ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 563 กลุ่มอสูรปีศาจที่น่ากลัวตกลงมาจากฟากฟ้า
บทที่ 563 กลุ่มอสูรปีศาจที่น่ากลัวตกลงมาจากฟากฟ้า
ผู้คนที่ดูอยู่ในบริเวณนั้นต่างก็อยากรู้ว่าอวี่ซานเส้าผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยจึงเตรียมตัว มีเพียงลู่เฉินที่ยังคงนิ่งสงบ ราวกับว่าเรื่องใดก็ไม่สามารถส่งผลกระทบกับตนได้
ส่วนอวี่ซานเส้านั้นได้มอบขวดใส่วิญญาณของหยวนเส่าชิงให้ประมาจารย์สยบมารผู้นั้น “ถือไว้ ข้าจะไปพบเขาเสียหน่อย”
“ระวัง เจ้าหนุ่มผู้นี้ดูท่าทางไม่ธรรมดา” ปรมาจารย์สยบมารราวกับดูบางอย่างออก จึงหันไปเอ่ยเตือนอวี่ซานเส้า
อวี่ซานเส้าไม่สนใจ “เพียงแค่เจ้าหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อันใด!”
ด้านหลังอวี่ซานเส้ามีปีกสีขาวสว่างออกมา จากนั้นอวี่ซานเส้าก็รวดเร็วขึ้นเป็นอย่างมาก เพียงพริบตาก็ไปถึงด้านหลังลู่เฉิน และในมือยังมีทวนสีน้ำตาลที่แหลมคมเล่มหนึ่งปรากฏออกมา
ความเร็วนี้ทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็ตกตะลึง
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยตอบโต้กลับทันที แต่ก็ช้าไป เพราะทวนนั้นได้แทงไปยังลู่เฉินแล้ว แต่ ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินสามารถต้านทานไว้ได้อย่างง่ายดาย
“อันใดกัน?” ทุกคนอ้าปากค้าง
โดยเฉพาะอวี่ซานเส้าที่เบิกตากว้าง “นี่มันอันใดกัน?”
ลู่เฉินยิ้ม “ข้าก็คิดว่าพลังของเจ้าจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่ดูเหมือนจะไม่เกินขั้นแปลงเซียนระดับสมบูรณ์พร้อม!”
“ข้าเป็นระดับสมบูรณ์พร้อม แต่ข้าไม่ใช่ขั้นแปลงเซียนธรรมดา!” อวี่ซานเส้าอธิบายออกไปทันที
“แล้วอย่างไรกัน?”
“ข้าจะฆ่าเจ้า!” อวี่ซานเส้าบันดาลโทสะ จึงใช้ทวนโจมตีไปยังลู่เฉินอย่างบ้าคลั่ง ชายหนุ่มยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้อีกฝ่ายโจมตีได้อย่างอิสระ
ภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกเหลือเชื่อ
หยวนเส่าชิงที่อยู่ภายในขวดนั้นรู้สึกโมโหขึ้นมา “สมควรตาย เหตุใดจึงไม่สามารถทำลายการป้องกันของเขาได้?”
ปรมาจารย์สยบมารที่อยู่ภายใต้หน้ากากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไม่ใช่คนธรรมดา”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“การป้องกันของเขานั้นแข็งแกร่งนัก และไม่ใช่สิ่งที่ขั้นหลอมแก่นแท้ควรจะมี” ปรมาจารย์สยบมารพูดถึงปัญหาที่อยู่ภายในใจของตน
“เรื่องนี้ข้าก็อยากรู้เช่นกัน แต่ตอนนี้ พวกเราควรจะทำลายเขาเช่นไร?” หยวนเส่าชิงย่อมรู้ดีว่าการป้องการของลู่เฉินนั้นแข็งแกร่ง มิเช่นนั้น ตนคงไม่ถูกอีกฝ่ายทำร้ายจนไร้กายเนื้อเช่นนี้
ปรมาจารย์สยบมารครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่า จะต้องเรียกฝูงอสูรออกมา”
“เจ้าคิดจะเรียกที่นี่หรือ?” หยวนเส่าชิงรู้สึกสงสัย
ปรมาจารย์สยบมารพยักหน้า “อืม ข้าต้องการพวกมันที่นี่!”
“แต่ที่นี่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าหากปล่อยฝูงอสูรปีศาจออกมา เกรงว่าคนที่นี่อาจจะ…” หยวนเส่าชิงพูดขึ้นมาด้วยความกังวล
“เจ้ายังสนใจความเป็นความตายของคนเหล่านี้อยู่อีกหรือ?” ปรมาจารย์สยมมารย้อนถาม
“ข้าไม่ได้สนใจ แต่หากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป อาจส่งผลกระทบต่อพันธมิตรกำจัดมารได้ ในเมื่อวัตถุประสงค์ของพันธมิตรกำจัดมารคือกำจัดมาร!” หยวนเส่าชิงพูดด้วยท่าทางจริงจัง
ปรมาจารย์สยบมารเผยรอยยิ้มเย็นชา “การเสียสละคนเพียงไม่กี่คน แต่สามารถจับเจ้าหนุ่มผู้นี้ได้นั้น ไม่ดีอย่างนั้นหรือ?”
หยวนเส่าชิงรู้สึกตื่นเต้น ปรมาจารย์สยบมารจึงพูดกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง “รีบตัดสินใจซะ มิเช่นนั้นข้าอาจจะไม่สนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้ของพวกเจ้าแล้ว”
หยวนเส่าชิงมองไปยังอวี่ซานเส้า เมื่อเห็นว่าเขายังไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายเป็นอะไรได้ จึงขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “ดูเหมือนว่าจะมีเพียงแค่วิธีนี้เท่านั้นแล้ว”
“หมายความว่า ตัดสินใจแล้ว?”
“ใช่!” หยวนเส่าชิงขานรับ
“ได้ เช่นนั้นข้าจะเริ่มลงมือ” เมื่อปรมาจารย์สยบมารพูดจบ จึงนำธงสีดำออกมา แล้วสะบัดมัน จากนั้นท้องฟ้าจึงเริ่มมีเมฆสีดำปกคลุม
ทุกคนต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น ส่วนศิษย์ของพันธมิตรกำจัดมาร แต่ละคนล้วนตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน “ฝูงอสูรจะมาอย่างนั้นหรือ?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น!”
“ถอย!” ศิษย์ของพันธมิตรกำจัดมารต่างกระจายตัวออกไปจากบริเวณโดยรอบ ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ส่วนอวี่ซานเส้า เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ราวกับรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องใดขึ้น จึงเบิกตากว้างจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เจ้าจบเห่แน่!”
พูดจบ อวี่ซานเส้าจึงถอยออกไปยืนด้านของของปรมาจารย์สยบมาร
และในขณะนั้นเอง ท่ามกลางเมฆสีดำ ได้มีอสูรปีศาจวิ่งออกมามากมาย และแววตาของอสูรปีศาจเหล่านี้ยังเป็นสีแดง
นอกจากนี้ เพียงไม่นานพวกอสูรปีศาจก็ตกลงมาจากท้องฟ้า จากนั้นก็ตกกระทบลงบนหลังคา ทำให้หลังคาพังเสียหายไปไม่น้อย
บางคนยังไม่ทันที่จะได้วิ่งหนีก็ถูกอสูรปีศาจบางส่วนกลืนกินลงไปแล้ว
อสูรปีศาจเหล่านี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และคนเหล่านั้นไม่มีพลังมากพอที่จะต้านทานมันได้
เมื่อฟาเทียนเห็นเช่นนั้นก็ตกตะลึง “พวกเจ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
หยวนเส่าชิงตะโกนกลับมา “ถ้าจะโทษก็ต้องโทษพวกเจ้า!”
“ไม่คิดว่าพวกเจ้าพันธมิตรกำจัดมารจะเป็นคนเช่นนี้!” ฟาเทียนร้อนใจขึ้นมา
ไม่เพียงแค่ฟาเทียนเท่านั้น ผู้คนที่บาดเจ็บอยู่รอบ ๆ ต่างก็ก่นด่าออกมา ยังมีบางคนตะโกนขึ้นว่า “พวกเจ้าพันธมิตรกำจัดมารทำร้ายผู้บริสุทธิ์!”
หยวนเส่าชิงตอบด้วยความมั่นใจ “หากพวกเจ้าคิดจะโทษก็ต้องโทษพวกเขา อย่ามาโทษพวกข้า!”
ทุกคนต่างก็ก่นด่าออกมาต่าง ๆ นานา ปรมาจารย์สยบมารจึงพูดออกมาเพียงสั้น ๆ ว่า “ถ้าหากพวกเจ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่ จงไสหัวออกไปซะ!”
ผู้คนที่บาดเจ็บบางส่วนหวาดกลัวจนรีบหนีออกไป
แต่อสูรปีศาจบางส่วนนั้น เห็นได้ชัดว่ากำลังบ้าคลั่ง และโจมตีโดยไม่เลือก โดยเฉพาะเมื่อเห็นคนบริเวณใกล้ ๆ ก็จะกระโจนออกไปฆ่าหรือกลืนกินทันที
นี่จึงทำให้ฟาเทียนไม่สามารถทนดูต่อไปได้ เขาพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “พันธมิตรบ้าอันใดกัน พวกเจ้านับเป็นเพชฌฆาตชัด ๆ!”
“หลวงจีน อย่ารีบร้อนใจ อีกไม่นานเจ้าก็จะตายเช่นกัน” หยวนเส่าชิงแสยะยิ้ม
ฟาเทียนพูดอย่างไม่หวาดหวั่น “มาเถิด ใครจะกลัวใครกันแน่!”
หยวนเส่าชิงเผยรอยยิ้มเย็นชา อวี่ซานเส้าจึงมองไปยังปรมาจารย์สยบมาร “รีบให้อสูรปีศาจเหล่านั้นจัดการเจ้าหนุ่มผู้นั้นซะ!”
ปรมาจารย์สยบมารขานรับ แล้วเริ่มสะบัดธงสีดำในมือ จากนั้นกลิ่นอายแปลกประหลาดจึงแผ่ออกมาจากร่างกาย อสูรปีศาจแต่ละตัวจึงพุ่งไปยังทิศทางที่ลู่เฉินอยู่ในทันที
ฉีฉีน้อยค่อย ๆ ปล่อยไอความเย็นออกมา
แต่บนร่างของอสูรปีศาจบางส่วนได้แผ่กระจายไฟเพลิง ทำให้ไอความเย็นเหล่านี้ไม่สามารถสกัดกั้นพวกมันไว้ได้
นี่จึงทำให้ฉีฉีน้อยตกตะลึง “พวกนี้เป็นอสูรปีศาจใดกัน? เหตุใดจึงน่ากลัวเพียงนี้!”
ฟาเทียนก็รู้สึกคาดไม่ถึง “หรือว่าจะน่ากลัวกว่าเจ้า?”
ฉีฉีน้อยเป็นอสูรปีศาจห้าดาว ถ้าหากจะบอกว่าอสูรปีศาจเหล่านี้น่ากลัวกว่า เช่นนั้นจะเป็นระดับใดกัน
แต่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ “จริง ๆ แล้ว อสูรปีศาจเหล่านี้ถูกทำให้บ้าคลั่ง ทำให้พลังของพวกมันเพิ่มสูงขึ้น แต่โดยพื้นฐานแล้ว พลังของพวกมันไม่แข็งแกร่งเกินไปกว่าอสูรปีศาจห้าดาว!”
“บ้าคลั่ง?” ฟาเทียนและฉีฉีน้อยแปลกใจ
ขณะนั้นเอง อสูรปีศาจเหล่านั้นจึงปิดล้อมเข้ามา ไม่ปล่อยโอกาสให้ทั้งสามหนีออกไปได้
หยวนเส่าชิงพูดขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่เจ้ายอมแพ้ตอนนี้ซะ พวกเราอาจะไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้นอสูรปีศาจเหล่านี้ได้กลืนกินพวกเจ้าลงไปแน่!”
อวี่ซานเส้าที่อยู่ตรงนั้นมองลู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา เพื่อรอให้อีกฝ่ายยอมแพ้
ประมาจารย์สยบมารจึงขยับธงต่อไป เพื่อควบคุมอสูรปีศาจเหล่านี้ ทำให้พวกมันหยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว และทำเพียงแค่ล้อมคนทั้งสามเอาไว้
จากนั้นชายหนุ่มจึงมองไปยังพวกอสูรปีศาจพลางยิ้มออกมา “แค่เพราะอสูรปีศาจเหล่านี้ก็อยากให้ข้ายอมแพ้หรือ?”
“เจ้าหนุ่ม อสูรปีศาจพวกนี้นับว่าทรงพลังยิ่งนัก” หยวนเส่าชิงข่มขู่ลู่เฉิน
“ทรงพลัง?” ลู่เฉินอดส่ายศีรษะออกมาไม่ได้ จากนั้นจึงกระจายมวลพลัง ‘อสูร’ ในร่างกายออกมา
อสูรปีศาจเหล่านั้น ราวกับว่าได้พบกับ ‘ราชันย์’ พวกมันจึงรีบถอยออกไปทันที
“เหตุใดพวกมันจึงถอยออกมา?” เมื่อหยวนเส่าชิงเห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกกังวลใจขึ้นมา
ไม่เพียงแต่หยวนเส่าชิงเท่านั้น แม้แต่ผู้คนบริเวณรอบ ๆ ต่างก็รู้สึกแปลกใจ อวี่ซานเส้าพูดขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง “เกิดอันใดขึ้น?”
ปรมจารย์สยบมารเอ่ยว่า “ขอข้าดูเสียหน่อย!”
เห็นเพียงปรมาจารย์สยบมารขยับธงต่อไป จากนั้นจึงมีแสงสีดำสว่างออกมาจากร่างกาย และแสงสีดำก็เข้าไปภายในร่างกายของอสูรปีศาจเหล่านั้นทันที