ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 199 ตำราพิษ เคล็ดพฤกษาแลแมลง
บทที่ 199 ตำราพิษ เคล็ดพฤกษาแลแมลง
“พืชพืษ? พวกนี้?” ลู่เฉินยิ้มอย่างไม่แยแส
“ใช่!” เยว่เซียวตอบกลับด้วยความมั่นใจ แต่ลู่เฉินคร้านจะนำคันธนูออกมา จึงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว
เยว่เซียวที่เห็นว่าลู่เฉินยังคงกล้าเข้ามาจึงตะโกนออกไปว่า “เพียงแค่เจ้าเดินเข้ามาอีกไม่กี่ก้าว รับรองว่าเจ้าต้องตายแน่!”
“โอ้? จริงหรือ?” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
เมื่อเยว่เซียวเห็นว่าลู่เฉินไม่หยุดอย่างที่คิดไว้ จึงเริ่มถกเถียงกับตู๋เหล่าลิ่วขึ้นมา “เหตุใดเขาจึงไม่เป็นอันใด?”
“อย่าร้อนใจไป อีกไม่นานก็จะเห็นผล” ตู๋เหล่าลิ่วพูดด้วยความมั่นใจ
จากนั้นพืชพิษรอบ ๆ ก็สูงขึ้นมาทันที มีเถาวัลย์พิษโผล่ขึ้นมาท่ามกลางพืชพืษเหล่านั้น พันรัดแขนและขาของลู่เฉินไว้ ก่อนจะแผ่สีดำออกมา พร้อมกับตรึงรัดลู่เฉินไว้แน่น ไม่ให้ลู่เฉินสามารถเดินต่อไปได้
เมื่อเยว่เซียวเห็นดังนั้น เจ้าตัวก็พลันหัวเราะออกมา “พ่อหนุ่ม ในที่สุดก็ถูกจับเสียแล้ว!”
ทว่าลู่เฉินกลับฉีกยิ้มและมองไปยังเยว่เซียว “เถาวัลย์พิษพวกนี้ คิดว่าจะหยุดข้าได้หรือ?”
“ไร้สาระ เถาวัลย์พิษพวกนี้ หากจะจัดการผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้หรือแม้แต่ขั้นก่อกำเนิดก็ไม่ใช่ปัญหา” เยว่เซียวพูดอย่างพึงพอใจ แต่ลู่เฉินกลับส่ายหัวอย่างอดไม่ได้
“เจ้าส่ายหัวทำไมกัน?” เมื่อเห็นลู่เฉินส่ายหัว เยว่เซียวจึงรู้สึกไม่สบายใจนัก
ลู่เฉินยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดข้าจึงไม่ใช้คันธนู?”
“เพราะเหตุใด?”
“เพราะพืชพวกนี้ แท้จริงแล้วไม่สามารถทำอะไรข้าได้ ดังนั้นข้าไม่จำเป็นต้องใช้ก็สามารถไปถึงตรงหน้าเจ้าได้แล้ว!” ทันใดนั้น ลู่เฉินก็แสดงเคล็ดวิชาเถาวัลย์ธรณีออกมา ปลดปล่อยเถาวัลย์สีดำเข้าไปพันรัดเยว่เซียวไว้ทันที
ทางฝั่งเยว่เซียวได้พยายามดิ้นรนต่อต้าน แต่เจ้าตัวกลับพบว่าไม่สามารถสลัดมันออกไปได้ จึงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป “พ่อหนุ่ม หากเจ้าไม่คลายมันออก อีกไม่นานเถาวัลย์พิษพวกนี้จะทำให้เจ้าต้องตายทั้งเป็น!”
“เถาวัลย์ขยะเช่นนี้ไม่มีผลอะไรกับข้าหรอก” ลู่เฉินยิ้มอย่างไม่แยแสใด ๆ จากนั้นจึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อดูดพลังปราณของเถาวัลย์พิษอย่างง่ายดาย ทำให้เพียงไม่นาน เถาวัลย์พิษพวกนี้ก็เหี่ยวเฉาลง ส่วนลู่เฉินก็เดินออกมาอย่างไร้ร่องรอยของอาการบาด
เยว่เซียวที่เห็นดังนั้นหวาดกลัวจนตะโกนออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ตู๋… ตู๋เหล่าลิ่ว… รีบ… รีบมาช่วยข้า!”
ลู่เฉินรู้อยู่แล้วว่าภายในร่างกายของเยว่เซียวนั้นมีจิตวิญญาณของผู้อื่นอยู่ เพียงแค่เขาไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร ทว่าตอนนี้เมื่อได้ยินชื่อคนผู้นั้นแล้ว ชายหนุ่มก็พลันเผยยิ้มออกมา “แท้จริงแล้ว ตัวตนที่อยู่ภายในร่างของเจ้าก็คือตู๋เหล่าลิ่ว!”
ขณะนั้นเอง ตู๋เหล่าลิ่วที่อยู่ภายในร่างของเยว่เซียวก็ได้กล่าวกับเจ้าของร่างว่า “ข้าจะยืมใช้ร่างของเจ้า!”
เพียงไม่นาน จู่ ๆ ดวงตาของเยว่เซียวก็พร่ามัวขึ้นมาทันที ราวกับว่าสติสัมปชัญญะทั้งหมดได้สูญหายไปอย่างไรอย่างนั้น แต่ไม่นานก็ได้สติกลับคืนมา เพียงแต่ร่างกายของเยว่เซียวในตอนนี้ถูกตู๋เหล่าลิ่วควบคุม!
เมื่อตู๋เหล่าลิ่ว ‘ครอบครอง’ ร่างกายนี้ไว้ เขาก็พลันเผยยิ้มชั่วร้ายออกมา “พ่อหนุ่ม เจ้าไม่เลวเลยนี่นา สามารถทำลายเถาวัลย์พิษพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย!”
ลู่เฉินไม่สนใจคำชื่นชมของอีกฝ่าย เขาย้อนถามเพื่อความแน่ใจว่า “พิษในร่างของท่านปู่ลู่ เจ้าคือผู้ลงมือใช่หรือไม่?!”
“ใช่ ข้าเอง” ตู๋เหล่าลิ่วตอบกลับโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ลู่เฉินที่ได้ยินจึงเผยรอยยิ้มเย็นชา “ผู้ใดที่คิดทำร้ายคนใกล้ชิดของข้า มันผู้นั้นมักจะอายุสั้น”
“หึ! น่าขันนัก!” ตู๋เหล่าลิ่วไม่สนใจคำเตือนใด ๆ ของลู่เฉินทั้งสิ้น ซึ่งชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวเสียงเหี้ยมออกมาว่า “ดูเหมือนว่าวันนี้ข้าจำเป็นจะต้องทำลายจิตวิญญาณนี้ของเจ้าเป็นการสั่งสอนเสียแล้ว!”
“ทำลายข้า? เจ้าเนี่ยนะ? ช่างตลกเสียจริง!” เมื่อตู๋เหล่าลิ่วพูดจบ รอบร่างก็ปรากฏแสงสว่างสีเขียวออกมา จากนั้นเหล่าดอกไม้พิษที่อยู่รอบด้าน จู่ ๆ ก็มีแมลงพิษบินออกมามากมายนับไม่ถ้วน และส่วนใหญ่แมลงพิษเหล่านั้นก็คือฝูงผึ้ง!
ภายใต้การควบคุมของตู๋เหล่าลิ่ว ฝูงผึ้งเหล่านี้พากันบินเข้าล้อมลู่เฉินไว้ในคราเดียว จากนั้นตู๋เหล่าลิ่วก็กล่าวอย่างพึงพอใจว่า “พ่อหนุ่ม เห็นหรือยัง? เคล็ดวิชาพิษของข้าไม่เพียงควบคุมพืชพิษได้เท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมแมลงพิษได้”
“ตำราพิษ เคล็ดพฤกษาแลแมลง!”
เมื่อลู่เฉินเอ่ยเช่นนั้น ตู๋เหล่าลิ่วจึงยิ้มประหลาด “เจ้าก็ดูรู้ไม่น้อยเลย!”
“ข้าไม่เพียงแค่รู้ แต่ข้ายังสามารถทำให้มันหวาดกลัวจนออกไปได้” ลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ แต่ตู๋เหล่าลิ่วกลับเอ่ยเยาะเย้ยกลับมา “พ่อหนุ่ม ตำราพิษของข้านับเป็นอันดับต้น ๆ ในแดนทักษิณา หากอีกฝ่ายขั้นพลังต่ำกว่าขั้นก่อกำเนิด ก็อย่าหวังเลยว่าจะรับมือข้าไหว!”
ลู่เฉินที่ได้ยินพลันเผยยิ้ม จากนั้นจึงแผ่กลิ่นอายราชันย์แมลงบรรพกาลออกมา
เมื่อกลิ่นอายนี้ถูกปลดปล่อย แมลงพิษเหล่านั้นต่างก็หวาดกลัวจนบินแตกตื่นออกไปในทันที
ตู๋เหล่าลิ่วประหลาดใจกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เขารีบเข้าควบคุมแมลงพิษเหล่านั้น หากแต่แมลงพวกนั้นกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย!!
เมื่อเป็นเช่นนั้น ลู่เฉินจึงหันไปยิ้มพลางเอ่ยถามตู๋เหล่าลิ่วว่า “ยังจะลงมือต่อไปหรือไม่?”
ตู๋เหล่าลิ่วที่ไม่เข้าใจจึงถามกลับไปว่า “อธิบายมา แท้จริงแล้วเกิดสิ่งใดขึ้น?”
“เจ้าน่ะหรือ? เจ้าไม่คู่ควรให้ข้าเสียเวลาอธิบายหรอก!” ลู่เฉินยิ้มเย็นชา ก่อนที่หนามแหลมคมจะปรากฏออกมาจากเถาวัลย์เหล่านั้น และทิ่มแทงเข้าไปภายในร่างของเยว่เซียว!
ทว่าจิตวิญญาณของตู๋เหล่าลิ่วที่อยู่ภายในนั้นกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาเอาแต่ตะโกนด้วยความโมโห “ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจ!”
เพียงไม่นาน แมลงพิษเหล่านี้ก็บินมาจากทั่วทิศทาง และพุ่งเข้าไปภายในร่างกายของเยว่เซียว
ผลก็คือ… เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น จากร่างที่เหี่ยวแห้งของเยว่เซียวนั้นก็ค่อย ๆ ขยายออก ขั้นพลังเพิ่มขึ้น อีกทั้งกายเนื้อยังดูเยาว์วัย ทว่าก็ได้มีไรขนสีดำยาวงอกออกมา ทำให้ดูแล้วแปลกประหลาดเล็กน้อย
“น่าสนใจ” ลู่เฉินยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่เกรงกลัวและยังกล้ายิ้มออกมา ตู๋เหล่าลิ่วจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำสียงเย็นชา “พ่อหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าสิ่งนี้เพียงแค่ดูดีหรอกนะ?”
“ดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่กลับน่าสนใจ”
“อีกไม่นาน เจ้าจะได้รู้สึกสนใจจริง ๆ แน่!” ตู๋เหล่าลิ่วระเบิดพลังภายในร่างกายออกมา และทำลายเถาวัลย์สีดำเหล่านั้นในคราเดียว!
แต่ผลลัพธ์นี้กลับทำให้ลู่เฉินเพียงยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า “ไม่เลวเลย สามารถระเบิดพลังขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมได้ในคราเดียว”
ตู๋เหล่าลิ่วตะโกนก้อง “แมลงพวกนั้นทำให้ข้ามีพลังมหาศาล!”
“จริงหรือ?” ลู่เฉินกล่าวถามพลางก้าวเข้าไปใกล้
ส่วนตู๋เหล่าลิ่ว เมื่อเขาเห็นว่าลู่เฉินยังคงกล้าที่จะก้าวเข้ามา จึงเตรียมที่จะใช้เคล็ดวิชาทันที แต่ใครจะคิดว่าแมลงพิษภายในร่างกายนั้น จู่ ๆ ก็ราวกับว่าสัมผัสได้ถึงสิ่งน่ากลัวบางอย่าง พวกมันจึงพากันบินออกมาจากร่างกายของเยว่เซียว!
ตู๋เหล่าลิ่วกังวลใจขึ้นมาทันที “เกิด… เกิดอันใดขึ้น?”
“พวกมันกลัวข้า” ลู่เฉินแสยะยิ้ม แต่ตู๋เหล่าลิ่วไม่เชื่อ เขายังคงใช้เคล็ดพฤกษาแลแมลงเพื่อควบคุมแมลงพิษเหล่านั้น แต่พวกแมลงกลับไม่สนใจ และเพียงไม่นานก็พากันบินหายไปจนหมดสิ้น
ลู่เฉินอยู่ห่างจากเป้าหมายเพียงห้าก้าวเท่านั้น ก่อนที่ในฉับพลันนั้นจะมีเถาวัลย์ดินผุดขึ้นมารัดพันร่างของเยว่เซียว ทำให้ตู๋เหล่าลิ่วเกิดโทสะจนตะโกนก้องออกมา “เจ้า!!”
“เมื่อไม่มีแมลงพิษ ข้าก็อยากรู้นักว่าเจ้าจะมีพลังมากเท่าใดกันเชียว?” ลู่เฉินยิ้มเจ้าเล่ห์
ตู๋เหล่าลิ่วที่ไม่อาจขยับกายได้จึงได้แต่ข่มขู่ “พ่อหนุ่ม หากเจ้าไม่อยากตายก็จงเก็บเถาวัลย์พวกนั้นกลับไปเสีย มิเช่นนั้น… ข้าจะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น!”
“ว่าอย่างไรนะ? ยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?”
“ไร้สาระ!” ตู๋เหล่าลิ่วตะโกนก้อง
ทว่าลู่เฉินกลับอยากรู้ขึ้นมาเสียแล้ว “มาเถิด ให้ข้าชื่นชมเสียหน่อยว่าเจ้ายังสามารถใช้ทักษะใดได้อีก!”
ตู๋เหล่าลิ่วคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะมีความกล้าถึงเพียงนี้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายร้องขอ เขาก็ยินดีจะประทานให้! “ดี ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะช่วยเจ้าเอง!”
เพียงไม่นาน บนร่างของเยว่เซียวก็ปรากฏแสงสว่างสีเขียวออกมา และแสงสว่างสีเขียวนี้ก็กลายเป็นรากต้นไม้สีเขียวที่แย่งกันชอนไชฝังลงสู่พื้นดิน
และเมื่อรากนั้นขยายใหญ่ขึ้น เถาวัลย์สีดำที่เข้ารัดพันร่างของเยว่เซียวไว้ก็ค่อย ๆ ขาดสะบั้นลงทีละเส้น
ไม่เพียงเท่านั้น รากพวกนั้นยังก่อตัวเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง!
เมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่ที่ก่อตัวขึ้น ลู่เฉินก็พลันเผยยิ้มออกมา “เคล็ดพฤกษาแลแมลงนี้ ช่างน่าสนใจเสียจริง!”
“เจ้ายังกล้ายิ้มอีกหรือ?” ตู๋เหล่าลิ่วเอ่ยถามด้วยความสงสัยผ่านร่างของเยว่เซียว แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะออกมา “คนกลายเป็นต้นไม้ คิดว่าไม่น่าตลกหรือ?”
“อีกไม่นานเจ้าจะหัวเราะไม่ออก!”
เมื่อตู๋เหล่าลิ่วเอ่ยจบ รากของต้นไม้ใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินก็งอกใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนพื้นดินรอบ ๆ เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นมา จากนั้นภาพน่ากลัวที่ทุกคนต่างคาดไม่ถึงก็พลันเกิดขึ้น!!!