ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 205 ของสิ่งนี้ อาจารย์เป็นผู้หลอมกลั่นจริงหรือ?
บทที่ 205 ของสิ่งนี้ อาจารย์เป็นผู้หลอมกลั่นจริงหรือ?
ผู้อาวุโสสวีมองสีหน้าลู่เฉินแล้วหัวเราะขึ้นมา “อย่าได้คิดแบบนั้น”
“พูดเรื่องไร้สาระให้น้อยลงเถิด!” ลู่เฉินคร้านจะฟังคำไร้สาระอีก ซึ่งผู้อาวุโสสวีก็พลันสูดหายใจเข้าพลางเอ่ยออกมาว่า “คือเช่นนี้นะ เจ้าสำนักของพวกเราต้องการเชิญเจ้าในฐานะแขก”
“ในฐานะแขก หรือเพียงแค่ต้องการจัดการข้า?” ลู่เฉินมองผู้อาวุโสสวีด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสสวีส่ายศีรษะปฏิเสธทันที “ไม่ ไม่ใช่เช่นนั้น!”
“ข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร?” ลู่เฉินไม่ใช่เด็กสามขวบที่เมื่ออีกฝ่ายเชิญตนแล้วจะหลงเชื่อง่าย ๆ
ผู้อาวุโสสวีจึงเอ่ยอย่างถ่อมตน “พวกเราเดินไปพูดไปเถิด!”
“พูดที่นี่เถิด ข้ามีเวลาไม่มากนัก” ลู่เฉินเอ่ยเพียงสั้น ๆ ทำให้ผู้อาวุโสต้องยอมอย่างเสียมิได้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะมองไปยังชายร่างใหญ่แล้วสั่งว่า “เกามู่ เจ้าจงนำคนอื่น ๆ ไปลาดตระเวนรอบ ๆ นี้ที”
“ขอรับ” ชายร่างใหญ่ขานรับ จากนั้นจึงพาทุกคนออกไป
ผู้อาวุโสสวีเผยท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขากล่าวว่า “ครั้งที่แล้ว อย่างที่ข้าเคยพูดกับเจ้าว่าที่นี่มีมาร!”
“พูดให้ชัดเจนเสียหน่อย!”
“ที่นี่มีชายผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางค่ายกล บางครั้งก็ออกมาจับผู้คน และศิษย์สำนักกู่หวงจำนวนไม่น้อยก็ถูกเขาจับตัวไปและไม่ออกมาอีกเลย เช่นเดียวกับคนนอกที่เข้าไปภายในค่ายกลนี้และไม่ออกมาอีก”
เมื่อลู่เฉินได้ยินดังนั้น เขาก็พลันเผยยิ้ม “ดังนั้นเมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าจึงคิดหลอกล่อให้พวกเราเข้าไป หวังให้พวกเราเจอกับมารร้ายนั่น”
“เรื่องนั้น เจ้า… เจ้าเข้าใจผิดแล้ว”
“คิดว่าข้าโง่หรือ?” เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็คร้านจะสนใจอีกฝ่าย จึงเตรียมตัวเพื่อที่จะออกไป แต่ผู้อาวุโสสวีกลับกล่าวขึ้นมาด้วยความร้อนใจว่า “ข้าขอร้องเจ้า!”
ทว่าลู่เฉินยังคงไม่สนใจ
ขณะนั้นเอง พลันเกิดเสียงดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า
“เจ้าหนุ่ม เราสามารถคุยกันได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ผู้อาวุโสสวีก็กล่าวด้วยความเคารพออกมาทันทีว่า “เจ้าสำนัก!”
ลู่เฉินมองไปยังท้องฟ้ารอบ ๆ พลางยิ้มออกมา “คุยเรื่องใดกับเจ้า?”
“พูดถึงสำนักกู่หวง มารร้ายนั่น และเรื่องของเจ้า”
หากพูดเรื่องสองสิ่งแรกนั้น ลู่เฉินพอจะเข้าใจ แต่เรื่องที่พูดเกี่ยวกับตนนั้น ทำให้ลู่เฉินแสยะยิ้มออกมา “เหตุใดจึงพูดคุยเรื่องข้า?”
“เพียงแค่เจ้าช่วยข้าเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเคล็ดวิชา สมบัติวิญญาณของสำนักกู่หวง เจ้าสามารถเลือกได้ทั้งหมด!” น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความร้อนใจ
ลู่เฉินกลับยิ้มออกมา “พวกเจ้ามีของดีอะไรงั้นหรือ?”
“สำนักกู่หวงของเรามาที่นี่เมื่อห้าพันปีก่อน และนั่นเป็นเพราะค้นพบสถานที่แห่งหนึ่ง และที่แห่งนั้น พวกเราค้นพบของล้ำค่ามากมาย หากเจ้ายินดี เจ้าสามารถเลือกสิ่งที่เจ้าต้องการได้”
“อาศัยแค่คำพูดของเจ้า?” ลู่เฉินมองผู้อาวุโสสวีและคนอื่น ๆ ที่มีสีหน้าไร้ยางอาย เพราะใครจะรู้ว่าเมื่อทำงานให้แล้ว อีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจหรือไม่?
และในขณะนั้นเอง เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “เช่นนั้นเจ้าดูสิ่งนี้เสียก่อน บางที… เจ้าอาจจะสนใจขึ้นมาก็ได้!”
หนังสัตว์ชิ้นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า จากนั้นจึงตกลงมาเบื้องหน้าลู่เฉิน
“ภายในนี้คือของสิ่งหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ และเมื่อเจ้าเข้าใจเรื่องค่ายกลเป็นอย่างดี ดังนั้นย่อมน่าจะรู้ว่าสิ่งนี้คืออันใด” เสียงนั้นกล่าวอธิบาย
ลู่เฉินจึงนำออกมาดู เขาพบว่าภายในนี้บันทึกเรื่องค่ายกลไว้จริง ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ค่ายกลนี้ก็มีความมหัศจรรย์ยิ่งนัก ทว่าเพียงแค่ยังขาดบางสิ่ง…
เมื่อเป็นเช่นนั้น ลู่เฉินจึงเผยยิ้มออกมา “เจ้ามอบสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ให้ข้า?”
“ส่วนที่ขาดไปอยู่ภายในสุสานโบราณ ถ้าหากเจ้าสนใจก็เข้าไปได้ เจ้าสามารถเลือกดูได้ตามใจ แม้กระทั่งสิ่งล้ำค่าที่อยู่ด้านใน เจ้าก็เลือกไปได้เลย” น้ำเสียงนั้นดูเร่งรัดชอบกล
เมื่อลู่เฉินได้ฟังจึงเผยยิ้มออกมา “เช่นนั้นว่ามาเถิด มันอยู่ที่ใด?”
น้ำเสียงนั้นดูมีความตื่นเต้นขึ้นมาทันที “เจ้าตกลงแล้วหรือ?”
“ไม่ ข้าเพียงแค่ต้องการไปดูเสียก่อน จึงค่อยตัดสินใจ” ลู่เฉินไม่ยอมทำอะไรที่ตนไม่ได้กำไร โดยเฉพาะเมื่อพบว่าค่ายกลนี้ไม่ง่ายเลย ดังนั้นชายหนุ่มจึงต้องการไปดูเสียก่อนจึงค่อยตัดสินใจ ส่วนเรื่องช่วยหรือไม่ช่วยนั้น ขึ้นอยู่กับความรู้สึกเท่านั้น
น้ำเสียงนั้นดูจะไม่สนใจว่าลู่เฉินมีจุดประสงค์ใด รีบหันไปพูดกับผู้อาวุโสสวีทันที “นำทางเขาไป”
“ขอรับ เจ้าสำนัก”
ผู้อาวุโสสวีนำทางลู่เฉินออกไปทันที และระหว่างทางก็ได้แต่กล่าวอย่างชมเชย “ศิษย์น้อง เจ้านับเป็นคนแรก”
“คนแรก?”
“ห้าพันปีมานี้ นอกจากเจ้าสำนัก ไม่มีผู้ใดมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าไปยังสุสานโบราณได้” ผู้อาวุโสกล่าวยกยอ
“ไม่เคยเข้าไป?”
“ใช่!”
“ภายในนั้นมีสิ่งใด เจ้าก็ไม่รู้เช่นกัน?” ลู่เฉินย้อนถาม ผู้อาวุโสสวีจึงส่ายศีรษะปฏิเสธ “ข้าเพียงแค่ไม่รู้ว่าภายในนั้นมีสถานการณ์เช่นไร แต่เจ้าสำนักนำสิ่งล้ำค่าออกมาจากภายในนั้นไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเจ้าเข้าไปแล้ว จะต้องได้รับบางสิ่งไม่น้อยแน่”
ลู่เฉินเชื่อแต่ก็ยังคงสงสัยอยู่ “ถ้าไม่มีอะไรดี ๆ ข้าไม่ช่วยพวกเจ้าแน่!”
ผู้อาวุโสสวีคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะล่อลวงได้ยากเช่นนี้ แต่เขายังคิดอยากให้ลู่เฉินช่วย “เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าหากเจออะไรดี ๆ เจ้าก็นำไปเถอะ จากนั้นค่อยช่วยพวกเราก็ได้”
“คิดว่าข้าจะรับอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินถามรอยยิ้ม
“เมื่อเจ้านำไปแล้วก็จะช่วยพวกข้ามิใช่หรือ?”
“เช่นนั้น หากข้านำมาแล้วไม่ช่วยพวกเจ้า?”
ผู้อาวุโสสวีจึงตอบด้วยความลำบากใจ “ข้าคิดว่าเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้น”
“เจ้าไร้ยางอายเช่นนั้น ข้าอาจจะเป็นเช่นเจ้าก็เป็นได้” ลู่เฉินแสยะยิ้ม ผู้อาวุโสสวีจึงตอบกลับอย่างลำบากใจ “เรื่องนี้…”
ลู่เฉินเพียงยิ้มแต่ไม่พูดอันใดอีก
…
เพียงไม่นาน พวกเขาก็มาถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง และด้านนอกนี้ก็มีค่ายกลอยู่เช่นกัน
“ภายในถ้ำนี้ก็คือทางเข้าไปยังสุสาน แต่รอบ ๆ มีค่ายกลอยู่ มีเพียงเจ้าสำนักที่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าไปได้ ดังนั้นถ้าหากเจ้าต้องการเข้าไป ก็จำเป็นต้องให้เจ้าสำนักเข้ามารับเจ้า” ผู้อาวุโสสวีอธิบาย
“ไม่ต้องให้เขานำทาง ข้าก็สามารถเข้าไปได้เอง”
“ค่ายกลนี้นับว่าไม่ง่ายนัก” ผู้อาวุโสสวีพูดต่อ ลู่เฉินจึงย้อนถาม “ถ้าหากแม้แต่ค่ายกลนี้ข้าก็ไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ เช่นนั้นพวกเจ้าจะคิดยืมมือข้าทำไมกัน?”
คำพูดดังกล่าวทำให้ผู้อาวุโสสวีถึงกับพูดไม่ออก
ส่วนลู่เฉิน เขาเพียงหมุนตัวและเดินเข้าไปภายในค่ายกล เขาเดินลึกเข้าไปภายในถ้ำได้อย่างง่ายดายจนลับตาไปในที่สุด
ผู้อาวุโสสวีเบิกตากว้าง “เข้าไปได้เพียงนั้นเชียวหรือ?”
…
หลังจากลู่เฉินเข้าไปภายในถ้ำและเดินไปได้ระยะทางหนึ่ง เขาก็มาถึงประตูหินบานหนึ่ง
เมื่อเห็นประตูหินบานนั้นเปิดออกเองอย่างช้า ๆ ตรงหน้าลู่เฉิน มันก็เผยให้เห็นกองหนังสืออยู่กองหนึ่ง รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่บนกำแพง
“สุสานของผู้ใดกัน เหตุใดจึงทำได้เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้?” ลู่เฉินแปลกใจ
ขณะนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมหนึ่ง “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่เจ้ายอมลงมือช่วย สิ่งของภายในนี้ เจ้าสามารถเลือกได้อย่างสบายใจ!”
ลู่เฉินที่ได้ฟังจึงยิ้มออกมา “อย่ารีบร้อนไป”
พูดจบ ลู่เฉินจึงเริ่มดูหนังสือบนชั้นวางเหล่านี้ และยังมีบางส่วนที่อยู่ในตู้ และในตู้นั้นก็มีเม็ดยาจำนวนไม่น้อย
เดิมทีลู่เฉินก็รู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับสุสานนี้อยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นขวดยาขวดหนึ่ง เขาจึงยิ่งขมวดคิ้วมุ่นเข้าไปใหญ่
เพราะบนขวดใบนี้มีตัวอักษรตัวใหญ่สลักอยู่ว่า ‘เม็ดยาห้วงนิทรา’
เม็ดยาห้วงนิทรา สามารถทำให้เข้าสู่ห้วงนิทราได้ ซึ่งภายในห้วงความทรงจำที่ลึกที่สุดที่เกี่ยวกับเม็ดยาชนิดนี้ ลู่เฉินเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง และอาจารย์ของเขาก็เป็นผู้หลอมกลั่นขึ้นมาด้วยตัวเอง
ในตอนนั้นลู่เฉินคิดอยากจะเรียน แต่นางกลับหายตัวไปเสียก่อน
นี่จึงทำให้ลู่เฉินมีสีหน้าสงสัยและเอ่ยถามออกมาว่า “ของนั่น คือสิ่งนี้?”
เสียงในมุมมืดขานรับ “ใช่ แต่ของสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งของชั่วร้าย”
“ชั่วร้ายมากหรือ?”
“เมื่อคนของเราใช้มันไปเพียงหนึ่งเม็ด ก็ไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีกเลย” น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยอารมณ์บางอย่าง ลู่เฉินจึงหยิบมันขึ้นมา และใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อสัมผัสมัน คิดจะดูภายในนั้นว่ายังมีกลิ่นอายอาจารย์ของตนหลงเหลืออยู่หรือไม่!