ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 361 ไม่สามารถเข้าใกล้ได้?
บทที่ 361 ไม่สามารถเข้าใกล้ได้?
หญิงสาวผู้นั้นไม่ได้พูดอย่างชัดเจนในทันที แต่กลับโยนขวดน้ำเต้าผนึกแก้วสีเขียวขนาดเล็กออกมาจากห้องลับ
ลู่เฉินใช้มือหนึ่งรับไว้แทบจะทันที เขารู้สึกว่าสุรานี้มีไอความเย็นแฝงอยู่ ราวกับว่าต้องการทำให้ฝ่ามือนั้นแข็งจนบาดเจ็บได้
แต่เขาก็จัดการไอความเย็นนั้นออกไปในทันที
ตอนนั้นเอง หญิงสาวเอ่ยปากกับลู่เฉินว่า “ภายในนี้มีสุราอยู่ชนิดหนึ่ง ถ้าหากเจ้าดื่มลงไปแล้วไม่เป็นอันใด ข้าจะแบ่งสุราของชายชราตีเหล็กผู้นั้นให้แก่เจ้าหนึ่งส่วน”
“โอ้? ง่ายเช่นนี้เชียวหรือ?”
“ง่าย? คุณชายลู่ ท่านน่าจะรู้ว่าสุรานี้มีนามว่าอย่างไร?” เมื่อหญิงสาวเห็นว่าลู่เฉินกำลังดูถูกสุรานี้ นางก็ยิ้มออกมาทันที
ชายหนุ่มจ้องมองด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะตอบกลับว่า “ว่ามาเถิด คือสุราใดกัน”
“สุรานี้มีนามว่าสุราเหมันต์ เพียงแค่หนึ่งหยด ก็สามารถทำให้ผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนสะท้านไปทั้งกายได้ สิบหยดทำให้วิญญาณภายในร่างของขั้นแปลงเซียนเยือกแข็งได้ หนึ่งจอก ทำให้วิญญาณขั้นแปลงเซียนใช้การไม่ได้ และหนึ่งขวด ผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนจะถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งได้”
เมื่อหญิงสาวพูดจบก็คิดว่าอีกฝ่ายต้องหวาดกลัวเป็นแน่ ทว่าลู่เฉินกลับเพียงแย้มยิ้มและตอบกลับสั้น ๆ ว่า “สุรานี้ ถึงแม้จะมีพลังมากนัก แต่สำหรับข้า มันนับเป็นยาเพิ่มพลังชั้นดี!”
“ยาเพิ่มพลัง? เจ้าแน่ใจหรือ?” นางคิดว่าคนตรงหน้ากล่าวเกินจริง
ชายหนุ่มไม่ตอบอันใดอีก แต่เลือกที่จะเปิดฝาขวด หมอกสีขาวพวยพุ่งออกมาจากปากขวดทันที
ทว่านั่นไม่ได้ทำให้ลู่เฉินหวาดกลัว เขายกมันขึ้นมาจ่อริมฝีปากและกระดกดื่มเข้าไปในทันที
ครั้นเห็นเช่นนั้นแล้ว หญิงสาวก็คิดว่าชายหนุ่มต้องถูกแช่แข็งตรงนั้นในทันที
แต่สิ่งที่ทำให้นางคิดไม่ถึงก็คือ ลู่เฉินกลับไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย
“เจ้าไม่เป็นอันใดหรือ?” เมื่อเห็นว่าพลังปราณบนร่างกายของเขายังคงเป็นปกติ ไม่มีร่องรอยของการถูกแช่แข็งแต่อย่างใดก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
คนถูกถามไม่คิดอธิบายสิ่งใด เพราะสุรานี้ถูกเขา ‘ปรับเปลี่ยน’ ไปก่อนเสียแล้ว เปลี่ยนมันให้กลายเป็นพลัง ผสานเข้ากับ ‘แก่นมรรตัย’ ในตัวเขา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ขั้นหลอมแก่นแท้’
แต่ลู่เฉินกลับมองไปยังขวดและเอ่ยออกมาว่า “ขวดสวยงามดี!”
“สามารถอธิบายได้หรือไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น?” เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเขาไม่ตอบคำถามของตน ก็พลันรู้สึกแปลกใจชอบกล
“ข้ารับปากเจ้าเพียงแค่ดื่มสุราขวดนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะตอบคำถามอื่นให้เจ้า!” สิ้นคำกล่าวนี้ก็ทำให้หญิงสาวผู้นั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง หญิงสาวจึงพูดขึ้นมา “เช่นนั้นเจ้าจงรอ ข้าจะแบ่งสุราของชายชราตีเหล็กให้เจ้าหนึ่งส่วน”
ลู่เฉินจึงทำได้เพียงรออยู่ตรงนั้น
หญิงสาวผู้นั้นหันไปทำอันใดบางอย่างในมุมมืด จากนั้นก็โยนขวดน้ำเต้าสีทองขนาดเล็กออกมา “สุรานี้ สามารถเก็บไว้ได้นานสุดเพียงหนึ่งวัน เมื่อเลยหนึ่งวันไปก็จะไร้ประโยชน์!”
ชายหนุ่มรับขวดน้ำเต้าสีทองขนาดเล็กมา เขาเห็นว่าขวดน้ำเต้าใบเล็กนี้ ภายนอกเริ่มมีสนิมแล้ว จึงมองมันด้วยความสงสัย
“วางใจเถิด สุรานี้ไร้พิษ” เมื่อหญิงสาวผู้นั้นเห็นลู่เฉินกำลังพินิจขวดสุรานี้ จึงรีบพูดขึ้นมาทันที
ทว่านี่ยังคงทำให้เขารู้สึกแปลกใจ “เหตุใดเขาจึงต้องมารับสุราที่นี่ทุกวัน?”
หญิงสาวผู้นั้นกลับหัวเราะขึ้นมา “ข้ารับปากเพียงแค่จะมอบสุราให้เจ้า แต่ไม่ได้บอกว่าจะตอบคำถามอื่นของเจ้า!”
ลู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “เจ้านี่ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้นเสียจริง!”
“ไร้สาระ ข้าผู้นี้มีเหตุผลมากพอ ดังนั้นหากเจ้าต้องการรู้เรื่องใด ทางที่ดีที่สุดคือตอบคำถามของข้า” หญิงสาวพูดด้วยความพึงพอใจ
ส่วนตัวลู่เฉินนั้นรู้เรื่องสุรานี้ไม่มากนัก ถึงแม้เขาจะรู้ส่วนผสมของสุรานี้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าชายชราตีเหล็กใช้มันทำสิ่งใดกัน
ด้วยเหตุนี้ ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงเดินไปยังประตูหินบานนั้น
หญิงสาวหัวเราะพลางพูดขึ้นมา “คุณชายลู่ ภายในนี้ท่านไม่สามารถเขามาได้ มิเช่นนั้นอาจจะเกิดปัญหาขึ้น และข้าจะไม่รับผิดชอบ!”
“ไม่มีที่ใดที่ข้าไปไม่ได้!” เขากล่าวโดยไม่สนใจคำพูดคุกคามของอีกฝ่าย
ลู่เฉินพูดจบก็เดินเข้าไปด้านในอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
หญิงสาวกลับพูดด้วยความดีใจ “ได้ ข้าจะรออยู่ที่นี่ ดูว่าเจ้าจะหาข้าเจอหรือไม่”
“หาเจ้า ช่างง่ายยิ่งนัก”
“นายน้อยลู่ อย่ากล่าวเกินจริงไปเลย” หญิงสาวพูดขึ้นมาจากมุมหนึ่ง
ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มแล้วจึงเดินต่อไปข้างหน้า จากนั้นด้านหลังของประตูหินก็ปรากฏค่ายกลหนึ่งขึ้นมา ค่ายกลนี้ค่อนข้างมืด จนไม่สามารถมองเห็นนิ้วมือทั้งห้าได้
ทว่าชายหนุ่มยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยเช่นเดิม และเพียงมองไปรอบ ๆ
เสียงของหญิงสาวดังสะท้อนขึ้นมา “อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเลย สถานที่นี้ของข้า ถึงแม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน ก็ไม่สามารถหาทางเข้าได้และไม่สามารถตามหาข้าพบได้!”
“นั่นคือพวกเขา ไม่ใช่ข้า”
“ถึงแม้ว่าท่านจะเก่งกาจ แต่ก็น่าจะคิดได้นะ”
ผู้ใดจะรู้ว่ายังไม่ทันพูดจบ ลู่เฉินก็เดินเข้าไปยังสถานที่หนึ่ง หลังจากพุ่งตัวเข้าไปแล้วก็พบว่ามันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่
ภายในห้องโถงนี้ มีหญิงสาวนางหนึ่งซึ่งรอบตัวมีกองขวดและไหอยู่ข้าง ๆ
เห็นเพียงขวดและไหห้าหกสีเหล่านี้ และหญิงสาวที่ดูแล้วมีอายุราวยี่สิบกว่า ๆ นางสวมชุดคลุมยาวสีเขียวไว้อีกชั้นหนึ่ง และมือทั้งสองยังสวมถุงมือสีขาว ขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างถือสมุนไพรเอาไว้ ราวกับกำลังพิจารณาอันใดบางอย่าง
เมื่อนางเห็นลู่เฉินเดินเข้ามา ก็พลันตกตะลึงนิ่งอึ้งในบัดดล
ชายหนุ่มพินิจมองใบหน้าของนาง และพบว่าใบหน้าของนางขาวมาก ขาวจนน่ากลัว ราวกับไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง และเส้นผมยังขาวโพลนไปเกือบหมด
“ดูเหมือนว่าเจ้าป่วยหนักนะ” เขากล่าวพลางมองหญิงสาวตรงหน้า
นางวางสมุนไพรในมือลง และมองชายหนุ่มด้วยสายตาประหลาดใจ “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”
“เพียงแค่เดินเข้ามาเท่านั้น”
ทว่าหญิงสาวไม่เชื่อ “ค่ายกลนี้ ถึงแม้จะเป็นขั้นแปลงเซียนก็ไม่สามารถเข้ามาได้!”
“คนอื่นก็คือคนอื่น ข้าก็คือข้า เจ้าอย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น”
คำพูดของลู่เฉินทำให้นางรู้สึกว่าเขานั้นหยิ่งผยองเกินไป เมื่อวางสมุนไพรในมือลงแล้วก็โบกมือไปมา ขวดสุราที่อยู่ด้านข้างจึงเปิดออก แล้วหมอกสีเขียวก็ลอยออกมาพร้อมกับฟุ้งกระจายไปรอบ ๆ
หมอกเหล่านี้มีพิษอยู่ และมันยังโจมตีไปที่วิญญาณโดยตรง
หากเป็นผู้ที่มีวิญญาณค่อนข้างอ่อนแอ ตอนนี้ก็อาจจะหมดสติไปแล้วก็เป็นได้ ทว่าวิญญาณของลู่เฉินแข็งแกร่งมาก ดังนั้นสำหรับเขาแล้ว หมอกพิษนี้นับว่าไม่เป็นผล
ชายหนุ่มยืนอยู่ที่เดิมและมองไปยังหญิงสาวผู้นั้น “อยู่กับสุราพิษเหล่านี้มาตลอดทั้งปี ไม่กลัวว่าสักวันจะถูกพิษเหล่านี้เข้าหรือ?”
“เจ้า…ไม่เป็นอันใด?” หญิงสาวผู้นี้ตกตะลึงขึ้นมา
“ถ้าจะให้ข้าพูดจริง ๆ ไม่ว่าจะพิษหรือสุราใด สำหรับข้าแล้วย่อมไม่เกิดผล!” ลู่เฉินพูดกับนาง
แต่หญิงสาวไม่เชื่อ มือของนางเปิดขวดสุราบางส่วนอีกครั้ง
‘เปาะ!’
ฝาของขวดสุราเหล่านั้นลอยขึ้นมาทีละฝา และยังมีไอสุราที่มีสีแตกต่างกันลอยขึ้นมาจากภายใน
ภายใต้การควบคุมของหญิงสาว ไอสุราเหล่านั้นเข้าล้อมรอบกายลู่เฉินไว้ทันที
ไม่เพียงเท่านั้น นางยังพูดขึ้นมาอีกว่า “สุราเหล่านี้ เพียงแค่สูดดมเข้าไปบางส่วน ผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนก็ไม่สามารถใช้พลังได้แล้ว”
“ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าตัวข้าหาได้กลัวพิษและสุราของเจ้า” ชายหนุ่มพูดไปพลางเดินเข้าไปหาหญิงสาวผู้นั้น
นางพลัันตกตะลึงขึ้นมา จากนั้นชั่วพริบตาเดียว เถาวัลย์สีเขียวมากมายก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน และพันธนาการลู่เฉินไว้พร้อมกับไอเย็น “อย่าเข้ามาใกล้ข้า! มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าตายตกอย่างทรมาน!”
“เปลี่ยนหน้าไวเสียยิ่งกว่าพลิกตำรานัก!”
“ไม่ใช่การเปลี่ยนสีหน้า แต่ข้ามีกฎอยู่!”
“กฎ?”
“ใช่ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าใกล้ข้าได้ ดังนั้นเจ้าอย่ามาท้าทายความอดทนของข้า!” หญิงสาวเอ่ยเตือนลู่เฉิน
“เช่นนั้น สิ่งที่ข้าต้องการเล่า?” เขากล่าวถามอย่างไม่สนใจกฎที่ว่านั่น