ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 486 สัตว์ร้ายศักดิ์สิทธิ์หนึ่งดาวที่หยิ่งยโส!
บทที่ 486 สัตว์ร้ายศักดิ์สิทธิ์หนึ่งดาวที่หยิ่งยโส!
ทุกคนต่างคิดว่าฉีเหยียนจะสามารถหลบเลี่ยงศรนั้นได้อย่างง่ายดาย
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนคิดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้น
ศรนั้นได้ย้อนกลับมากลางอากาศ และโจมตีด้านหลังของฉีเหยียน
ตู้ม!
ร่างของฉีเหยียนถูกโจมตี พลันเกิดเลือดไหลออกมาจากหลายจุดทั่วร่างกายในทันที
ทุกคนต่างตกตะลึงขึ้นมา เหล่าทหารยามยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น
ฉีเหยียนมีสีหน้าไม่ดีนัก โดยเฉพาะเมื่อเห็นรูขนาดใหญ่บนร่างกายของตนนั้น เขากล่าวว่า “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“ฆ่าข้าหรือ? แค่เจ้านั้นยังไม่พอ!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองฉีเหยียน
เห็นเพียงฉีเหยียนโมโหจนดึงถุงสีแดงออกจากเอวด้วยมือเพียงข้างเดียว
ทันที่ถุงสีแดงถูกเปิดออกนั้น ควันหมอกสีแดงพลันลอยออกมา เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นก็กรีดร้องขึ้นมา บางคนยังตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “สัตว์สวรรค์ไฟเพลิง!”
เพียงไม่นาน หมอกสีแดงนี้ได้กลายเป็นม้าไฟเพลิงขนาดใหญ่ ม้านี้ตัวนี้มีปีกไฟเพลิงคู่หนึ่ง ขณะเดียวกัน บนหน้าผากนั้นยังมีเขาสีแดงเพลิงอยู่
เห็นเพียงเขานี้ส่องแสงสว่างสีแดงออกมา
หลังจากที่ทุกคนได้เห็นสัตว์สวรรค์ไฟเพลิงที่เล่าขานกันนั้น แต่ละคนจึงตกตะลึงขึ้นมา บางคนยังพูดว่า “นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หนึ่งดาวหรือไม่?”
“ใช่ ในระดับสัตว์วิญญาณนั้น นับเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว!”
เมื่อได้ยินว่าคือระดับศักดิ์สิทธิ์ ฟาเทียนก็รู้สึกสับสนขึ้นมา “สัตว์ศักดิ์สิทธิ์!”
แต่ลู่เฉินเพียงแค่ยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าเม็ดยาสัตว์ร้ายนี้ อีกไม่นานก็จะถูกเติมเต็มเสียแล้ว!”
ก่อนหน้านี้ เม็ดยาสัตว์ร้ายของเขาไม่ได้ถูกเติมเต็ม แต่ในตอนนี้เมื่อได้เห็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ เขาก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา
ฉีเหยียนไม่รู้ว่าลู่เฉินนั้นกำลังคิดสิ่งใด เขาหันไปพูดกับสัตว์วิญญาณด้วยความเคารพ “ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ รบกวนท่านเสียแล้ว!”
สัตว์สวรรค์ไฟเพลิงนั้นเหาะเหินอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องมองมายังลู่เฉิน จากนั้นก็มองไปยังฉีเหยียน “เพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่ง ต้องให้ข้าออกมา? เจ้าดูถูกข้าไปหน่อยหรือไม่?”
“ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีบางอย่างที่ท่านไม่รู้ เจ้าหนุ่มผู้นี้จัดการยากเกินไป” ฉีเหยียนพูดด้วยความลำบากใจ
“ก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งมิใช่หรือ? เพียงไฟเพลิงลูกหนึ่งของข้าก็เผาเขาได้แล้ว” สัตว์สวรรค์พูดอย่างไม่สนใจลู่เฉิน
“ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เช่นนั้นต้องรบกวนท่านเสียแล้ว”
สัตว์สวรรค์รู้สึกรำคาญใจเล็กน้อย แต่เพื่อที่จะได้รีบกลับไปพักผ่อน มันจึงปรายตามอง เขาบนหน้าผากนั้นได้ปล่อยลูกไฟเพลิงออกไป
ไฟเพลิงนั้นทรงพลังเป็นอย่างมาก เพียงไม่นานก็ลุกโชนรอบกายลู่เฉิน ราวกับว่าจะเผาเขาให้ตายไป
ส่วนผู้คนที่เฝ้ามองอยู่รอบ ๆ นั้น ขณะที่ยืนอยู่ตรงนั้น ต่างก็สัมผัสได้ว่าไฟเพลิงนั้นไม่ธรรมดา จนกระทั่งมีคนรู้สึกราวกับหายใจไม่ออก จนต้องถอยออกไปไกล
ฟาเทียนรู้สึกกังวลใจขึ้นมา
ฉีเหยียนที่อยู่บนท้องฟ้านั้นหัวเราะใส่ลู่เฉินเสียงดัง “เจ้าหนุ่ม ยอมแพ้เสียเถิด มิเช่นนั้น ไฟเพลิงของท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มากพอที่จะเผาไหม้เจ้าจนตายได้”
“ก็คือไฟเพลิงที่แตกนี้หรือ?”
“ไฟเพลิงแตก?” สัตว์สวรรค์รู้สึกสงสัยเล็กน้อย สายตาจ้องมองไปยังลู่เฉินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบว่าไฟเพลิงของตนนั้นถูกอีกฝ่ายดูดซึมซับ
นี่ทำให้สัตว์สวรรค์รู้สึกไม่เข้าใจ “เหตุใดเจ้าจึงสามารถดูดซับไฟเพลิงของข้าได้?”
“เพียงแค่สัตว์ไฟเพลิงเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่” ลู่เฉินแสยะยิ้มชั่วร้าย
เมื่อสัตว์สวรรค์เห็นเขาอวดดีเช่นนั้นก็พูดว่า “เหิมเกริมยิ่งนัก!”
เห็นเพียงความเร็วของสัตว์สวรรค์ ไม่นานก็ตกลงตรงหน้าลู่เฉิน จากนั้นลูกไฟเพลิงขนาดใหญ่ตรงหน้าก็พุ่งโจมตีเข้าใส่เขาในทันที
ถึงแม้การโจมตีนี้จะรุนแรงมากจนทำให้ลู่เฉินกระเด็นออกไป แต่กลับไม่สามารถทำลายการป้องกันของเขาได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว ขณะมองสัตว์สวรรค์ที่อยู่ไกลออกไปนั้นพลางยิ้มและเอ่ยออกมา “พลังเพียงเท่านั้น?”
ทุกคนถูก ‘ความแข็งแกร่ง’ ของลู่เฉินสะกดไว้
ฉีเหยียนที่อยู่บนอากาศนั้นกังวลใจขึ้นมา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย?”
สำหรับคำถามนี้ ทุกคนต่างก็อยากรู้ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ในขณะนั้น ดังนั้นทุกคนจึงทำได้เพียงเฝ้ามองต่อไป สัตว์สวรรค์รู้สึกว่ายังไม่พอ จึงกระโจนตัวขึ้นมาและพุ่งไปตรงหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง
ลู่เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย จากนั้นใช้ม่านกักกันสัตว์ร้าย
เมื่อสัตว์สวรรค์ไปถึงตรงหน้าชายหนุ่ม ม่านนั้นก็ปรากฏขึ้นรอบกายมัน
สัตว์สวรรค์ดิ้นรนขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง จนกลายเป็นชายหนุ่มผิวสีแดงเพลิง และจ้องมองลู่เฉินด้วยความโกรธแค้น “ตายซะ!”
เห็นเพียงมวลพลังของสัตว์สวรรค์ที่เพิ่มขึ้น จากนั้นจึงโจมตีทำลายม่านกักกันสัตว์ร้าย ขณะเดียวกันยังพุ่งไปตรงหน้าลู่เฉิน และฟาดฝ่ามือไปยัง ‘กำแพงพันชั้น’ ของเขา
เพล้ง! ทำลายกำแพงไปถึงเจ็ดร้อยชั้น
ทว่ายังคงไม่สามารถทำให้ลู่เฉินบาดเจ็บได้ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มพร้อมกล่าวคำ “พลังแข็งแกร่งนัก สามารถทำลายม่านกักกันสัตว์ร้ายได้!”
สัตว์สวรรค์รู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก และในที่สุด จักจั่นอัสนีก็ได้ปรากฏตัวและปล่อยสายฟ้าออกมา ขณะที่สัตว์สวรรค์เกิดอาการมึนงงทั้งร่างไปชั่วขณะหนึ่ง จึงรีบถอยหลังออกมาทันที และบินขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทุกคนไม่คิดว่าสัตว์สวรรค์จะหวาดกลัวจนหนีออกไป
ส่วนลู่เฉินนั้นมองไปยังสัตว์สวรรค์ด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรกัน? ไม่ลงมือต่อหรือ?”
แต่ไหนแต่ไรสัตว์สวรรค์ไม่เคยพบเจอเจ้าหนุ่มประหลาดเช่นนี้ ฉีเหยียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งพลันพูดด้วยความร้อนใจขึ้นมา “ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ท่านสามารถจัดการได้หรือไม่?”
“แน่นอน!” เพื่อรักษาหน้าของตนไว้นั้น มันจึงเริ่มสะสมพลังกลางอากาศ จากนั้นบนท้องฟ้าก็เกิดไฟเพลิงสว่างขึ้นมา
ผู้คนที่มองดูอยู่นั้นต่างแปลกใจว่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้คิดจะทำสิ่งใด
จนกระทั่งบนท้องฟ้านั้นได้หลอมลูกไฟเพลิงขนาดใหญ่ออกมาลูกหนึ่ง และขณะที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า ยังทำให้บริเวณท้องฟ้ารอบ ๆ กลายเป็นสีแดงขึ้นมา
ภาพดังกล่าวทำให้ทุกคนพลันตกตะลึงจนเบิกตากว้างขึ้นมา
ลู่เฉินก็รู้สึกเหนือความคาดหมายเช่นกัน “พลังของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้ นับว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
แต่เขาได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว เมื่อสัตว์สวรรค์โจมตีลงมาในขณะนั้น เขาก็เปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ออกมา
กำแพงแปดร้อยชั้นถูกทำลายลงไปในทันที
ขณะเดียวกัน บริเวณที่ลู่เฉินยืนอยู่นั้นเกิดรอยแตกขึ้นรอบด้าน จากนั้นเสียง ‘ตู้ม!’ ที่เกิดขึ้นก็ทำให้พื้นดินรอบ ๆ ทรุดตัวลงไปทันที เห็นได้ชัดว่าพลังของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก จนสามารถทำให้พื้นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ ได้เพียงนี้
แต่เมื่อทุกคนยังเห็นท่าทีที่ไม่เป็นอะไรของลู่เฉิน แต่ละคนก็พลันสับสนงุนงนขึ้นมา
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังนำธนูเงามารออกมา และยังพูดกับแมวมารมายาด้วยรอยยิ้ม “มา มอบไอมารให้ข้าอีกหน่อย!”
“ไม่มีปัญหา” แมวมารมายามอบไอมารให้ชายหนุ่ม
ศรดอกหนึ่งหลอมรวมอย่างรวดเร็ว และยังมีความแข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่อยู่มาก
สัตว์สวรรค์ไม่สนใจ แต่ฉีเหยียนกลับเอ่ยเตือนขึ้นมา “ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ศรนั่นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก”
“เพียงผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่ง จะแข็งแกร่งเพียงใดกัน?” อีกฝ่ายยังคงพูดด้วยท่าทางไม่แยแส
เมื่อฉีเหยียนเห็นว่าสัตว์สวรรค์ไม่สนใจ เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรมากนัก ทำได้เพียงเฝ้ามองดู โดยเฉพาะเมื่อเห็นศรนั่นทวีความน่ากลัวขึ้นมากกว่าเมื่อครู่แล้ว ภายในใจของเขารู้สึกกังวลขึ้นมา “เหตุใดจึงแข็งแกร่งขึ้นได้?”
ส่วนสัตว์สวรรค์นั้นยังคงตะคอกออกมา “มัวลังเลอันใดกัน? เข้ามาเถิด!”
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “มาแล้ว!”
ศรดอกหนึ่งพุ่งออกไป ฟิ้ว!
สัตว์สวรรค์ยิ้มเย็นชา “ดูสิ!”
เห็นเพียงสัตว์สวรรค์ขยับเพียงเล็กน้อย หลบเลี่ยงได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงพูดขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ “เห็นหรือไม่?”
แต่ยังไม่ทันได้หยุด ศรนั้นก็พุ่งกลับมา สัตว์สวรรค์จึงหลบเลี่ยงอีกครั้ง “สามารถย้อนกลับมาได้จริง ๆ!”
ลู่เฉินยิ้มออกมา จากนั้นศรนั้นก็กลับมาอีกครั้ง
สัตว์สวรรค์รู้สึกสับสนขึ้นมา แต่ทำได้เพียงหลบเลี่ยงอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ทำให้สัตว์สวรรค์คิดไม่ถึงก็คือ ลู่เฉินหลอมรวมศรอีกดอกหนึ่ง จากนั้นจึงยิงออกไปอีกครั้ง
ในตอนแรกนั้น สัตว์สวรรค์ยังคงหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย
แต่เมื่อศรของลู่เฉินพุ่งออกไปเรื่อย ๆ ทีละดอกนั้น เพียงไม่นานทั่วท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยศรเหล่านั้น สัตว์สวรรค์พลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที