ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 360 โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีภูมิหลังมากมาย
บทที่ 360 โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีภูมิหลังมากมาย
“ที่สวนด้านหลังของเรามีไหสุราวางอยู่ และสุราในไหนั้นก็คือสุราที่เถ้าแก่เนี้ยของเราหมัก แต่สุรานั้นเข้มข้นมาก ดังนั้นเถ้าแก่เนี้ยจึงบอกว่า ถ้าใครสามารถดื่มจนหมดไหได้โดยที่ไม่หมดสติ เขาก็จะกลายเป็นแขกผู้สูงศักดิ์ ย่อมเข้าพบเถ้าแก่เนี้ยได้” เสี่ยวเอ้อร์ชี้ไปที่สวนด้านหลัง
เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเอ้อร์ ลู่เฉินกลับหัวเราะออกมาแทน “ก็ได้ เช่นนั้นก็นำทางเถิด”
“คุณชายลู่ ข้าไม่ได้ขู่ท่านนะ สุรานี้แรงมากจริง ๆ”
“แล้วอย่างไร?” ชายหนุ่มไม่ยี่หระแม้แต่น้อย ทว่าผีสุราในโรงเตี๊ยมก็หัวเราะแบบเดียวกัน และบางคนถึงกับพูดว่า “คุณชายลู่ สุราทุกไหในสวนด้านหลังนี้สามารถทำให้ยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนล้มลงได้!”
“ถูกต้องแล้ว อย่าแตะต้องสุราพวกนี้จะดีกว่า!”
“คุณชายลู่ เจ้าควรยอมแพ้เถิด มิฉะนั้นหากเจ้าถูกสุราแว้งกัดจนเสียสติละก็…แย่แน่!”
…
ลู่เฉินไม่ได้สนใจเสียงพวกนั้น แต่ส่งยิ้มให้เสี่ยวเอ้อร์แทน “ข้าพร้อมแล้ว เจ้านำทางไปเถอะ”
เสี่ยวเอ้อร์รู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ห้ามปรามอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับและพาชายหนุ่มไปที่สวนด้านหลัง ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าผีสุราที่นี่ย่อมต้องตามไปดูความครึกครื้น
คนเหล่านี้จึงตามไปพร้อมกับถกเถียงกันไม่หยุด
หลังจากนั้นไม่นาน ทุกคนก็มาถึงสวนด้านหลังที่มีศาลาอยู่หลังหนึ่ง
ครั้นมองดูอย่างละเอียดแล้ว พบว่าในศาลามีโต๊ะกลมตัวใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ บนนั้นมีไหสุรามากมายวางไว้
ปริมาณสุราในแต่ละไหอย่างน้อยก็เท่ากับชามใหญ่สองใบ
หากเป็นสุราธรรมดา ทุกคนจะไม่คิดว่าพวกมันแรงอย่างแน่นอน แต่สุราเหล่านี้ถูกต้มโดยเถ้าแก่เนี้ย และเถ้าแก่เนี้ยคนนี้ก็มีข่าวร่ำลือว่ามาจากหอสุรา ผู้คนมากมายยังคงชักจูงลู่เฉินต่อไป
“คุณชายลู่ ท่านเคยได้ยินเกี่ยวกับหอสุราหรือไม่?”
“หอสุรา?” ลู่เฉินไม่เคยได้ยินมาก่อน ถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้กลับมาที่นี่มานานถึงหนึ่งแสนปี แต่หลังจากที่คนเหล่านั้นพูดคุยกัน ชายหนุ่มจึงได้รู้ว่าในมหาทวีปจิ่วโหยวนี้ สำนักที่หมักสุราเก่งมากเรียกกันว่า หอสุรา
ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีศิษย์จำนวนมากในหอสุราแห่งนี้ และพวกเขาก็กระจายอยู่ไปทั่ว
นอกจากนี้ สุรามากมายในหอสุรานั้นวิเศษมากจนสามารถทำให้ยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนล้มได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นแดนทักษิณาหรือผู้คนที่ยิ่งใหญ่ก็ล้วนไม่กล้าล่วงเกินหอสุราง่าย ๆ
เพราะหอสุรานั้นน่ากลัวและลึกลับมาก
หลังจากฟังบทสนทนาของคนเหล่านี้แล้ว ลู่เฉินก็ลอบยิ้ม “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าหอสุราจะมีข่าวลือน่าหวาดกลัวเพียงนี้”
“คุณชายลู่ ท่านยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?” เมื่อเห็นชายหนุ่มมีสีหน้างุนงง เสี่ยวเอ้อร์ก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจ
ลู่เฉินเพียงตอบว่า “ไม่ เริ่มเลย”
“อยากจะไปต่อจริง ๆ หรือ?” เสี่ยวเอ้อร์พูดอย่างเคร่งขรึม
ชายหนุ่มส่งเสียงตอบรับ ด้วยเหตุนี้ เสี่ยวเอ้อร์จึงกล่าวต่อไปว่า “ตามกฎแล้ว ต้องเก็บศิลาวิญญาณระดับต่ำหนึ่งล้านก้อน หากท่านดื่มสุราแล้วไม่เป็นไร ก็จะคืนศิลาวิญญาณให้ท่าน แต่ถ้าท่านหมดสติ ศิลาวิญญาณนี้ก็เท่ากับเงินซื้อสุราขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็หยิบศิลาวิญญาณระดับต่ำหนึ่งล้านก้อนออกมาตามที่อีกฝ่ายต้องการ และถามว่า “หยิบสุราได้เองใช่หรือไม่?”
“ใช่ ท่านสามารถเลือกได้ตามที่ท่านต้องการ”
ลู่เฉินยืนอยู่นอกศาลา จากนั้นก็ใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ สัมผัสทั้งหมด และพบว่าไหใบหนึ่งมีไอวิญญาณที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ดังนั้นเขาจึงใช้ความคิดเพียงชั่วครู่ จากนั้นไหสุราก็ลอยออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยอันใด
เสี่ยวเอ้อร์หยิบไหสุรามาพร้อมมองดูฉลากใต้ไห เมื่อพบว่าเป็นหมายเลขศูนย์ เขาก็พูดกับอีกฝ่ายว่า “คุณชายลู่ ข้าคิดว่าท่านควรเลือกหมายเลขอื่น”
“เพราะเหตุใด?”
“โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งตัวเลขน้อย ฤทธิ์สุราก็ยิ่งแรง ดังนั้น…” เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเอ้อร์กังวลว่าลู่เฉินจะหมดสติไป
ทว่าเจ้าตัวกลับเพียงกล่าวว่า “ไม่เป็นไร!”
ผู้คนรอบข้างต่างโวยวายทันที และบางคนก็ถึงกับพูดว่า “คุณชายลู่ ท่านเปลี่ยนเถิด นี่มันอันตรายเกินไป!”
“ใช่ ๆ ศูนย์หมายถึงสุราที่น่ากลัวที่สุดของที่นี่!”
“ใช่แล้ว!”
…
ลู่เฉินไม่สนใจสิ่งที่ทุกคนพูด แต่กลับดื่มสุราทันที คล้อยหลังจากที่สุราเข้าสู่ร่างกาย ความร้อนราวกับถูกแผดเผาก็แผ่ซ่านออกไปทั่วร่าง
ไม่เพียงเท่านั้น สุรานี้ยังมีกลิ่นอายของภูตผีอันทรงพลังอีกด้วย
เห็นเพียงไอภูตผีพุ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ พยายามที่จะโจมตีวิญญาณของลู่เฉิน แต่หลังจากที่ชายหนุ่มแสยะยิ้มชั่วร้าย ไอภูตผีก็สลายไปทันที
สำหรับสุราที่อยู่ในร่างกาย พลังนั้นถูกลู่เฉิน ‘บีบให้แห้ง’ และแม้แต่พลังเหล่านี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นจากจุดหยางเป็น ‘แก่นมรรตัย’ ทำให้จุดหยางแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“ไม่เลว ช่วยได้มาก!” เมื่อเขากล่าวคำนี้ออกมา ทุกคนก็ตกตะลึง
เสี่ยวเอ้อร์พูดแปลก ๆ “ท่านสบายดีหรือไม่?”
“เหตุใดต้องเกิดอันใดขึ้นด้วยเล่า?” ชายหนุ่มมองไปยังเสี่ยวเอ้อร์ด้วยรอยยิ้ม
คนอื่น ๆ ก็ถามเช่นกัน
ทว่าลู่เฉินไม่ตอบพวกเขา เพียงกล่าวกับเสี่ยวเอ้อร์แทน “เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าขอพบเถ้าแก่เนี้ยของเจ้าได้หรือยัง?”
“โปรดตามข้ามา!” เสี่ยวเอ้อร์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเป็นผู้นำทาง และในขณะเดียวกันก็คืนศิลาวิญญาณนับล้านก้อนให้กับอีกฝ่าย
จากนั้นก็พาชายหนุ่มไปที่ชั้นลอย คนเหล่านั้นไม่กล้าตามไปเมื่อเห็นป้ายว่าผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้า ทำได้เพียงเฝ้าดูลู่เฉินกับเสี่ยวเอ้อร์ที่หายตัวไป
เมื่อลู่เฉินเข้าไปในชั้นลอย เขาก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นทางเดินยาวสายหนึ่ง
หลังจากเดินไปได้หลายสิบก้าวก็มีประตูหินบานหนึ่ง เสี่ยวเอ้อร์เคาะประตูหินสองสามครั้งแล้วพูดด้วยความเคารพว่า “เถ้าแก่เนี้ย”
“มีธุระอันใดหรือ?” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งถามขึ้น
เสี่ยวเอ้อร์พูดอย่างสุภาพว่า “มีคนดื่มสุราที่ศาลาแล้วไม่เป็นอันใดขอรับ ข้าจึงพาเขามาที่นี่!”
“โอ้? งั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ!” เสี่ยวเอ้อร์ตอบรับ
“ไม่ใช่สุราหมดอายุหรอกหรือ?” ผู้หญิงคนนั้นถามอย่างแปลกใจ
เสี่ยวเอ้อร์พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เขาดื่มสุราหมายเลขศูนย์ขอรับ”
“อันใดนะ?”
ยามนี้เองที่ประตูหินเปิดออกทันที และด้านในก็เต็มไปด้วยความมืด
เสี่ยวเอ้อร์โยนไหเปล่าลงไป จากนั้นหญิงในความมืดก็เอ่ยปากว่า “ถอยไป ข้าจะคุยกับเขา”
เสี่ยวเอ้อร์หันหลังกลับและจากไปทันที
ชั่วขณะนั้น เหลือเพียงลู่เฉินและหญิงสาวในความมืดเท่านั้น
“เจ้าคือคุณชายตระกูลลู่หรือ?” ผู้หญิงในความมืดถามหลังจากกวาดตามองอยู่ครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มกลับรู้สึกสงสัย “เจ้ารู้จักข้าหรือไม่?”
“คุณชายตระกูลลู่ ผู้ใดจะไม่รู้จักผู้ที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรช่วงนี้บ้าง” ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะ
ลู่เฉินทำได้เพียงยิ้มอย่างขมขื่น “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามาที่นี่เพื่ออันใด?”
“พูดตามตรง ผู้ที่มาที่นี่มีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น”
“โอ้? แบบไหน?”
“มาเพื่อหาสุราดี ๆ และสุราพวกนี้ก็หาจากข้างนอกไม่ได้” ผู้หญิงคนนั้นตอบ
ลู่เฉินพยักหน้าและพูดว่า “เกือบถูก”
“บอกมาเถิด เจ้าต้องการสุราใด?” ผู้หญิงคนนั้นถาม
“สุราที่เหมือนช่างตีเหล็กชรา”
ทว่านี่กลับทำให้หญิงคนนั้นประหลาดใจ “เหมือนกับช่างตีเหล็กชราหรือ?”
“ใช่ ช่างตีเหล็กชราที่อยู่ใกล้กับตระกูลลู่ของข้า ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้จักเขาหรอกนะ?”
“รู้จัก เขามาที่นี่ทุกวัน ข้าจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร?” หญิงสาวหัวเราะ
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เอามาชุดหนึ่งเถิด” ลู่เฉินพูดเสียงเรียบ
ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะและพูดว่า “สุรานี้ล้ำค่ามาก และเก็บได้เพียงวันเดียวเท่านั้น”
“ล้ำค่าแค่ไหน?”
“ไหละสิบล้าน!”
ลู่เฉินปล้นศิลาวิญญาณมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดไม่น้อย ดังนั้นศิลาวิญญาณสิบล้านก้อนจึงไม่มีค่าอันใดสำหรับเขา เขาเอ่ยขึ้นทันทีว่า “ได้ เอามาหนึ่งไห”
“แต่…มีเงื่อนไขหนึ่ง” จู่ ๆ หญิงสาวก็แย้มยิ้มออกมา
ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่ามาถึงขั้นนี้แล้วจะยังมีเงื่อนไขอื่นอีก จึงเอ่ยอย่างหมดความอดทน “พูดมาเถิด เงื่อนไขอันใด!”