ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 464 นางไม่ใช่สตรีที่สมบูรณ์แบบ!
บทที่ 464 นางไม่ใช่สตรีที่สมบูรณ์แบบ!
เมื่อเสียงขลุ่ยเหล่านี้สั่นสะเทือนในห้องลับ มันก็ก่อตัวเป็นคลื่นขนาดใหญ่ พุ่งตรงไปที่พวกลู่เฉินด้วยกำลังมหาศาล
เมื่อเห็นคลื่นลูกใหญ่กำลังมา ลู่เฉินก็เพียงแค่ดีดสายกู่ฉินสองสามเส้น และทำลายคลื่นลูกใหญ่ของฝ่ายตรงข้ามอย่างง่ายดาย!
“ให้ตายเถอะ!” สตรีชุดแดงเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยวในความมืด
ลู่เฉินมองไปในความมืดมิด “มีอีกหรือไม่?”
“อย่าได้ใจไปหน่อยเลย!” หลังจากที่สตรีชุดแดงพูดจบ นางก็กลายเป็นเงาสีแดงฉาน รอบ ๆ ปรากฏร่างแยกขึ้นมาทีละตน
หลังจากที่เห็นคนเหล่านี้ปรากฏตัวออกมา ลู่เฉินก็มองพวกเขา “ในที่สุดก็เต็มใจออกมาแล้วรึ?”
สตรีชุดสีแดงไม่ได้ขยับปาก แต่เสียงกลับเปล่งมาจากในตัว “เหตุที่ข้าออกมาไม่ใช่เพราะกลัวเจ้า แต่เพื่อใช้วิธีใหม่จัดการกับเจ้าต่างหาก!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย “โอ้? งั้นหรือ?”
สตรีชุดแดงมองไปที่สตรีคนอื่น ๆ ก็พบว่าพวกนางต่างพยักหน้า
ครู่ต่อมาสตรีเหล่านี้ก็กลายเป็นลำแสงสีเขียวพุ่งเข้าไปในขลุ่ยสีแดงของสตรีชุดสีแดง
ลู่เฉินยิ้ม “ถ้าเจ้าทำเช่นนี้ อายุขัยของพวกนางจะสั้นลง”
“ตราบใดที่ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ อายุขัยสั้นลงสักสองสามร้อยปีจะเป็นไรไป?” สตรีชุดแดงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“แล้วเจ้าคิดว่า พอคนเหล่านี้เข้าไปในขลุ่ยของเจ้าแล้ว พวกนางจะสามารถจัดการกับข้าได้หรือ?”
“ขลุ่ยของข้าคือขลุ่ยแดง!”
“ปลอม!” ลู่เฉินยิ้มให้สตรีชุดแดง
สตรีชุดแดงชะงักไปครู่หนึ่ง “ของปลอม?”
“เจ้าดูเหมือนของจริง แต่จริง ๆ แล้วเป็นของปลอม วิญญาณอาวุธภายในก็อ่อนแอมากเช่นกัน เจ้าจึงต้องให้สตรีเหล่านี้เข้าไปทำหน้าที่เป็นวิญญาณอาวุธอย่างไรล่ะ และสุดท้ายพวกนางก็จะเสียอายุขัยไป!” ลู่เฉินยิ้มให้สตรีชุดแดง
สตรีชุดแดงไม่คิดว่าลู่เฉินจะรู้มากขนาดนี้
แต่นางก็สงบลงอย่างรวดเร็ว “ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทั้งหมดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับเจ้า!”
หลังจากพูดจบ สตรีชุดแดงก็เริ่มเป่าขลุ่ย
ครั้งนี้เสียงขลุ่ยดูสงบ แต่ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยที่ยืนอยู่ข้างหลังรู้สึกได้ว่าโลหิตกำลังเดือดพล่าน ราวกับว่ามีบางอย่างขยายตัวอยู่ภายในตัวของพวกเขา
กู่ฉินเพลิงโบราณของลู่เฉินไม่ได้หยุดพัก แต่เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น
เสียงกู่ฉินทำให้ทั้งสองสงบเงียบทันที
ขลุ่ยในมือของสตรีชุดแดงเริ่มบรรเลงเพลงอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันกำลังจะระเบิดพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา
ลู่เฉินเคลื่อนไหวเร็วเท่าความคิด และแล้วขลุ่ยก็ตกอยู่ในมือของลู่เฉิน
เมื่อเห็นว่าขลุ่ยถูกชายหนุ่มตรงหน้าชิงไป สตรีชุดแดงก็ชะงัก คิดที่จะควบคุมขลุ่ยของตนเอง
ลู่เฉินหัวเราะ “อย่าพยายามเลย ขลุ่ยนี้เป็นของข้าแล้ว!”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าหลอมสิ่งนี้มาหลายพันปี มันกลายเป็นหนึ่งเดียวกับข้าแล้ว มันจะเป็นของเจ้าไม่ได้!” สตรีชุดแดงไม่เชื่อ
ลู่เฉินคลี่ยิ้ม “ไม่เชื่อ? ไม่เป็นไร ข้าจะให้เจ้าดู!”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ดูดซับพลังของขลุ่ยต่อหน้าสตรีชุดสีแดง จากนั้นก็บดขยี้มันอย่างง่ายดายจนขลุ่ยแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ในเวลาเดียวกัน สตรีจำนวนนับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูออกมา
สตรีเหล่านี้ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส พากันกระอักเลือดออกมาทีละคนแล้วล้มลงกับพื้น
ทั้งฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยต่างตกตะลึง
“นี่ มันเป็นไปได้อย่างไร?” ให้ตายอย่างไรสตรีชุดแดงก็ไม่เชื่อว่าอาวุธวิเศษของนางจะถูกทำลายโดยลู่เฉิน ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนในขลุ่ยก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
ส่วนลู่เฉินนั้นโยนขลุ่ยทิ้งไปข้าง ๆ และมองไปที่สตรีในชุดสีแดงด้วยรอยยิ้ม “ยังมีสมบัติวิญญาณอีกหรือไม่?”
สตรีในชุดสีแดงจ้องมองลู่เฉินอย่างเคียดแค้น “ข้าฆ่าเจ้าได้โดยไม่ต้องใช้สมบัติวิญญาณ!”
หลังจากพูดจบ แสงสีแดงก็กะพริบวาบบนร่างของสตรีในชุดสีแดง และสตรีเหล่านั้นก็ลุกขึ้นทีละคน พากันพุ่งเข้าหาสตรีในชุดสีแดง
ครู่ต่อมาสตรีเหล่านั้นก็หายไป
สตรีในชุดสีแดงเปล่งแสงสีเพลิงวาววาบ
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยตกตะลึง
ทว่าลู่เฉินหัวเราะ “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
ฟาเทียนสงสัย “ผู้อาวุโส เกิดอันใดขึ้น?”
“นางใช้ตัวเองเป็นสมบัติวิญญาณ”
“ใช้ตัวเองเป็นสมบัติวิญญาณ?” ฟาเทียนสับสน
หานลั่วสุ่ยขมวดคิ้ว “มีตำนานกล่าวว่ามีวิชาสร้างสมบัติโบราณชนิดหนึ่ง สามารถใช้ร่างกายมนุษย์เป็นภาชนะเพื่อสร้างสมบัติวิญญาณที่ทรงพลังขึ้น”
เมื่อฟาเทียนได้ยินเช่นนี้ ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน “แล้วเช่นนี้พวกนางยังเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?”
“เป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์ เรียกอีกอย่างว่าภาชนะมนุษย์” ลู่เฉินเงยขึ้นมองท้องฟ้า
ฟาเทียนตกตะลึง “ภาชนะมนุษย์?”
“มันคือสมบัติวิญญาณที่รวมเข้ากับมนุษย์ ดังนั้นมันย่อมไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป” ลู่เฉินอธิบาย
แม้ว่าฟาเทียนจะไม่เข้าใจเรื่องนี้ดีนัก แต่เมื่อพิจารณาจากท่าทางของสตรีชุดแดงแล้ว นางก็ดูน่ากลัวมาก เขาจึงกังวลไม่น้อย “ผู้อาวุโส นางน่ากลัวมากหรือไม่?”
“ทรงพลังก็ทรงพลัง แต่ในสายตาของข้า มันไม่มีอันใดน่ากลัวเลย” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเรียบ
สตรีชุดแดงเย้ยหยัน “ไม่น่ากลัวรึ? เจ้ามั่นใจเกินไปหรือเปล่า”
“ข้าไม่ได้มั่นใจ แต่สิ่งที่ข้าพูดคือความจริง!” ลู่เฉินยิ้มให้สตรีชุดแดง
สตรีชุดแดงหัวเราะราวกับบ้าไปแล้ว “เช่นนั้นอีกเดี๋ยวข้าจะให้เจ้ารู้ถึงความน่ากลัวของข้า”
หลังจากพูดจบ สตรีชุดแดงก็เปล่งเสียงขลุ่ยออกมาจากร่างกายของนาง ส่งมวลเสียงกัมปนาทพุ่งเข้าหาพวกลู่เฉิน
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยตกตะลึงทันที พวกเขาไม่เคยคิดว่าร่างกายมนุษย์จะสามารถทำหน้าที่เป็นขลุ่ยได้เช่นนี้!
ลู่เฉินยิ้มอย่างชั่วร้าย “ก็ไม่เท่าใดนี่!”
หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็ใช้เสียงกู่ฉินล้างเสียงขลุ่ยของอีกฝ่าย แต่สตรีชุดแดงไม่ยอม ในที่สุดร่างกายของนางก็เปลี่ยนเป็นขลุ่ยสีแดงเพลิงขนาดใหญ่
ลู่เฉินขมวดคิ้วทันที ‘กู่ฉินเพลิงโบราณได้สูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว พลังของมันจึงมีจำกัด!’
เมื่อเห็นลู่เฉินขมวดคิ้ว สตรีชุดแดงก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “พ่อหนุ่ม เจ้ายอมแพ้แล้วหรือ?”
ทว่าลู่เฉินกลับฉีกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “กลัวหรือ เปล่านี่! ข้าคิดว่าอีกเดี๋ยวข้าจะทำให้เจ้ากลัว!”
หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็กระตุ้นพลังของ ‘อาวุธ’ ในร่าง ในขณะนี้เขาเป็นเหมือนราชาแห่งอาวุธทั้งมวล ทำให้ร่างกายของสตรีชุดแดงสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว
นางมองร่างของตน “ข้าเป็นอันใดไป?”
“หากเจ้ากลายเป็นอาวุธ เช่นนี้ก็นับว่าเจ้าตกอยู่ในกำมือของข้าแล้ว!” ลู่เฉินพูดห้วน ๆ
สตรีชุดแดงไม่เชื่อ นางจ้องไปที่ลู่เฉิน “เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้น!”
ลู่เฉินหัวเราะ “โอ้? ข้าไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้น? เจ้าแน่ใจหรือ?”
“แน่นอน!”
และแล้วสิ่งที่นางไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพียงลมหายใจเดียว ร่างกายของสตรีชุดแดงก็เหมือนกับของเล่น นางถูกลู่เฉิน ‘ดูด’ เข้าไปทันที
ร่างกายอ่อนปวกเปียกปะทะเข้ากับอ้อมกอดของลู่เฉิน
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยตกตะลึง
ฟาเทียนรู้สึกกระอักกระอ่วน อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ผิดพลาด ผิดพลาด…”
สตรีชุดแดงอยากจะหนีจากเงื้อมมือของลู่เฉิน ทว่าชายหนุ่มกลับยิ้มให้ “อย่าเสียแรงเลย เจ้าหนีไม่รอดหรอก!”