ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 465 ปลดผนึกราชาหมาป่าเหมันต์สงัด!
บทที่ 465 ปลดผนึกราชาหมาป่าเหมันต์สงัด!
สตรีชุดแดงไม่เข้าใจ นางอยู่ในขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อมแท้ ๆ แต่เหตุใดถึงมาอยู่ในเงื้อมมือของลู่เฉินโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะต่อต้าน!
สิ่งนี้ทำให้สตรีผู้นั้นอ้าปากค้าง “เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับข้ากันแน่!”
“ถ้าเจ้าเป็นมนุษย์ ข้าคงทำอันใดเจ้าไม่ได้ แต่ตอนนี้เจ้าเป็นภาชนะมนุษย์” ลู่เฉินมองนางพลางคลี่ยิ้ม
“ภาชนะมนุษย์แล้วอย่างไร?!” สตรีชุดแดงโต้กลับ
“ภาชนะมนุษย์ย่อมคล้ายกับสมบัติวิญญาณ และหากข้าอยากทำอย่างไรกับมัน ข้าก็จะทำอย่างนั้นได้สมดั่งใจ” สตรีชุดแดงไม่เข้าใจสิ่งที่ลู่เฉินพูด
นางต้องการหลบหนี จึงแอบหยิบเม็ดยาออกมาจากอกเสื้อ แต่ลู่เฉินโอบแขนข้างหนึ่งไว้รอบเอวของนาง จับมือของนางที่กำเม็ดยาเอาไว้ได้ “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าจะเอาออกมา?”
“ปล่อยข้า!” สตรีชุดแดงโกรธจัด
หานลั่วสุ่ยยิ้มเยาะแล้วพูดว่า “ฉากนี้น่าตื่นเต้นแฮะ”
ฟาเทียนเอ่ยอย่างปลง ๆ “กระบวนท่าของผู้อาวุโสช่างทรงพลังนัก”
จู่ ๆ เกล็ดหิมะก็โปรยลงมาจากความมืด เป็นผลให้เมื่อลู่เฉินและสตรีชุดแดงถูกเกล็ดหิมะสัมผัส แล้วพวกเขาก็ถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น
หานลั่วสุ่ยและฟาเทียนที่เฝ้าดูอยู่ด้านหลังก็ถูกแช่แข็งทันทีเช่นกัน
“เกิดอันใดขึ้น?” ฟาเทียนกระวนกระวายหลังจากถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น
หานลั่วสุ่ยอุทานว่า “ไอเย็นทรงพลังมาก!”
แสงสีแดงจากสตรีชุดแดงกะพริบวาบ จากนั้นนางก็หายไป ส่วนลู่เฉิน เขาทะลุออกมาจากน้ำแข็ง และความหนาวเย็นโดยรอบหายไปทันที
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยก็ฟื้นตัวเช่นกัน
ฟาเทียนถามลู่เฉินว่า “ผู้อาวุโส เมื่อครู่คือสิ่งใด?”
“มันคือเคล็ดวิชาน้ำค้างกระแสความเย็น” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเย็น
“เคล็ดวิชาน้ำค้างกระแสความเย็น?” ฟาเทียนงุนงง
หานลั่วสุ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “มีตำนานกล่าวว่า หนึ่งแสนปีก่อน นักบุญหญิงของสำนักเหมันต์สงัดมีเคล็ดวิชานี้ ข้าได้ยินมาว่าเคล็ดวิชานี้แช่แข็งเทพเซียนได้”
“เทพเซียน? จะเป็นไปได้อย่างไร?” ฟาเทียนไม่เชื่อ
ลู่เฉินตอบว่า “เป็นไปได้ แต่จะมีพลังนั้นได้ก็ต่อเมื่อได้รับการฝึกฝนจนถึงขั้นสุดท้าย ทว่าตอนนี้มันทำได้แค่แช่แข็งเจ้าเท่านั้น”
ฟาเทียนตกใจ “ผู้อาวุโส คนที่มีความสามารถนี้ต้องน่ากลัวมากใช่หรือไม่?”
ลู่เฉินหัวเราะ “ไม่ว่าจะน่ากลัวแค่ไหน มันก็ทำอันใดข้าไม่ได้หรอก!”
ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยได้แต่มองหน้ากัน
ส่วนลู่เฉินพูดขึ้นว่า “ไปกันเถอะ!”
…
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาทั้งสามก็เดินออกมาจากเขาวงกตใต้ดิน ภายในนั้นมีรูปแกะสลักน้ำแข็งจำนวนมากอยู่บนพื้นดิน รูปแกะสลักน้ำแข็งเหล่านี้คือผู้ที่อยู่ในขั้นก่อกำเนิดจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดเหล่านั้น
“พวกเขาตายแล้วหรือ?” สีหน้าของหานลั่วสุ่ยเปลี่ยนไปมาก
ครั้นฟาเทียนพบว่าพวกเขาทั้งหมดไม่มีลมหายใจ สีหน้าก็ดูไม่ได้ “พวกเขาตายหมดแล้ว!”
ลู่เฉินมองไปที่ศพเหล่านี้และพูดว่า “ร่างกายตายแล้ว ส่วนวิญญาณถูกพรากไป!”
“วิญญาณถูกพรากไป?” ฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร
ในยามนี้เสียงของผู้อาวุโสกระดูกพลันหัวเราะในความมืด “พ่อหนุ่ม เจ้ารู้มากจริง ๆ”
“ออกมาเถิด” ลู่เฉินมองไปยังทิศทางหนึ่ง จากนั้นชายชราก็เดินออกมาจากมุมนั้น
ลู่เฉินมองอีกฝ่ายก่อนจะฉีกยิ้ม “คราวนี้เจ้าจะจัดการกับข้าอย่างไร?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกมันถูกแช่แข็งได้อย่างไร” ผู้อาวุโสกระดูกถามกลับ
ลู่เฉินตะโกนตอบ “ข้าไม่สนใจ!”
“พ่อหนุ่มนี่มันบ้าจริง ๆ!”
“หากเจ้ามีฝีมือก็เข้ามาเถิด มิฉะนั้นข้าจะฆ่าคนของตำหนักเหมันต์แล้วตามหานักบุญหญิงของพวกเจ้า!” ลู่เฉินขู่
ผู้อาวุโสกระดูกหัวเราะเยาะ “เดี๋ยวนี้เลย!”
หลังจากพูดจบ ผู้อาวุโสกระดูกพลันปรบมือ หมาป่าสีขาวราวกับหิมะจำนวนนับไม่ถ้วนจึงปรากฏกาย มันกระโดดออกมาจากภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ
ดวงตาของหมาป่าเหล่านี้เป็นสีแดงก่ำ พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก เรียกว่าอยู่ตรงหน้าลู่เฉินและพรรคพวกในพริบตา
ไม่เพียงเท่านั้น ร่างของหมาป่าเหล่านี้ก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ฟาเทียนพูดด้วยความตกใจ “หมาป่าเหมันต์สงัด!”
หานลั่วสุ่ยหน้าเปลี่ยนสี “มีข่าวลือว่าพวกเขาเลี้ยงอสูรไว้ตัวหนึ่งเรียกว่าหมาป่าเหมันต์สงัด หมาป่าชนิดนี้ไม่เพียงแต่รวดเร็วเท่านั้น พวกมันยังปล่อยไอเย็นที่ทรงพลังมากอีกด้วย!”
ลู่เฉินกลับพูดด้วยรอยยิ้ม “เพราะมันกลืนวิญญาณของผู้คนได้!”
“อันใดนะ?” สีหน้าของฟาเทียนและหานลั่วสุ่ยเปลี่ยนไป
ผู้อาวุโสกระดูกมองไปที่ลู่เฉินด้วยรอยยิ้ม “เจ้ารู้มากไปแล้ว!”
ลู่เฉินกลับตอบว่า “ข้ารู้มาก แต่เจ้าก็ยังปล่อยให้สิ่งเหล่านี้จัดการข้า นี่ประเมินข้าต่ำไปหรือเปล่า?”
“ประเมินเจ้าต่ำ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้น่ากลัวแค่ไหน” ผู้อาวุโสกระดูกคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะไม่สนใจหมาป่าเหมันต์สงัดเหล่านี้
ลู่เฉินพูดอย่างเฉยเมยว่า “มันก็แค่อสูรป่าไร้ประโยชน์ฝูงหนึ่ง”
“อสูรป่า? พวกมันล้วนเป็นอสูรปีศาจ!” ชายชราหัวเราะอย่างเย็นชา
ลู่เฉินยิ้ม “โอ้? งั้นหรือ?”
“เดี๋ยวก็รู้!” หลังจากผู้อาวุโสกระดูกพูดจบ เขาก็ถอยหลังออกไป หมาป่าเหมันต์สงัดเหล่านั้นจึงเริ่มโจมตีทันที
ผู้ใดจะรู้ว่าลู่เฉินจะเป็นฝ่ายเดินเข้าหาโต้ง ๆ หมาป่าเหมันต์สงัดพ่นไอหมอกออกมา คิดจะจะแช่แข็งลู่เฉินทั้งเป็น
เปลวไฟหกดวงสว่างวาบรอบตัวลู่เฉิน ทำให้ไอย็นไม่มีผลกระทบต่อเขาเลย
สิ่งนี้ทำให้ผู้อาวุโสกระดูกสงสัย “ไม่เป็นอันใดเลยหรือ?”
“พ่อหนุ่มนี่สามารถกลั่นเม็ดยาได้ถึงหกชนิด!” นักบุญหญิงได้แต่ประหลาดใจท่ามกลางความมืดมิด
ผู้อาวุโสกระดูกพูดกับนักบุญหญิงในความมืดด้วยความเคารพว่า “ท่านนักบุญ หมาป่าเหมันต์สงัดพวกนี้จะเอาเขาลงได้หรือ?”
“หากเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับหมาป่าเหมันต์สงัดสักหน่อยก็ได้แล้ว!”
ผู้อาวุโสกระดูกเข้าใจในทันที เขาหยิบเม็ดยาออกมาแล้วโยนมันไปทางหมาป่าเหมันต์สงัด
ในพริบตานั้น โลหิตก็พุ่งออกมาจากตัวหมาป่าเหมันต์สงัด ทำให้หมาป่าเหมันต์สงัดเริ่มโจมตีอย่างบ้าดีเดือด ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแต่อย่างใด
ลู่เฉินมองข้ามไอเย็นของหมาป่าเหล่านี้ ก่อนจะ ใช้ให้จักจั่นอัสนีร่วมมือกับตน เมื่อเห็นว่าหมาป่าเหมันต์สงัดตัวหนึ่งตกใจ ก็ปล่อยให้ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองโจมตีต่อ
เมื่อหมาป่าเหมันต์สงัดได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องการหลบหนี ลู่เฉินก็แผ่กลิ่นอายของ ‘ราชันย์อสูร’ ออกมาอีกครั้งเพื่อทำให้พวกมันกลัว
ลู่เฉินเอามือแตะหน้าผากของคู่ต่อสู้ด้วยมือข้างเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังกลืนพลังยุทธ์ของอีกฝ่ายเข้าไป
เช่นนั้นเม็ดยาหยางเม็ดที่แปด ‘เม็ดยาอสูร’ ของลู่เฉินก็เริ่มหลอมรวมเช่นกัน
“พอดีเลย จะได้ใช้หลอมรวมเม็ดยาอสูรที่แปด!” ลู่เฉินเห็นเช่นนี้ก็แอบมีความสุขเล็ก ๆ ในขณะเดียวกันก็มองไปที่ ‘เม็ดยาภาชนะ’ ที่เจ็ด แต่แค่นี้ยังไม่พอ เขาจึงทำได้เพียงทิ้งไว้ก่อน จากนั้นก็กำหนดเป้าหมายเป็นหมาป่าเหมันต์สงัดพวกนี้
หมาป่าเหมันต์สงัดเหล่านี้ได้รับอิทธิพลของเม็ดยาจนคุ้มคลั่ง วิ่งหนีอย่างไม่มีสติ ทว่าลู่เฉินสามารถรั้งพวกมันไว้ได้ ก่อนจะจัดการสังหารทีละตัว
ฉากนี้ทำให้ฟาเทียนอ้าปากค้าง “น่ากลัวไปแล้ว!”
หานลั่วสุ่ยก็ตกตะลึงเช่นกัน “ผู้อาวุโสน่ากลัวจริง ๆ!”
ผู้ที่มองอยู่ตรงนั้นอย่างผู้อาวุโสกระดูกก็ตกตะลึง “เป็นแบบนี้ได้อย่างไร?”
นักบุญหญิงที่อยู่ในความมืดโกรธเกรี้ยว นางตวาดลั่น “ปล่อยราชาหมาป่าเหมันต์สงัดออกมา!”
“คิดจะปล่อยมันจริง ๆ หรือ?” ผู้อาวุโสกระดูกรู้สึกกลัวเมื่อนึกถึงความน่ากลัวของสิ่งนั้น
“ปล่อย!”
“ขอรับ!” ผู้อาวุโสกระดูกหยิบแผ่นป้ายสีโลหิตออกมาวางลงบนพื้น แล้วบริกรรมคาถาพึมพำอยู่ในปาก
ครู่ต่อมาพื้นโดยรอบก็สั่นสะเทือน
ฟาเทียนพลันตื่นตระหนก “เกิดอันใดขึ้น?”
หานลั่วสุ่ยรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกจากพื้นดิน “มีบางอย่างต้องการจะโผล่ขึ้นมาจากพื้น!”
“อันใดนะ?!” ฟาเทียนตกใจเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เช่นนี้กับตา