ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 487 พบคนเก่าแก่ที่คุ้นเคย
บทที่ 487 พบคนเก่าแก่ที่คุ้นเคย
ทุกคนรู้สึกสับสนขึ้นมา
เห็นเพียงสัตว์สวรรค์ไร้ซึ่งที่หลบซ่อนในที่สุด คิดจะโจมตีศรเหล่านั้น แต่ศรเหล่านี้ก็ราวกับมีสายตาที่แหลมคม ทุกคนที่คิดจะโจมตีศรเหล่านี้ มันก็สามารถหลบเลี่ยงได้ตลอด
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงยิ่งขึ้นก็คือ เมื่อสัตว์สวรรค์เปิดม่านไฟเพลิงเพื่อป้องกันตนเองนั้น ศรเหล่านั้นก็ ‘รุม’ เข้าไปทันที
ศรเหล่านี้ค่อย ๆ แทงทะลุม่านป้องกัน และโจมตีไปบนร่างของสัตว์สวรรค์
เห็นเพียงบนร่างของสัตว์สวรรค์เต็มไปด้วยรูพรุนทั่วร่างกาย มันหวาดกลัวจนตะโกนไปยังฉีเหยียน “มัวอึ้งอันใด หนีสิ!”
ฉีเหยียนรู้สึกหวาดกลัว ถือโอกาสขณะที่ลู่เฉินยังไม่ได้ปล่อยศรออกมาอีกครั้งหนีออกไปพร้อมกับสัตว์สวรรค์ และพุ่งตัวไปบนท้องฟ้าทันที จากนั้นจึงออกจากตอนเหนือไป
“น่าเสียดายนัก” เมื่อลู่เฉินเห็นว่าไม่สามารถซึมซับสัตว์วิญญาณที่ดีเช่นนี้ได้ก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา
ฟาเทียนกลับพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “ผู้อาวุโส สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ถูกท่านทำร้ายจนกลายเป็นเช่นนี้ ท่านช่างคาดไม่ถึงเสียจริง!”
ลู่เฉิยเผยรอยยิ้มออกมาแล้วเก็บธนู จากนั้นเดินไปด้านข้างของสะพาน เหล่าทหารยามที่ลาดตระเวนอยู่ต่างก็ไม่กล้าก้าวขึ้นมาด้านหน้า จนดูเหมือนนกที่หวาดกลัว ได้แต่ซ่อนตัวมองดูอยู่ในมุมมืด
จนกระทั่งลู่เฉินเดินข้ามสะพานไป หมุนตัวกลับไปมองพวกเขา คนเหล่านั้นหวาดกลัวจนรีบหมุนตัวกลับทันที ทำราวกับว่าไม่เห็นใด ๆ ทั้งสิ้น
เมื่อฟาเทียนเห็นภาพดังกล่าวก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ผู้อาวุโส ท่านดูคนเหล่านั้น”
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงเดินตรงไปด้านหน้า
ผู้คนที่เฝ้ามองดูอยู่เหล่านั้นกำลังชี้นิ้วและถกเถียงกัน ส่วนทหารยามนั้นต่างก็รู้สึกหดหู่ใจกันเป็นอย่างมาก จนในที่สุดต้องยอมปลดป้ายประกาศนั้นลงมา
…
สัตว์สวรรค์และฉีเหยียนหนีออกมาไกลจนมาถึงเมืองแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ด้านนอกของเมืองเต็มไปด้วยหิมะ และภายในเมืองมีค่ายกลอยู่ ดังนั้นทำให้ภายในเมืองไม่มีแม้แต่เกล็ดหิมะ
แต่สัตว์สวรรค์ได้รับบาดเจ็บสาหัส และกลับเข้าไปภายในถุงผ้าของฉีเหยียน ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้าต้องหาวิธีรักษาข้าโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้น ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ฉีเหยียนก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ตอนนี้ยังไม่มีวิธีใด ทำได้เพียงพูดขึ้นมา “ไปยังหอรักษาสัตว์ ข้ารู้จักปรมาจารย์ผู้เก่งกาจท่านหนึ่ง เขาจะช่วยรักษาบาดแผลของท่านได้!”
“เช่นนั้นทำไมยังไม่รีบไปกัน?” สัตว์สวรรค์พูดขึ้นมาด้วยความโกรธเคือง
ฉีเหยียนขานรับ ทำได้เพียงรีบเดินทางออกไปทันที แต่ขณะที่กำลังเดินทางนั้น เขากลับพูดขึ้นมาด้วยความหดหู่ “ท่านสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ หรือจะไม่มีวิธีใดที่จะกำจัดเจ้าหนุ่มผู้นั้นได้?”
“รักษาบาดแผลเสียก่อน เรื่องอื่นค่อนว่ากัน” สัตว์สวรรค์พูดด้วยน้ำเสียงโมโห
ฉีเหยียนทำได้เพียงไม่พูดใด ๆ แต่ภายในใจนั้นร้อนรุ่มเป็นอย่างมาก
…
ลู่เฉินเดินอยู่ท่ามกลางหิมะมาได้ระยะหนึ่ง เมื่อเห็นเมืองแห่งหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า ก็เอ่ยถามฟาเทียนขึ้นมา “เจ้ารู้เกี่ยวกับตอนเหนือของแดนทักษิณาหรือไม่?”
“ตอนเหนือแดนทักษิณานั้นกว้างใหญ่นัก และรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยหิมะ ดังนั้นสามารถหลงทางได้ง่ายมาก!” ฟาเทียนส่ายศีรษะพลางอธิบายออกมา
“นี่เป็นครั้งที่สอง” ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น
ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจ “ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าได้ทำข้อตกลงกับราชาหมาป่าเหมันต์สงัด”
“ว่าอย่างไรนะ?” ฟาเทียนรู้สึกตกใจขึ้นมา
ลู่เฉินจึงอธิบายออกมา “ตอนที่ข้ายังไม่ได้มายังตอนเหนือของแดนทักษิณานี้ ข้าสัมผัสได้ถึงทิศทางของมัน แต่เมื่อมาถึงท่ามกลางหิมะแล้ว ความรู้สึกในการสัมผัสทิศทางนั้นกลับหายไป”
ฟาเทียนจึงเอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่า ตอนเหนือของแดนทักษิณานี้จะส่งผลต่อการรับรู้”
“ส่งผลต่อการรับรู้?”
“ใช่ ในตอนเหนือแดนทักษิณานี้ หากห่างออกมาไกลระยะหนึ่ง ไม่ว่าสมบัติวิญญาณใดหรือข้อตกลงใดของสัตว์ร้ายนั้นจะสูญเสียการติดต่อกับเจ้าของ แต่เพราะเหตุใดนั้น ไม่มีผู้ใดทราบได้” ฟาเทียนพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ
เมื่อลู่เฉินเข้าใจดังนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้น พวกเราเข้าไปในเมืองเพื่อนำแผนที่มาเสียก่อน จากนั้นค่อยดูว่าราชาหมาป่าเหมันต์สงัดนั้นอยู่ที่ใดกัน”
เมื่อฟาเทียนขานรับ ก็เดินนำลู่เฉินเข้าไปภายในเมืองด้านหน้า
…
เมืองเทียนเสวี่ย ตัวหนังสือสามตัวขนาดใหญ่ ถูกติดไว้บนเมือง บริเวณรอบ ๆ มีค่ายกล ทำให้ภายในค่ายกลนั้นไร้ซึ่งเกล็ดหิมะ
เมื่อลู่เฉินและฟาเทียนมาถึงที่นี่ ทหารยามเหล่านั้นจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หวาดกลัวจนกระจายตัวออกไป เห็นได้ชัดว่าพวกเขาดูเหมือนจะรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ฟาเทียนยิ้มพลางเอ่ยออกมา “ผู้อาวุโส ท่านดูนั่น คนเหล่านั้น”
“คนเหล่านี้ ชอบที่จะรังแกคนอ่อนแอและหวาดกลัวผู้แข็งแกร่ง” ลู่เฉินพูดจบก็ไม่ได้สนใจพวกเขา เพียงเดินตรงเข้าเมืองไป
ภายในเมืองมีความครึกครื้นเป็นอย่างมาก มีข้าวของขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะสิ่งของเกี่ยวกับสัตว์ร้ายบางชนิดนั้นมีอยู่มากที่สุด
อย่างเช่น เลือดของสัตว์ปีศาจ กระดูกของสัตว์ปีศาจ และอื่น ๆ
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ใช้ในการหลอมยา ปรุงยา รวมทั้งหลอมอาวุธ ดังนั้นผู้ฝึกตนจากหลาย ๆ ที่ มักจะมาที่นี่เพื่อหาซื้อมัน ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังเป็นเมืองแรกทางตอนเหนือของแดนทักษิณา ดังนั้นรอบ ๆ นี้จึงมีความคึกคักเป็นอย่างมาก
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังเห็นสิ่งที่น่าสนใจบางอย่าง นั่นก็คือ ที่นี่ยังมีรายการล่าสัตว์อยู่ในหลาย ๆ สถานที่
รายการล่าสัตว์ที่เรียกกันนั้น เพียงแค่ล่าสัตว์ที่กำหนดได้ แล้วนำไปมอบให้แก่ร้านค้าที่เป็นผู้ออกคำสั่ง ร้านค้านั้นก็จะมอบรางวัลให้ เปรียบเสมือนนักล่าเงินรางวัล
ดังนั้น จึงมีการฝึกฝนตนมากมายเพื่อเป็นนักล่ารางวัลสำหรับร้านค้าบางแห่ง
และในขณะนั้นเอง ฟาเทียนก็ชี้ไปยังร้านขายของด้านหน้าพลางพูดขึ้นมา “ผู้อาวุโส ที่นั่นน่าจะมีขาย”
ลู่เฉินมองไปยังร้านขายของดังกล่าว และเกิดความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะเดินไปพร้อมกับฟาเทียน และเมื่อลู่เฉินและฟาเทียนเดินเข้าไปนั้นก็ได้พบกับคนที่คุ้นเคยคนหนึ่ง
เถ้าแก่ผมขาวตาเดียวแห่งหอหมื่นสรรพสิ่ง
ครั้งแรกที่ลู่เฉินไปยังแดนวิญญาณ เคยมีโอกาสได้พบที่ร้านขายของที่นั่น
เพียงแค่คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะบังเอิญพบที่นี่ได้ ดังนั้นทั้งสองจึงจ้องกันอยู่ครู่หนึ่ง เถ้าแก่ตาเดียวยิ้มพลางพูดขึ้นมา “ศิษย์น้อง พวกเราช่างมีวาสนาต่อกันเสียจริง!”
“หอหมื่นสรรพสิ่ง ข้าคิดอยู่ว่าเหตุใดจึงรู้สึกคุ้นเคยเช่นนี้” ลู่เฉินแสยะยิ้มออกมา
เถ้าแก่ตาเดียวฉีกยิ้ม “หลังจากเอ่ยลากันครั้งนั้น ข้าก็ไม่เคยลืมเจ้าอีกเลย”
“อย่าบอกข้าว่าเพราะเจ้าคิดถึงข้ามาก ดังนั้นจึงมาเฝ้ารอข้ายังเมืองเทียนเสวี่ยเป็นพิเศษ” ลู่เฉินรู้สึกว่าไม่ธรรมดาเสียแล้ว
“ข้าคงไม่มีความสามารถทำนายอันใดเช่นนั้นได้” เถ้าแก่ตาเดียวแสยะยิ้ม
“โอ้? เช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่?”
“หอหมื่นสรรพสิ่งมีสาขาอยู่หลาย ๆ พื้นที่ ส่วนข้านั้นอยู่ในแดนวิญญาณมานานแล้ว อยากไปดูสถานที่อื่น ๆ บ้าง และหิมะทางตอนเหนือของแดนทักษิณานั้นก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ข้ามาที่นี่ เพียงแค่คิดไม่ถึงว่าจะพบเจ้าที่นี่ได้” เถ้าแก่ตาเดียวยิ้มอย่างมีเลศนัยพลางพูดออกมา
ลู่เฉินยิ้มรับ “เช่นนั้น ข้าก็มีบางอย่างเกี่ยวกับเจ้าพอดี”
“ว่ามาเถิด หนึ่งชิ้นข้าลดราคาให้” เถ้าแก่ตาเดียวพูดด้วยรอยยิ้ม
ฟาเทียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งจำเถ้าแก่ตรงหน้าผู้นี้ได้เช่นกัน เพราะเคยอยู่ในแดนวิญญาณมาก่อน ดังนั้นเมื่อลู่เฉินได้คุยเสร็จเรียบร้อย ฟาเทียนจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “ลดแล้วก็ยังราคาสูงอยู่”
“หลวงจีน หอหมื่นสรรพสิ่งของข้าลดได้เพียงเท่านี้ เพราะเป็นของชิ้นใหญ่ทั้งนั้น” เถ้าแก่ตาเดียวพูดติดตลก
“ยังราคาสูงอยู่นัก”
เถ้าแก่ตาเดียวส่ายศีรษะพลางยิ้มออกมา “เจ้าหลวงจีน ยังไม่พูดออกมาว่าเป็นสิ่งใดก็เอาแต่ต่อรองราคากับข้าเสียแล้ว เจ้าควรให้ข้าทำเช่นไรกันเล่า?”
“เพียงแค่แผนที่ฉบับหนึ่งเท่านั้น” ฟาเทียนพูดขึ้นมา
“แผนที่ แผนที่ใดกัน?”
“แผนที่ของตอนเหนือแดนทักษิณา” ฟาเทียนตอบกลับ
“สิ่งนี้ มอบให้พวกเจ้าก็ยังได้” เมื่อถ้าแก่ตาเดียวพูดจบ ก็นำกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กออกมาจากลิ้นชักและมอบให้ลู่เฉิน
ฟาเทียนยิ้มพลางพูดขึ้นมา “ไม่ต้องใช้เงินจริงหรือ?”
“แน่นอน ข้าเคยโกหกเมื่อไหร่กัน?” เถ้าแก่ตาเดียวยิ้มเจื่อน
ฟาเทียนเปิดดูด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเมื่อมองดูแล้วก็มองไปยังลู่เฉิน “ผู้อาวุโส ท่านดู มันเป็นแผนที่จริง ๆ”
ลู่เฉินมองอยู่ครู่หนึ่ง แผนที่นี้มีความละเอียดเป็นอย่างมาก และในหลาย ๆ สถานที่ ยังมีจุดสีแดงกับวงกลมสีแดงเป็นสัญลักษณ์
มันทำให้เขารู้สึกสงสัยขึ้นมา “จุดสีแดงและวงกลมสีแดงนี้แทนสิ่งใดกัน?”