อหน้าเธอได้อีกต่อไป
ในช่วงบ่ายวันเดียว ซินจื่อเหมิงจัดการซื้อวิลล่าหลังนั้นด้วยเงินสดรวมกว่าห้าล้านหยวน มันเป็นบ้านที่เธอถูกใจมาก แถมยังตกแต่งเรียบร้อยพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที เธอจัดการเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ด้วยความรวดเร็ว เนื่องจากลูกชาย และลูกสาวอยู่ในทะเบียนบ้านของเธออยู่แล้ว ขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง
ระหว่างรอเอกสาร เธอยังจ้างทีมแม่บ้านมาจัดการทำความสะอาด จากที่เคยต้องหลังขดหลังแข็งทำเอง ตอนนี้เธอไม่ต้องขยับนิ้วแม้แต่น้อย บ้านใหม่ก็สะอาดเอี่ยม และฆ่าเชื้อเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว
นอกจากนี้เธอยังเรียกทีมขนย้ายมาจัดการย้ายข้าวของของเธอ และลูก ๆ ไปยังบ้านใหม่ ส่วนของใช้ของสามีและแม่สามีนั้น…
ซินจื่อเหมิงไม่ได้ใจดำถึงขั้นโยนทิ้ง เธอสั่งให้คนช่วยแพ็กของทั้งหมด ส่งพัสดุกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา
เธอเปลี่ยนมาสวมชุดใหม่ แต่งหน้าอย่างประณีตงดงาม จนดูเหมือนเถ้าแก่ผู้ทรงอิทธิพล สวมกระโปรงรัดรูปอวดทรง รองเท้าส้นสูงคู่สวย และสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนม มือถือกระเป๋าชาแนล เพิ่งซื้อมาให้ตัวเองเพื่อเป็นของขวัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก่อนมุ่งหน้าไปรับลูกชายและลูกสาวในโรงเรียน!
เธอพาลูก ๆ ตรงไปยังบ้านใหม่โดยไม่แวะที่ไหน จากนั้นก็พากันออกไปทานอาหารมื้อใหญ่ฉลองกันอย่างมีความสุข
เด็กทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปกับลุคใหม่ของคนเป็นแม่…
“แม่คะ! แม่เท่มากเลยค่ะ!” ลูกสาวของซินจื่อเหมิงเอ่ยชมด้วยตาเป็นประกาย
“แม่ครับ แล้วคุณพ่อกับคุณย่าล่ะครับ?” ส่วนลูกชายเอียงคอถามอย่างสงสัย
“คุณพ่อกับคุณย่าของลูกนึกอยากกลับไปใช้ชีวิตสงบ ๆ ในชนบทจ้ะ พวกลูกอยากอยู่กับแม่ในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ หรืออยากกลับไปลำบากบ้านเกิดกับคุณพ่อล่ะจ๊ะ?” ซินจื่อเหมิงยกยิ้มมุมปาก
“พวกเราอยากอยู่บ้านหลังใหญ่กับแม่ครับ/ค่ะ!” เด็กทั้งสองรีบชูมือขึ้นทันที
ซินจื่อเหมิงยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก
ที่แท้มันก็ไม่ยากอย่างที่เธอคิดไว้เลย… แถมมันยังรู้สึกดีมากเสียด้วย!
ตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจของซินจื่อเหมิงรู้สึกเบาสบายเหลือเกิน เธอเพิ่งตระหนักได้ว่าการหาเงินได้มากไม่ได้หมายความว่าจะมีชีวิตดีเสมอไป แต่การที่ตัวเองมีความมั่นใจ เข้มแข็ง และกล้ายืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองต่างหาก…
ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นชีวิตดีอย่างแท้จริง