ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 298 ภูเขาเต็มไปด้วยแมลงตรวจสอบ? น่าสนใจยิ่ง!
บทที่ 298 ภูเขาเต็มไปด้วยแมลงตรวจสอบ? น่าสนใจยิ่ง!
ลู่เฉินไม่ได้ตกใจ แต่มองไปทางท่านยายด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าบอกเจ้าแล้ว เจ้าไม่เชื่อข้า แล้วเหตุใดข้าต้องพูดให้มากความด้วย?”
“โอ้? ไม่มีเจตนาอื่นจริง ๆ หรือ?” ท่านยายกล่าวจบก็เพิ่มความแข็งแกร่งพลังของนางเข้าไปอีก ทว่าลู่เฉินกลับยังคงยืนต่อหน้าท่านยายราวกับว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้น
ท่านยายจ้องมองมาที่ลู่เฉินอย่างแปลกประหลาด และเพิ่มพลังของนางต่อไป แต่สุดท้ายก็ยังคงไม่มีผลใด ๆ กับลู่เฉิน
ท่านยายรู้สึกเหลือเชื่อ ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยและหวังอวี่รู้สึกงงงวย
ไม่นานหลังจากนั้น ท่านยายก็โบกมือ และลูกบอลผลึกใสก็ปรากฏขึ้น นางพูดกับลู่เฉินว่า “เอามือมาจับไว้!”
“นี่คืออันใด?” ลู่เฉินมองไปที่มันอย่างสงสัย ท่านยายจึงตอบว่า “สมบัติวิญญาณที่ทำให้คนพูดความจริงได้!”
ชั่วขณะนั้น ลู่เฉินก็พลันเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น เขาวางมือลงบนนั้น และท่านยายก็ถามอีกครั้งว่า “บอกมว่าเจ้ามีจุดประสงค์อื่นที่มาที่นี่หรือไม่?”
“ไม่มี!” ลู่เฉินกล่าว
ลูกบอลผลึกพลันเปล่งแสงสีขาว
เถ้าแก่เนี้ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ท่านยาย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหก”
แต่ท่านยายยังคงไม่ยินดี และยังคงถามต่อไปอีกสองสามรอบ ซึ่งลู่เฉินก็ตอบอย่าง ‘จริงใจ’ ทำให้ลูกบอลผลึกเปล่งแสงสีขาวทุกครั้ง
เมื่อเห็นฉากนี้ หวังอวี่กลับรู้สึกกลัดกลุ้ม “เขาไม่มีจุดประสงค์อื่นจริง ๆ หรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยยังคิดว่าลู่เฉินมีจุดประสงค์บางอย่างในตอนแรก แต่เมื่อนางเห็นว่าแม้แต่สมบัติวิญญาณยังคิดว่าลู่เฉินไม่ได้ปกปิดสิ่งใด นางก็หัวเราะออกมา “สาวน้อย แม้แต่สมบัติวิญญาณก็ยังคิดว่าเขาไม่มีสิ่งใดแอบแฝง เช่นนั้นก็ไม่เป็นอันใดแล้ว”
“นั่นต้องผ่านการทดสอบจากท่านยายก่อน!” หวังอวี่ดูไม่พอใจเล็กน้อย
ท่านยายเก็บสมบัติวิญญาณ จากนั้นก็จ้องมองที่ลู่เฉินสักพักแล้วพูดว่า “หากจะผ่านการทดสอบของพระราชวังไร้หน้าของข้านั้น มันไม่ง่ายนัก”
“พูดมา!” ลู่เฉินไม่มีความกังวลใด ๆ เลยสักนิด
“ในพระราชวังไร้หน้าของข้า มีภูเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ และมีแมลงแปลก ๆ อยู่ฝูงหนึ่ง หากเจ้าอยากเข้าร่วมสำนักของข้า เจ้าต้องเข้าไปในท่ามกลางฝูงแมลงนั้น แล้วหาแผ่นป้ายสีเขียวที่มีใบหน้าสลักอยู่บนนั้นให้ได้” ท่านยายกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เถ้าแก่เนี้ยก็ตกใจ “ท่านยาย ภารกิจนี่มันเกินไปหน่อยหรือไม่?”
“อันใด? อ้อนวอนแทนเขาหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้าแค่คิดว่าแมลงพวกนั้น… แม้แต่พวกเราก็ยังจัดการยาก แล้วเขาจะไหวหรือ?” เถ้าแก่เนี้ยพูดอย่างกังวล แต่ท่านยายกลับฉีกยิ้ม “เขาอยู่ในขั้นสร้างรากฐาน ถ้าเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา เขาต้องมีฝีมือเสียหน่อย มิเช่นนั้นก็จงรีบไสหัวออกไปเสียจะดีกว่า!”
เถ้าแก่เนี้ยจึงทำได้เพียงมองไปยังลู่เฉิน ซึ่งชายหนุ่มก็พลันเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “นำทางไป”
ท่านยายไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะไม่กลัว ดังนั้นนางจึงพูดกับเถ้าแก่เนี้ยและหวังอวี่ว่า “เจ้าสองคนส่งเขาไปที่เชิงเขา ข้าจำกัดให้เขาหาแผ่นป้ายให้พบภายในหนึ่งวัน มิฉะนั้นจะถือว่าล้มเหลว!”
หลังจากที่เถ้าแก่เนี้ยตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นางก็มองไปที่ลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “ไปกันเถอะ”
หวังอวี่พูดอย่างมีชัยว่า “ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าจะยอมแพ้ทันที อย่างน้อยก็เพื่อรักษาชีวิต”
แต่ลู่เฉินไม่พูดอันใด เพียงเดินออกจากห้องโถงไปอย่างใจเย็น
ขณะนั้น ท่านยายกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด “ผู้ที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐาน จะสงบนิ่งขนาดนี้ได้หรือ?”
ในยามนี้ที่ด้านนอกตำหนักใหญ่ หวังอวี่วางมือบนสะโพกพลางจ้องไปที่ลู่เฉิน ตะโกนขู่ราวกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เพื่อหวังให้ชายหนุ่มตกใจกลัว ส่วนเถ้าแก่เนี้ยก็มองไปที่ลู่เฉินหลังจากดื่มสุราไปสองสามอึก นางกล่าวว่า “หากเจ้าคิดจะยอมแพ้ ยามนี้ยังมีเวลาอยู่!”
“นำทางเถิด” ลู่เฉินคร้านเกินกว่าจะพูดอันใดต่อ
เมื่อเถ้าแก่เนี้ยเห็นว่าลู่เฉินตั้งใจจะไป นางจึงทำได้เพียงต้องนำทาง ส่วนหวังอวี่ก็ติดตามมาไม่ห่างและยังคงเอ่ยขู่ขวัญไม่หยุดเพื่อหวังให้ชายหนุ่มหวาดกลัว จนกระทั่งพวกเขามาถึงบริเวณเชิงเขา…
รอบภูเขาเต็มไปด้วยหมอกหลากสี
“เห็นหรือไม่? ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในพระราชวังไร้หน้าของเรา” เถ้าแก่เนี้ยพูดขณะจิบสุรา และหวังอวี่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าแนะนำให้เจ้ายอมแพ้ ไม่อย่างนั้นเมื่อขึ้นไปบนภูเขา เจ้าก็จะถูกแมลงข้างในนั้นกลืนกินทั้งเป็น!”
ทว่าผู้ใดจะรู้ว่าลู่เฉินกลับเข้าไปในหมอกโดยไม่พูดอันใด เขาเดินหายเข้าไปต่อหน้าพวกนาง
หวังอวี่หัวเราะเยาะ “ผีสุรา ดูสิ เขาบ้าไปแล้ว!”
“เขาคงไม่ได้เก่งกาจเสียจนไม่กลัวแมลงพวกนั้นจริง ๆ หรอกนะ?” เถ้าแก่เนี้ยเริ่มสงสัย แต่หวังอวี่ไม่คิดเช่นนั้น และยังคงกล่าวต่อไปว่า “เขาน่ะหรือ? ข้าเดาว่าไม่นาน เขาก็คงจะกรีดร้อง หลังจากนั้นก็ตะโกนว่า ‘แมลง แมลง~’ เป็นแน่”
เถ้าแก่เนี้ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่เขาเข้าไปแล้ว และยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ!”
หวังอวี่มีท่าทีลังเล “คงไม่ได้ตายไปแล้วหรอกกระมัง?”
“ก่อนตายก็ควรตะโกนสักหน่อย” เถ้าแก่เนี้ยกล่าว
“หรือบางทีเขาอาจถูกกินไปแล้ว!”
อย่างไรก็ตาม บนภูเขาในเวลานี้ แมลงกลุ่มหนึ่งอยู่ห่างจากลู่เฉินและไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะถึงอย่างไรเสียลู่เฉินในยามนี้ก็เป็นถึง ‘ราชันย์แมลงบรรพกาล’ และแมลงเหล่านั้นก็เป็นอันต้องหวาดกลัวเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งราชันย์ เลยพากันมองดูจากไกล ๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้
“ข้ากำลังหาแผ่นป้าย เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ใด?” ลู่เฉินสื่อสารกับแมลงเหล่านั้นด้วยภาษาแมลง และแมลงเหล่านี้ก็พากันถามว่าแผ่นป้ายนั้นมีลักษณะอย่างไร
เมื่อลู่เฉินบอกลักษณะของแผ่นป้าย แมลงเหล่านี้ก็เป็นฝ่ายนำทาง
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ได้พบแผ่นป้ายในกองหินบริเวณไหล่เขา
ทว่าข้างแผ่นป้ายมีโครงกระดูกปรากฏอยู่
เมื่อมองไปที่โครงกระดูก ลู่เฉินก็รู้สึกสงสัยว่า “มีใครเอามันเข้ามาหรือ?”
ทว่าไม่มีใครสามารถอธิบายให้ลู่เฉินฟังได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงจำต้องเก็บกระดูกไว้ จากนั้นจึงลงจากภูเขาไปพร้อมกับแผ่นป้าย
สตรีสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ จนกระทั่งลู่เฉินปรากฏตัว หวังอวี่ก็เป็นอันต้องตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเยาะ “อันใด? เจ้าหนีกลับมาหรือ?”
เถ้าแก่เนี้ยสูดลมหายใจและพูดว่า “หากเจ้าต้องการออกจากพระราชวังไร้หน้าตอนนี้ มันก็ยังไม่สายเกินไป!”
ทว่าลู่เฉินกลับหยิบแผ่นป้ายออกมาโดยไม่คาดคิด “ข้าโชคดี จึงไปพบมันเข้า”
ทั้งสองตกตะลึงไปทันที และแม้กระทั่งคิดว่าพวกนางอาจตาฝาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหวังอวี่คว้าแผ่นป้ายมาพลิกไปมา ในที่สุดนางก็พูดขึ้นว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร!”
เถ้าแก่เนี้ยถามอย่างเร่งรัดว่า “เจ้าพบมันที่ใด?”
“บนภูเขา” ลู่เฉินตอบด้วยท่าทีสบาย ๆ ทว่าเถ้าแก่เนี้ยกลับยังคงถามต่อไปว่า “มันอยู่ที่ใดบนภูเขา?”
“ข้าพบมันในขณะที่ข้าเดินไป และข้าก็ลืมไปแล้วว่ามันคือบริเวณใด”
แต่เถ้าแก่เนี้ยกลับรู้สึกแปลก ๆ ส่วนหวังอวี่ก็เอาแต่จ้องไปที่ลู่เฉิน “แมลงพวกนั้นไม่ไล่ตามเจ้าหรือ?”
“ข้าโชคดี จึงไม่เห็นแมลง” ลู่เฉินยิ้ม
ทว่าหวังอวี่ไม่เชื่อ ดังนั้นนางจึงจงใจเข้าไปในหมอกดูบ้าง แต่หลังจากนั้นไม่นาน นางก็รีบวิ่งออกมาและกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก “จะไม่มีแมลงได้อย่างไร!”
เถ้าแก่เนี้ยเองก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกัน นางจึงเดินเข้าไป จากนั้นก็รีบออกมาและมองไปที่ลู่เฉินอย่างแปลกประหลาด “พาพวกเราขึ้นไปดูที”
“ข้ามีหน้าที่แค่ไปหาแผ่นป้ายเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ขึ้นไปบนภูเขานั่นอีก” ลู่เฉินตอบ
เถ้าแก่เนี้ยรู้สึกว่าลู่เฉินกำลังซ่อนอันใดบางอย่างอยู่ “มีอันใดที่เจ้าไม่ได้บอกพวกเราหรือไม่?”
“แผ่นป้ายอยู่นี่แล้ว ภูเขา ข้าก็ขึ้นไปให้แล้ว ไม่ทราบว่าข้าจะมีอันใดซ่อนอยู่อีกเล่า?” ลู่เฉินมองเถ้าแก่เนี้ยด้วยรอยยิ้ม
เถ้าแก่เนี้ยจ้องมองลู่เฉินชั่วครู่ก่อนพูดว่า “อีกเดี๋ยวท่านยายต้องถามเจ้าว่า เจ้าขึ้นไปบนภูเขาได้อย่างไร และนำมันออกมาได้อย่างไร!”