ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 169 แม้วิชาจะแข็งแกร่ง แต่การสะท้อนกลับก็ทำให้กระเด็นออกไปได้!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 169 แม้วิชาจะแข็งแกร่ง แต่การสะท้อนกลับก็ทำให้กระเด็นออกไปได้!
บทที่ 169 แม้วิชาจะแข็งแกร่ง แต่การสะท้อนกลับก็ทำให้กระเด็นออกไปได้!
เมื่อซือตู๋เทียนเอ่ยเช่นนั้น มันก็ทำให้เยว่เซียวพึงพอใจยิ่งนัก
ส่วนลู่เฉิน ขณะนี้เขาก็กำลังเปิดใช้ ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ และเฝ้าสังเกตทุกสิ่งรอบกายเยว่เซียว ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าอีกฝ่ายใช่คนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณผู้นั้นหรือไม่ หากแต่กลิ่นอายกลับไม่ใช่!
ต้องเข้าใจเสียหน่อยว่าแม้ร่างกายจะสามารถปลอมแปลงได้ แต่กลิ่นอายนั้นยากนักที่จะปรับเปลี่ยน
ดังนั้นหลังจากที่ลู่เฉินตรวจสอบกลิ่นอายของเยว่เซียวอย่างละเอียดแล้ว จึงแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ตามหา ส่วนผู้อาวุโสและศิษย์สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์คนอื่น ๆ ในที่นี้ เขาก็ได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วเช่นกัน ทว่าก็ยังคงไม่พบคนที่นำรากวิญญาณของเขาไป!!
นี่จึงทำให้ลู่เฉินครุ่นคิดว่า ‘หรือว่าจะเป็นเหล่าเฒ่าประหลาดของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์?’
ทว่าไม่มีใครสามารถให้คำอธิบายแก่ลู่เฉินได้ ทำให้ชายหนุ่มได้แต่คิดแผนการที่จะทำให้เขาสามารถสาวลึกลงไปอยู่ในหัว
แต่เมื่อลู่เฉินได้สติคืนกลับมา กู่ทงที่ยืนอยู่บนสนามประลองก็ได้ประกาศกร้าวขึ้น “ลำดับต่อไป จะเป็นงานประลองอย่างเป็นทางการรอบที่หนึ่ง!”
ทุกคนต่างเผยสีหน้ารอคอย
กู่ทงให้คนนำแผ่นไม้หนึ่งร้อยแผ่นออกมา ก่อนจะโยนขึ้นไปบนอากาศ และถูกสายลมที่มองไม่เห็นคว้าจับแผ่นไม้ให้ลอยเท้งเต้งอยู่ตรงนั้น
หลังจากนั้นกู่ทงจึงอธิบายต่อไปว่า “แผ่นไม้หนึ่งร้อยแผ่นนี้ จะถูกแบ่งออกเป็นฝั่งละห้าสิบ โดยแต่ละแผ่นจะมีหมายเลขกำกับไว้ หากจับได้เลขใด คนทั้งคู่จะต้องประลองกัน!”
จบประโยคดังกล่าว ทุกคนก็ต่างเฝ้ารอ และหวังว่าตนเองจะไม่ต้องเผชิญคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และมีบางคนที่คาดหวังว่าจะได้ต่อสู้กับลู่เฉิน
เพราะลู่เฉินเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน ทุกคนจึงคิดว่าเขา ‘อ่อนแอ’ ที่สุด
อย่างไรก็ตาม กู่ทงผู้นี้คล้ายกับวางแผนคิดฆ่าลู่เฉินให้ตาย เพราะเมื่อหมายเลขถูกแบ่งแล้ว ผลลัพธ์ของมันก็เป็นอันต้องทำให้ทุกคนตกใจขึ้นมา
หมายเลขที่หนึ่งร้อย… มีคู่ต่อสู้คือหมายเลขสอง นามว่าเกาจี้ ศิษย์ของวังเหมันต์สงัด!
ไม่เพียงเท่านั้น โจวอวี๋หมายเลขหนึ่งก็ยังเป็นคู่ประลองกับคนของพรรคเมฆาเพลิง นามว่าหลิวฮั่ว
ส่วนซือตู๋เทียนนั้นไม่ได้จับคู่กับลู่เฉิน อีกฝ่ายจึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถจัดการเขาด้วยตัวเองเสียแล้ว!”
“เพียงแค่ทำให้เขาตาย ไม่ว่าใครจะจัดการเขาก็คงเหมือนกัน” เยว่เซียวพูดอย่างพึงพอใจ
ลวี่ซางเพียวเห็นด้วย “ใช่ ขอเพียงแค่ตาย ข้าก็พอใจแล้ว”
ทว่าซือตู๋เทียนกลับขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกไม่เต็มใจนัก แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
เมื่อกู่ทงทำการแบ่งเรียบร้อยแล้วจึงหันมองไปยังทุกคน “เราจะเริ่มตามลำดับ หมายเลขหนึ่ง …เริ่มได้!”
ทุกคนมองไปยังโจวอวี๋ทันที
โจวอวี๋สูดหายใจเข้าและลุกขึ้นยืน เขาก้าวเดินอกไป แต่หนานเหยากลับเอ่ยถามขึ้นมาว่า “เจ้าจะพ่ายแพ้หรือไม่?”
“วางใจเถิด ข้าต้องชนะเป็นแน่!” โจวอวี๋ตอบด้วยความมั่นใจ แต่ปิงหลิวหลีกลับพูดอย่างกังวลใจว่า “ระวังตัว เคล็ดวิชาไฟเพลิงของพรรคเมฆาเพลิงนั้นไม่ง่ายเลย”
“ข้าก็ไม่ง่ายเช่นกัน” โจวอวี๋ภาคภูมิใจในตัวเองยิ่งนัก เขาก้าวออกไปยังสนามประลองทันที
หัวเหล่าซานจากพรรคเมฆาเพลิงซึ่งบาดเจ็บอยู่หันไปสั่งชายหนุ่มที่มีนามว่าหลิวฮั่ว “ฆ่ามัน!”
“วางใจเถอะ!” หลิวฮั่วพูดอย่างเหิมเกริม
จากนั้นหลิวฮั่วจึงก้าวออกไปด้านหน้า และวิ่งขึ้นไปบนสนามประลอง ก่อนจะแผ่ไอปราณให้ก่อตัวเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินคลุมทั่วร่างกาย!
ทุกคนต่างตกตะลึง “ดูนั่น เพลิงวิญญาณสีน้ำเงิน”
“ในที่สุดก็นำเพลิงวิญญาณสีน้ำเงินออกมา!” บางคนเบิกตากว้าง และบางคนก็เอ่ยออกมาด้วยความสับสน “เพลิงวิญญาณสีน้ำเงิน… เมื่อเทียบกับไฟเพลิงธรรมดาแล้ว นับว่าแข็งแกร่งกว่าหลายเท่านัก!”
“ใช่”
“ชายผู้นั้นของสำนักเก้าสุขสงบแย่แล้ว”
แม้แต่ปิงหลิวหลียังกังวลเล็กน้อย “เพลิงวิญญาณสีน้ำเงินจริง ๆ ด้วย”
ทางด้านหนานเหยา นางกะพริบตาปริบ ๆ อย่างกังวล ก่อนจะหันไปถามลู่เฉินด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าเขาจะชนะหรือไม่?”
“ได้ ชนะอย่างแน่นอน” ลู่เฉินรู้ว่าโจวอวี๋มีสมบัติวิญญาณสามชิ้น รวมถึงยังมีเคล็ดเคลื่อนวิญญาณที่สอนไปแล้ว เพียงเท่านี้ย่อมเพียงพอที่จะจัดการอีกฝ่าย!!
แต่คนจากสำนักอื่น ๆ ต่างคิดว่าโจวอวี๋ต้องตายแน่นอน
แม้แต่หลิวฮั่วที่ยืนอยู่บนสนามประลองยังมองโจวอวี๋อย่างดูถูก “วันนี้ของปีหน้าคือวันครบรอบวันตายของเจ้า!”
“ข้าว่าใครจะอยู่ใครจะตาย ยังคงพูดยาก!” โจวอวี๋แสยะยิ้ม สายตามองไปทางหลิวฮั่วที่เผยยิ้มเย็นชา
ในจังหวะนั้น กู่ทงพลันประกาศขึ้นมาว่า “กติกานั้นง่ายมาก เพียงแค่อีกฝ่ายตาย หรือว่ายอมแพ้ ก็ถือว่าจบการประลอง”
ครั้นพูดจบ บนสนามประลองก็มีเขตแดนโปร่งแสงปรากฏขึ้นมาหนึ่งชั้น เห็นได้ชัดว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ผลกระทบจากการต่อสู้เล็ดลอดมาสู่ด้านนอก
จากนั้นกู่ทงจึงประกาศเริ่มการประลอง
รอบ ๆ สนามประลองเกิดเสียงตะโกนโห่ร้องขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะคนของพรรคเมฆาเพลิง แต่ละคนต่างตะโกนขึ้นว่า “ฆ่าเขา!”
“เผาเขาให้ตาย!”
ทุกคนตะโกนร้องขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อหนานเหยาได้ยินเสียงเหล่านั้น นางก็เอ่ยออกมาด้วยความกังวล “คิดข่มเหงรังแกเพราะพวกเราคนน้อยกว่าหรือ? ถึงได้เอาเสียงตะโกนดังเข้าข่มเช่นนี้!”
ปิงหลิวหลีกังวลแทนโจวอวี๋
และขณะนั้นเอง มือทั้งสองของหลิวฮั่วก็เริ่มขยับ รอบข้างล้วนเป็นเพลิงวิญญาณสีน้ำเงิน และเพลิงวิญญาณเหล่านี้ได้กลายเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่พุ่งไปจับโจวอวี๋
ทุกคนพลันตกตะลึง “นี่มันฝ่ามือเมฆาเพลิง”
“นี่มันเคล็ดวิชาระดับห้าดาวเชียวนะ!”
“พลังนี้แข็งแกร่งกว่าเคล็ดวิชาทั่วไปมากนัก!”
เมื่อได้ยินว่าเป็นเคล็ดวิชาระดับห้าดาว ปิงหลิวหลีที่เห็นทุกอย่างบนสนามประลองพลันร้อนใจขึ้นมาทันที เพราะในขณะนี้ รอบกายโจวอวี๋มีเพียงแค่ชั้นไฟเพลิงเล็ก ๆ ปกป้องอยู่ ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่ม่านป้องกันพลังปราณธรรมดา ๆ เท่านั้น
นี่จึงทำให้ผู้คนต่างพากันหัวเราะ
“มีความสามารถเพียงเท่านี้เองหรือ?”
“ชายผู้นี้ อยากตายหรือไร?”
“รีบยอมแพ้เสียเถิด มิเช่นนั้นถ้ารอต่อไปจะตายเช่นไรก็ไม่รู้นะ!”
หลิวฮั่วกังวลว่าโจวอวี๋จะยอมแพ้ขึ้นมา ฝ่ามือเพลิงทั้งสองจึงเร่งทะยานตัดสุญญะ ก่อนที่จะปะทะเข้ากับม่านป้องกันของโจวอวี๋
แต่ใครจะคาดคิดว่าจะมีฉากที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงปรากฏขึ้น!
เมื่อฝ่ามือโจมตีไปยัง ‘ม่านป้องกัน’ มันกลับไม่พังทลาย ทว่าแสงสีน้ำเงินกลับสะท้อนสวนมา และโจมตีไปที่ร่างกายของหลิวฮั่วแทน!
พลังนี้แข็งแกร่งเพียงสามในสิบส่วนของฝ่ามือเพลิงที่เขาใช้ออก!
ดังนั้นจึงไม่สามารถทำให้หลิวฮั่วตายได้ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้หลิวฮั่วกระเด็นออกไป และกระแทกเข้ากับเขตแดนโปร่งแสง เปลี่ยนสีหน้ารวมถึงใบหูของเขาให้กลายเป็นสีแดงขึ้นมา
“นี่มัน…” ทั้งสนามพลันเงียบสงบ
สายตาของกู่ทงส่องประกายแปลกประหลาด ส่วนหัวเหล่าซานแห่งพรรคเมฆาเพลิงร้อนใจขึ้นมา “นี่มัน… เกิดอะไรขึ้น?”
คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เองก็แปลกใจเช่นกัน ส่วนคนจากสำนักอื่น ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกเขาต่างชะงักงันและแปลกใจเสียจนทำอันใดไม่ถูก
หนานเหยาที่เห็นภาพตรงหน้าพลันลุกขึ้นแล้วตะโกนออกมาทันที “ดี!”
ส่วนปิงหลิวหลี เจ้าสำนักสาวรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามประลองนี้น่าเหลือเชื่อเกินไป นางจึงพูดเสียงเบาราวกระซิบว่า “เมื่อครู่… แท้จริงแล้วเกิดอันใดขึ้น?”
ทางด้านผู้คลั่งไคล้เต๋า เขาจ้องมองไปยังโจวอวี๋พลางพึมพำออกมา “ม่านป้องกันนั่น ไม่ธรรมดาเลย”
เมื่อโจวอวี๋เห็นว่าเคล็ดเคลื่อนวิญญาณได้ผล เขาจึงเอ่ยเย้ยหยันหลิวฮั่วออกไปว่า “สบายดีหรือไม่?”
วาจานั้นทำให้หลิวฮั่วโมโหจนแทบทนไม่ไหว เขาคำรามลั่นทันที “เมื่อครู่เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น!”
“โอ้? ใช่หรือ? เช่นนั้นก็เข้ามาอีก!” โจวอวี๋ต้องการให้อีกฝ่ายลงมือหนักกว่านี้ และแน่นอนว่าเมื่อหลิวฮั่วถูกกระตุ้นเช่นนี้ เขาก็พลันโคจรพลังภายในอย่างรุนแรง ก่อนจะใช้ออกด้วยฝ่ามือเมฆาเพลิงออกไปอีกสามครั้งติดกัน!
ทุกคนที่เห็นต่างตกตะลึง บางคนถึงขนาดตะโกนขึ้นมาว่า “เคล็ดวิชาฝ่ามือเมฆาเพลิงสามชั้นหรือ?”
“เขาต้องตายแน่!”
แม้แต่หัวเหล่าซานยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ตายซะ!”
แต่โจวอวี๋ยังคงนิ่งสงบ
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเงาฝ่ามือทั้งสามนี้โจมตีกระทบกับ ‘ม่านป้องกัน’ ของโจวอวี๋ ฝ่ามือสีน้ำเงินสามชั้นก็พลันสะท้อนออกไป!