ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 548 ยืมพลังของ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ มาต้านทานเคล็ดวิชาระเบิดแมลงไฟเพลิง!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 548 ยืมพลังของ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ มาต้านทานเคล็ดวิชาระเบิดแมลงไฟเพลิง!
บทที่ 548 ยืมพลังของ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ มาต้านทานเคล็ดวิชาระเบิดแมลงไฟเพลิง!
แขนและขาของซูเฟยมีขนาดใหญ่มากขึ้นและนอนราบอยู่บนพื้น บนลำตัวมีขางอกออกมามากมาย ดูราวกับแมงมุมตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
บนร่างของผู้เฒ่าเสียมีมือปรากฏออกมาจำนวนมาก และมือเหล่านี้เป็นโครงกระดูกทั้งหมด ดูแล้วแปลกประหลาดนัก
“นี่ตัวประหลาดอันใดกัน?” ฟาเทียนสูดหายใจเข้าเต็มปอด
ฉีฉีน้อยเห็นแล้วรู้สึกงุนงงขึ้นมา “นี่คือคน หรือว่าอสูร?”
ราชาหมาป่าเหมันต์สงัดหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เงาสีเขาของเสวี่ยจิ่วที่อยู่บนกำแพงยิ้มหยันพลางพูดขึ้นว่า “เก่งหรือไม่?”
“เจ้าวางไข่แมลงบางอย่างไว้ในร่างกายของพวกเขา” เพียงแวบเดียวชายหนุ่มก็สามารถดูออก
เสวี่ยจิ่วหัวเราะขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม เจ้านี่นับว่าเก่งกาจนัก แม้แต่สิ่งนี้ก็ยังรู้!”
“แต่ไข่แมลงชนิดนี้แว้งกัดพวกเขาได้ง่ายมาก ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่ไม่ใช่คน และเป็นแมลงที่ไม่ใช่แมลง” ลู่เฉินกล่าว
เสวี่ยจิ่วกลับยิ้มประหลาดและพูดด้วยความพึงพอใจว่า “ข้าก็ต้องการให้พวกเขาเป็นคนที่ไม่ใช่คน แมลงก็ไม่ใช่แมลง เพื่อที่จะสามารถระเบิดพลังที่แข็งแกร่งออกมาได้”
“เช่นนั้น เจ้าอาจจะผิดหวังเสียแล้ว” ลู่เฉินมองเสวี่ยจิ่วด้วยรอยยิ้ม
“ผิดหวัง? เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้หรือไม่ มนุษย์แมลงทั้งสองที่ข้าเลี้ยงมานั้นแข็งแกร่งเพียงใด?” เมื่อเสวี่ยจิ่วเห็นว่าชายหนุ่มนั้นกล้าพูดจาดูถูกตน เขากลับเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา
ลู่เฉินมองไปยังทั้งสองคนนั้น และพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นเจ้าจงให้พวกเขาเข้ามา ข้ารับรองว่าเจ้าจะต้องเสียใจ!”
“เสียใจ? ข้าคิดว่านั่นน่าจะเป็นเจ้า!” เมื่อเสวี่ยจิ่วพูดจบ จึงให้ซูเฟยเข้าไปโจมตีอีกฝ่ายทันที
ซูเฟยพุ่งตัวออกมา จากนั้นจึงพ่นใยสีแดงเลือดออกมาจำนวนมาก และพันล้อมอีกฝ่ายไว้อย่างรวดเร็ว มันไม่ให้โอกาสชายหนุ่มหนีออกไปได้ ทำให้เขาถูกพันล้อมไว้อย่างแน่นหนา
แต่ลู่เฉินกลับฉีกยิ้มออกมา “เจ้าคิดว่าเช่นนี้จะมีประโยชน์หรือ?”
“เจ้าหนุ่ม ใยเลือดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำลายได้ยาก ทว่ายังแหลมคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นอีกไม่นาน เจ้าก็จะค่อย ๆ ถูกใยแต่ละเส้นค่อย ๆ หั่นจนขาดอยู่ภายในนี้” เสวี่ยจิ่วยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
เมื่อฟาเทียนและฉีฉีน้อยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมาทันที โดยเฉพาะฉีฉีน้อยที่คิดอยากจะเข้าไปช่วยชายหนุ่ม
แต่ชายหนุ่มกลับพูดกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าอย่าเข้ามา ข้าจัดการเองได้!”
เสวี่ยจิ่วที่ยืนอยู่ตรงนั้นฉีกยิ้ม “เจ้าหนุ่ม เจ้ายังคิดที่จะพยายามอยู่อีกหรือ?”
ลู่เฉินไม่ได้เอ่ยตอบ แต่เขากลับเปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ออกมา จากนั้นจึงปล่อยลูกไฟเพลิงทั้งเก้าชนิดออกมาล้อมรอบร่างกาย
เมื่อลูกไฟเพลิงเหล่านี้หลอมรวมกัน แม้แต่ศาสตราวุธเซียนก็สามารถเผาไหม้ได้ นับประสาอะไรกับเส้นใยเหล่านี้
ดังนั้น เส้นใยเหล่านี้จึงถูกเผาไหม้ทำลายไปภายในพริบตาเดียว
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยถอนหายใจคลายกังวลออกมา แต่เสวี่ยจิ่วกลับรู้สึกแปลกใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าใช้สมบัติวิญญาณใด? สามารถปล่อยไฟเพลิงที่แข็งแกร่งเพียงนี้ออกมาได้?”
“อยากได้สมบัติวิญญาณหรือไม่?” ลู่เฉินย้อนถาม
“เจ้าช่างบ้าบิ่นเสียจริง แต่ไม่เป็นไร ยิ่งเจ้าบ้ามากเพียงใด ข้าก็ยิ่งชอบใจ มิเช่นนั้นจะจัดการเจ้าง่ายเกินไป ข้าอาจจะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อได้” เมื่อเสวี่ยจิ่วพูดจบ จึงหันไปสั่งการซูเฟยทันที
ครั้งนี้ซูเฟยจึพ่นใยออกมาเยอะขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแสงสีแดงเลือดสว่างขึ้นมาบนเส้นใยของแมงมุมนี้ และเมื่อมองให้ดีจะเห็นได้ว่าแสงสีแดงเลือดนี้กลายเป็นแมงมุมตัวเล็กสีแดงทีละตัว
เมื่อแมงมุมตัวเล็กเหล่านี้เห็น ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน มันก็ปล่อยไฟเพลิงออกมาอย่างรุนแรง
เพล้ง!
บริเวณที่ที่ลู่เฉินอยู่นั้นเป็นไฟเพลิงทั้งสิ้น และไฟเพลิงเล่านี้มีอุณหภูมิที่สูงมาก ทำให้ ‘กำแพงพันชั้น’ แตกร้าวลงไปหลายชั้น
“นี่คือสิ่งประหลาดใดกัน?” ฟาเทียนรู้สึกประหลาดใจ
ฉีฉีน้อยพูดขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “ไฟเพลิงเหล่านี้แปลกประหลาดเกินไปเสียแล้ว”
เสวี่ยจิ่วที่อยู่ตรงนั้นยิ้มพลางเอ่ยถามลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เป็นอย่างไรบ้าง ไฟเพลิงเหล่านี้เจ้าพอใจหรือไม่?”
“เคล็ดวิชาระเบิดแมลงไฟเพลิง”
“ใช่ นับว่าเจ้ารู้เยอะจริง แต่กลับไม่รู้ว่าเจ้าจะถูกทำลายหรือไม่” เสวี่ยจิ่วพูดเยาะเย้ยขึ้นมา ราวกับว่ามั่นใจว่าลู่เฉินไม่มีวิธีที่จะต้านทานได้
ลู่เฉินแสยะยิ้มออกมา “เช่นนั้นเจ้าก็เปิดไว้เถิด!”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มจึงหลับตาลง จากนั้นจึงเกิด ‘กำแพงพันชั้น’ กลับเข้ามา เขาใช้พลังของ ‘แมลง’ และครั้งนี้เกิดกระแสน้ำวนเล็ก ๆ จำนวนมากรอบร่างกายเขา
กระแสน้ำวนเล็ก ๆ เหล่านั้น ค่อย ๆ กลืนกินไฟไปจนหมดสิ้น
เสวี่ยจิ่วพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “เจ้าใช้สมบัติวิญญาณใดอีก?”
“ไม่ใช่สมบัติวิญญาณ แต่เป็น…” ชายหนุ่มไม่ได้พูดต่อ เพราะว่านี่คือการยืมพลังของ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ มาแสดงพลังในการกลืนกิน
พลังการกลืนกินแมลง ตามชื่อของมันแล้วสามารถกลืนกินพลังของแมลงได้ และยังใช้เคล็ดวิชาแมลงได้เช่นกัน
เคล็ดวิชาระเบิดแมลงไฟเพลิงนี้คือเคล็ดวิชาแมลง
พลังของเคล็ดวิชาแมลงระดับสูงเช่นนี้ สำหรับมนุษย์นั้นอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับลู่เฉินแล้วนับเป็นเรื่องเล็ก ดังนั้นพลังนั้นเพียงไม่นานก็ถูกลู่เฉินกลืนกินไป
แต่เสวี่ยจิ่วนั้นไม่รู้ ดังนั้นเมื่อเห็นลู่เฉินพูดไปได้เพียงครึ่งเดียวแล้วไม่พูดต่อ เขาจึงสงสัย “เจ้าหนุ่ม เป็นสิ่งใดกัน? พูดให้ชัดเจนได้หรือไม่?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้!”
ชายหนุ่มพูดจบจึงกางมือทั้งสองออก กระแสน้ำวนเล็ก ๆ บนร่างกายนั้นพลันมีขนาดใหญ่ขึ้น และซูเฟยก็ถูกลู่เฉินดูดเข้าไปทันที
ซูเฟยคิดจะต้านทานไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอในการต้านทานได้ เขาจึงถูกลู่เฉินดูดเข้าไป ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งจับแขนของอีกฝ่ายไว้ จากนั้นจึงใช้ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ กลืนกินขั้นพลังของอีกฝ่ายเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ นี้ จะถูกเติมเต็ม แต่ลู่เฉินยังสามารถใช้มันกลืนกินพลังของแมลงได้
ดังนั้นพลังของแมลงในร่างของซูเฟยเหล่านั้นย่อมลดลง และซูเฟยก็ค่อย ๆ ได้สติขึ้นมา และเมื่อเห็นลู่เฉินในขณะนั้น เขาก็ตกตะลึงขึ้นมาจนหน้าเปลี่ยนสี
แต่ชายหนุ่มไม่ให้โอกาสเขาได้หนีไป ใช้กระบี่สยบเก้าทิศแทงทะลุผ่านวิญญาณจุดตันเถียนของอีกฝ่ายโดยตรง
ซูเฟยได้รับผลกระทบจากแมลง ทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกระบี่นี้จึงไม่มีแรงมากพอที่จะตอบโต้ได้ เขาทำได้เพียงมองลู่เฉินทำลายจิตวิญญาณของตน และยังถูกอีกฝ่ายดูดเอาวิญญาณเข้าไปไว้ภายในกู่ฉินเพลิงโบราณ
ฟาเทียนที่อยู่อีกด้านหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “ผู้อาวุโสช่างเก่งกาจนัก!”
ฉีฉีน้อยจ้องมองด้วยอาการตกตะลึง “ศิษย์พี่ ช่างไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้จริง ๆ!”
“ใช่!” ฟาเทียนติดตามลู่เฉินมานาน จึงคุ้นชินกับเรื่องเช่นนี้แล้ว
เสวี่ยจิ่วมีท่าทางเคร่งขรึมขึ้นมา “ดูเหมือนว่าต้องให้อีกคนไปเล่นกับเจ้าเสียแล้ว!”
พริบตาต่อมา ผู้เฒ่าเสียที่เต็มไปด้วยหนวดกระดูกทั่วทั้งร่างกาย จู่ ๆ ก็มาอยู่ด้านหน้าลู่เฉินด้วยความเร็วสูง เมื่อปรากฏตัวออกมาก็มีหนวดจำนวนมากได้กลายเป็นมีดกระดูก ค่อย ๆ ฟันไปยังลู่เฉิน
‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน ต้านได้เพียงครู่หนึ่งก็แทบจะพังทลายไปทั้งหมด ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงใช้พลัง ‘เม็ดยาหมื่นแมลง’ อีกครั้ง
แต่การโจมตีของผู้เฒ่าเสียนั้นมีความเร็วสูงมาก เขาไม่ปล่อยโอกาสให้ลู่เฉินจับเขาหรือเผชิญหน้ากับเขาได้ ดังนั้นลู่เฉินจึงไม่สามารถกลืนกินพลังของเขาได้ และทำได้เพียงค่อย ๆ ต้านทานการโจมตีของอีกฝ่าย
“ตอนนี้รู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าแล้วหรือไม่” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายต้านทานไว้ตลอด แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้ใด ๆ เสวี่ยจิ่วจึงหัวเราะลั่น
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “เช่นนั้น เจ้าคงจะประมาทไปเสียแล้ว!”
“ประมาท?” เสวี่ยจิ่วไม่รู้ว่าชายหนุ่มหมายความว่าอย่างไร
ทว่าพริบตาต่อมา จักจั่นอัสนีก็ปรากฏตัวออกมา และปล่อยสายฟ้าออกไปโจมตีผู้เฒ่าเสียทันที ขณะเดียวกัน ตั๊กแตนตำข้าวแขนทองก็ปล่อยกระบี่ทองออกไป ทำให้ผู้เฒ่าเสียเกิดบาดแผลบนร่างกายหลายจุด
เสวี่ยจิ่วตะโกนขึ้นมาว่า “กล้าเล่นเจ้าเล่ห์กับข้าหรือ?!”
“นี่เรียกว่าเจ้าเล่ห์หรือ?” ลู่เฉินยิ้มประหลาด
“ตอนนี้ข้าจะตัวต่อตัวกับเจ้า! ไม่ใช่สองรุมหนึ่ง! แต่เจ้ากลับทำลายกฎ เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว!” เสวี่ยจิ่วพูดจบก็เกิดไอความเย็นขึ้นรอบกายทันที จากนั้นรอบ ๆ จึงเกิดเสียงฝีเท้าดังขึ้น
ฟาเทียนและคนอื่น ๆ มองไปรอบ ๆ ทันที แต่ไม่ว่าอย่างไรรอบด้านก็ถูกกำแพงขวางไว้ จึงไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ด้านนอกกำแพงได้
ด้วยเหตุนี้ ฟาเทียนจึงถามขึ้นมาด้วยความประหม่า “นี่คือเสียงฝีเท้าใดกัน?”