ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 301 เพียงแค่ค่ายกลเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 301 เพียงแค่ค่ายกลเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก!
บทที่ 301 เพียงแค่ค่ายกลเล็ก ๆ เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก!
ลู่เฉินไม่เคยเจอก้อนหินก้อนนี้มาก่อน แต่ในมหาทวีปจิ่วโหยวนี้มีชื่อเรียกขานอยู่ นั่นก็คือหินสกัดวิญญาณ แต่ปกติแล้วมันจะมีขนาดเล็ก ใช้สำหรับปกป้องค่ายกล ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถแทรกจิตเข้ามาได้ และยังสามารถป้องกันไม่ให้วิญญาณหลบหนีออกไปได้
แต่ตอนนี้มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนอยู่ที่นั่น ทำให้ลู่เฉินอดแปลกใจไม่ได้ว่าพระราชวังไร้หน้าแห่งนี้ แท้จริงแล้วคือสถานที่เช่นไรกันแน่ เหตุใดจึงมีชื่อเสียงเพียงนี้?
แต่เมื่อเถ้าแก่เนี้ยผู้นี้เดินไปยังด้านหลังก้อนหินใหญ่นั่น จึงได้เห็นชายชราผู้หนึ่งนอนแผ่กายหลับตาอยู่ และด้านหลังก็มีไม้กวาดอันหนึ่งพาดอยู่
ชายชราผู้นี้มีหนวดเครารุงรัง แต่ศีรษะกลับไร้เส้นผม
เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้นพลันตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อพิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เถ้าแก่เนี้ยก็ร้องเสียงหลงขึ้นมา “แมลงนิทราเฒ่า!”
ผู้ถูกเรียกว่าแมลงนิทราเฒ่าค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองไปยังหญิงสาวทั้งสอง “พวกเจ้ามากันแล้วหรือ…”
เถ้าแก่เนี้ยรู้ว่าแมลงนิทราเฒ่าผู้นี้รับมือได้ยากยิ่ง ดังนั้นนางจึงกล่าวออกมาอย่างมีชั้นเชิง “เขาคือคนที่ท่านยายของเราเพิ่งได้รู้จักในวันนี้ และนับแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาคือคนของเรา”
“แล้วอย่างไรหรือ?” แมลงนิทราเฒ่าเอามือลูบศีรษะล้านเลี่ยนของตน และชันกายลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงหยิบไม้กวาดขึ้นมาปัดกวาดใบไม้บริเวณรอบ ๆ
เถ้าแก่เนี้ยราวกับรู้ว่าเขาต้องถามเช่นนี้ จึงตอบกลับไป “ท่านยายบอกว่าให้ข้าพาเขาไปทำความคุ้นเคยกับบริเวณรอบ ๆ นี้!”
“มาทำความคุ้นเคย แล้วเกี่ยวอะไรกับการมายังแท่นบูชาเล่า?” แมลงเฒ่านิทราเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมา แต่ราวกับเถ้าแก่เนี้ยคิดวิธีใดไม่ออก จึงทำได้เพียงมองไปยังหวังอวี่ “สาวน้อย ข้าไม่มีวิธีแล้ว เจ้าจัดการเองดีกว่า เพราะจริง ๆ แล้ว เจ้าเป็นผู้พ่ายแพ้ให้แก่เจ้าหนุ่มนั่น!”
เมื่อหวังอวี่ได้ฟังเช่นนั้น ก็รู้สึกสงสัยและมองไปยังแมลงนิทราเฒ่าทันใด จากนั้นจึงก้าวออกไป นางดึงแขนเสื้อของตนขึ้นมาด้วยท่าทางไม่สุภาพนัก “ท่านปู่เซียว ลำบากท่านแล้ว!”
“สาวน้อย ข้าบอกแล้ว เจ้าอย่าทำเช่นนี้กับข้าทุกครั้งได้หรือไม่?” แมลงนิทราเฒ่าส่ายหัวพลางกล่าวติดตลก
“ท่านปู่เซียว ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนของพระราชวังไร้หน้าที่มีความเมตตา จิตใจดี และพูดด้วยง่ายที่สุด” หวังอวี่พูดจาเยินยอ แต่เถ้าแก่เนี้ยที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสำลักสุราในปากออกมา
อย่างไรก็ตาม ราวกับแมลงนิทราเฒ่ามีความคุ้นเคยเช่นนี้ดี “หากอยากเข้าไปด้านใน มีเพียงทูต ผู้อาวุโส ประมุขทั้งสามของพระราชวังไร้หน้า รวมทั้งบุตรศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาติจากประมุขเท่านั้น”
ประมุขทั้งสาม?
ลู่เฉินแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา หวังอวี่จึงเริ่มหว่านล้อมแมลงนิทราเฒ่าทันที “ท่านไม่ยอมให้พวกเราเข้าไป ข้าก็จะล้อมท่านอยู่เช่นนี้!”
แมลงนิทราเฒ่าเพียงกระโดดออกมา ก็มายืนอยู่ภายในค่ายกลนี้ จากนั้นนอนราบลงกับพื้นแล้วหัวเราะขึ้นมา “เจ้ากักขังข้าไม่ได้หรอก!”
หวังอวี่คิดจะเข้าไป แต่เขตแดนของค่ายกลนี้กลับขวางนางไว้ด้านนอก ทำให้นางโมโหจนร้อนใจขึ้นมา “ทำไมท่านจึงชอบเล่นโกงเช่นนี้กัน!”
“คนที่เล่นโกงคือเจ้า สาวน้อย!” แมลงนิทราเฒ่าอดส่ายหัวไม่ได้ จากนั้นจึงนอนหลับต่อ
หวังอวี่กังวลใจจนต้องมองไปทางลู่เฉิน “ข้าพยายามแล้ว”
เถ้าแก่เนี้ยมองไปยังชายหนุ่ม “เจ้าก็เห็นแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าไป แต่เป็นเพราะชายชราผู้นี้ เขาไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปได้ง่าย ๆ!”
“เช่นนั้นข้าจะเข้าไปเอง” คำพูดของลู่เฉินทำให้เถ้าแก่เนี้ยจำต้องเอ่ยเตือนขึ้นมา “ค่ายกลนี้อันตรายมากนัก”
หวังอวี่จึงพูดต่อ “เมื่อค่ายกลนี้ถูกปิดทางเข้าแล้ว อย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปได้!”
“เพียงแค่ค่ายกลเล็ก ๆ” ชายหนุ่มเพียงเอ่ยสั้น ๆ ก็ทำให้หวังอวี่กับเถ้าแก่เนี้ยคิดว่าเขากำลังพูดติดตลกเท่านั้น ส่วนแมลงนิทราเฒ่าที่นอนอยู่นั้นกลับยิ้มออกมา “หากเจ้ามีความสามารถ ก็จงเข้ามาได้เลย!”
“โอ้? หากข้าเข้าไปได้ เจ้าก็จะไม่เข้ามาขัดขวางใช่หรือไม่?” ลู่เฉินรู้ดีว่าชายชราผู้นี้รับมือได้ไม่ง่าย ดังนั้นจึงตั้งใจขุดหลุมให้เขา และแมลงเฒ่านิทราผู้นี้ก็หลงกลเข้าแล้วจริง ๆ ซ้ำยังยิ้มพลางเอ่ยออกมาว่า “หากเจ้าสามารถเข้ามาได้จริง ๆ ข้าจะไม่รบกวนเจ้าแม้แต่น้อย”
“ได้!” ลู่เฉินยิ้มรับ จากนั้นจึงเดินไปยังค่ายกล
หวังอวี่กับเถ้าแก่เนี้ยต่างก็คิดว่าลู่เฉินต้องเจอปัญหาเป็นแน่ ทั้งสองจึงรวบรวมสมาธิ แต่บรรดาศิษย์ที่เฝ้ามองดูอยู่รอบ ๆ กลับหัวเราะขึ้นมา
“ดูสิ เจ้าหนุ่มนี่ช่างกล้าหาญยิ่งนัก”
“ใช่!”
“หรือเจ้าหนุ่มผู้นี้จะไม่รู้จักค่ายกลของที่นี่ แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดที่แข็งแกร่งก็ยังไม่กล้ามาก่อความวุ่นวายมิใช่หรือ?”
“คาดว่า… เขาอาจจะคิดว่าตนเองเก่งกาจมากกระมัง!”
“เป็นเพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานคนหนึ่ง จะเก่งเพียงไหนเชียว?”
…
แต่เพียงไม่นาน ทุกคนก็ต้องตกตะลึงขึ้นมา เพราะว่าดูเหมือนว่าลู่เฉินจะเข้าไปยังเขตแดนที่ไร้ผู้คน และผ่านค่ายกลเข้าไปได้อย่างง่ายดาย จนเดินมาถึงที่ซึ่งแมลงนิทราเฒ่ากำลังเอนนอนอยู่พลางกล่าวขึ้นมา “หวังว่าเจ้าจะทำตามที่พูดเอาไว้เมื่อครู่!”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจแมลงนิทราเฒ่าผู้นี้อีกต่อไป เขาเดินตรงไปยังสถานที่ที่ปกคลุมไปด้วยผืนหญ้าด้านหน้าต่อไป
แมลงนิทราเฒ่าตกตะลึง จากนั้นจึงนำไม้กวาดออกมาและกวาดลงไปบนพื้น พลันเกิดแสงสีเขียววงกลมสว่างขึ้นมา ล้อมลู่เฉินไว้ เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนี้ก็แย้มยิ้มออกมา “อันใด? จะกลับคำพูดหรือ?”
“หาใช่กลับคำ เพียงแค่มีคำถามอยากถามเจ้า!” แมลงนิทราเฒ่ามองไปยังลู่เฉิน ขณะมายืนอยู่ข้างกายเขาแล้วพูดขึ้นมา ส่วนหวังอวี่กับเถ้าแก่เนี้ยได้แต่มองด้วยความแปลกใจ
ลู่เฉินยิ้มพลางเอ่ยถาม “คำถามใดหรือ?”
“เจ้ามาทำอะไรที่แท่นบูชาแห่งนี้?”
“เหมือนว่าข้า… จะไม่มีหน้าที่รายงานเจ้า” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังแมลงนิทราเฒ่า แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มตอบกลับมา “ข้าคือผู้ดูแลที่นี่ ถึงแม้จะบอกว่าข้ายอมให้เจ้าเข้าไปแล้ว แต่ตามกฎ ทุกคนที่มายังที่แห่งนี้ ต้องบอกจุดประสงค์ของตัวเองเสียก่อน”
“เช่นนั้น ผู้อื่นมาที่นี่เพราะเหตุใดกัน?”
“ทำความเคารพบรรพบุรุษ!”
ลู่เฉินได้ฟังจึงยิ้มออกมา “ข้าก็มาทำความเคารพบรรพบุรุษเช่นกัน!”
“โอ้? เท่านั้นเองหรือ?” แมลงนิทราเฒ่าไม่เชื่อก่อนจะเพิ่มพลังไม้กวาดในมือ จากนั้นแสงสว่างรูปวงกลมรอบกายลู่เฉินก็ค่อย ๆ มีขนาดเล็กลง แต่ชายหนุ่มเพียงแสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าเจ้ายังคงไม่อยากให้ข้าเข้าไป”
“เพียงแค่เจ้าพูดเหตุผลที่แท้จริงออกมา ข้าย่อมยอมให้เจ้าเข้าไปแน่!” แมลงนิทราเฒ่ายิ้มอย่างมีเลศนัย
ลู่เฉินเพียงยิ้มไม่ได้พูดอะไร แต่หวังอวี่กังวลว่าแมลงนิทราเฒ่าจะทำให้ลู่เฉินถึงตายได้ ดังนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ท่านผู้เฒ่า ท่านอย่าใช้พลังมากเกินไป เขาจะตายเอาได้!”
“เหตุใดเจ้าถึงเป็นห่วงเขานัก?” แมลงนิทราเฒ่ารู้ถึงนิสัยของหวังอวี่ดี ดังนั้นเขาจึงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เหตุใดนางจึงสนใจความเป็นตายของลู่เฉินนัก
ที่หวังอวี่เป็นห่วงคือข้อตกลงระหว่างตนกับลู่เฉิน และยังมีเรื่องที่เขาสามารถทำให้ตนฟื้นสติขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นนางจึงไม่ต้องการให้เกิดเรื่องขึ้นกับลู่เฉิน
แต่หวังอวี่ไม่สามารถพูดตรง ๆ ออกมาได้ ดังนั้นนางจึงพูดเพียงสั้น ๆ “เขาเป็นคนของเรา หากเกิดเรื่องขึ้นกับเขา ท่านยายต้องมาหาท่านเป็นแน่!”
“เช่นนั้นก็ให้นางมา ข้ากลัวนางเสียที่ไหนกัน!” แมลงนิทราเฒ่าอย่างไรก็ไม่ยอม
หวังอวี่กังวลใจ รีบมองไปยังเถ้าแก่เนี้ยทันที “ผีสุรา เจ้าคิดหาวิธีทีสิ!”
“แมลงนิทราเฒ่าคือคนที่หัวดื้อที่สุดของพระราชวังไร้หน้า หากต้องการให้เขายินยอมนั้นนับว่ายากนัก” เถ้าแก่เนี้ยพูดออกมาด้วยความลำบากใจ หวังอวี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็หันไปพูดกับแมลงนิทราเฒ่า “ท่านผู้เฒ่า เขาสามารถปราบปีศาจภายในร่างกายข้าได้ ดังนั้นท่านอย่าทำร้ายเขา!”
“ปราบปีศาจในร่างกายเจ้า?”
“ใช่!”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่อย่างนั้นหรือ?” แมลงนิทราเฒ่ายังคงไม่เชื่อ ยิ่งคิดไปว่าหวังอวี่กำลังหลอกตนอยู่ เถ้าแก่เนี้ยจึงเอ่ยขึ้นมา “เป็นเช่นนั้นจริง ๆ!”
ทว่าศิษย์ที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็ไม่มีผู้ใดเชื่อ เพราะทุกคนต่างก็รู้ถึงสถานการณ์ของหวังอวี่ดีอยู่แล้ว