ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 571 เจ้าผู้หยิ่งยโส?
บทที่ 571 เจ้าผู้หยิ่งยโส?
ลมหิมะพลัน ‘ขยาย’ ตัว
จากกระแสพายุวนขนาดเล็กก็กลายเป็นพายุลมขนาดใหญ่ ลู่เฉินและฉีฉีน้อยถูกล้อมอยู่ในนั้น
“ผู้อาวุโส!” ฟาเทียนตกใจ
ไม่ใช่แค่ฟาเทียนเท่านั้น แต่ดวงตาของเจี่ยอันก็เบิกกว้างเช่นกัน และเขาก็พูดด้วยความงุนงงว่า “มันจบแล้ว”
อาหนิวพูดอย่างเกียจคร้านอยู่ตรงนั้นว่า “พี่ใหญ่บอกให้พวกเจ้ารอที่นี่ อย่าหนีไปไหน”
“เขาจะไม่เป็นไรหรือ?” ฟาเทียนตื่นเต้นทันที
“อืม” อาหนิวส่งเสียงตอบรับ
ฟาเทียนและเจี่ยอันถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันที แต่พวกเขาอยากรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นในลมหิมะนั้น
แต่ในขณะนั้น จู่ ๆ สถานการณ์ภายในลมหิมะก็มืดลง มองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน ทั้งสองได้แต่รออยู่ตรงนั้น
ส่วนในลมหิมะนั้น ลู่เฉินและฉีฉีน้อยได้ปรากฏตัวในที่มืดสลัว
ในพื้นที่นี้มีโลหิตหยดหนึ่งปรากฏอยู่
โลหิตเปล่งแสงสีแดงออกมา และในขณะเดียวกันก็มีวิญญาณอสูรลอยอยู่บนโลหิตนั้น
วิญญาณอสูรเปล่งแสงสีทองจาง ๆ และเมื่อตรวจสอบอย่างใกล้ชิดก็พบว่าดูเหมือนวิหคตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
“ท่านพี่ นี่คืออันใด?” ฉีฉีน้อยฟื้นคืนสติ แต่เมื่อนางเห็นแสงสีทองขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่บนหยดโลหิตตรงหน้า นางก็ถึงกับมึนงง
ชายหนุ่มมองไปที่หยดโลหิตแล้วพูดว่า “ดูเหมือนว่ามันจะเรียกหาเจ้าอีกแล้ว”
“มัน? เรียกข้าได้หรือ?” ฉีฉีน้อยไม่เข้าใจ
“เดาว่าโลหิตในร่างกายของเจ้ามีโลหิตเซียนอสูรอยู่” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างฉงนสงสัย
“โลหิตเซียนอสูร?”
“อสูรวิญญาณจำนวนมากมีโลหิตของเซียนอสูร และในสถานการณ์ปกติโลหิตเหล่านั้นจะปรากฏก็ต่อเมื่อเจ้าทะลวงระดับไปถึงขั้นเซียนอสูร แต่ยังมีสถานการณ์อื่นด้วย เช่นหยดโลหิตตรงหน้าเจ้าที่สามารถชักนำโลหิตเซียนอสูรในร่างกายของเจ้า มันทำให้เจ้ารู้สึกว่ามันกำลังเรียกหาเจ้าอยู่” ลู่เฉินอธิบาย
ฉีฉีน้อยรู้สึกมหัศจรรย์ใจมาก และนางยังรู้สึกสนิทใจกับหยดโลหิตนี้มาก ดังนั้นนางจึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหามัน
แต่ในขณะที่ขยับเข้าใกล้ วิญญาณอสูรก็ ‘ตื่นขึ้น’ ทันที
เห็นเพียงดวงตาของวิหคสีทองเปิดออกแล้วยิงลำแสงสีทองออกมากวาดไปรอบ ๆ และวิหคสีทองก็มีความสุขเมื่อเห็นฉีฉีน้อย แต่เมื่อพบกับมนุษย์มันก็ส่งเสียงอันน่าเกรงขามว่า “พวกมนุษย์ กล้ามากำเริบเสิบสานต่อหน้าข้า!?”
“ข้า?” ชายหนุ่มมองมันด้วยรอยยิ้ม
“ข้าคือเซียนอสูร วิหคยักษ์สีทอง!” อสูรตนนั้นพูดอย่างบ้าคลั่ง
ลู่เฉินกลับไม่ได้คิดจริงจังกับมันและพูดว่า “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ยังไงก็ตามกายเนื้อของเจ้าก็ถูกทำลายไปแล้ว และตอนนี้มันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่ซ่อนอยู่ในหยดโลหิตเท่านั้น”
“เจ้ากล้าดูถูกข้าหรือ?” วิหคยักษ์โกรธขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มมองดูมันพร้อมยกยิ้ม “ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า มันคือความจริง!”
“แม้ว่ามันจะเป็นความจริง ข้าก็ทำลายเจ้าได้!” หลังจากพูดจบ วิหคยักษ์ก็กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งเข้าสู่ร่างของลู่เฉิน และกระแทกพื้นที่จิตของชายหนุ่มโดยตรง จากนั้นจึงวางแผนที่จะจัดการวิญญาณของอีกฝ่าย
ฉีฉีน้อยที่อยู่ถัดจากลู่เฉินรู้สึกหวาดกลัวมาก แต่ชายหนุ่มกลับส่งยิ้มให้นาง “รอก่อน ข้าจะสอนบทเรียนที่ดีให้มันรู้ว่าใครคือราชาที่แท้จริง”
ฉีฉีน้อยกำลังสับสน
ทว่าลู่เฉินกลับหลับตาลง ในห้วงจิตสำนึกของเขานั้น วิหคยักษ์สีทองกำลังบินอยู่รอบ ๆ และความเร็วของมันก็เร็วมาก มันบินไปรอบ ๆ ที่นั่นราวกับเงาของแสงสีทอง
“เจ้าหาทางออกเจอหรือยัง?” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นและยิ้มให้กับวิหคยักษ์สีทองที่กำลังวุ่นวายอยู่
วิหคยักษ์สีทองหยุดลง จากนั้นก็จ้องไปที่ลู่เฉิน “รนหาที่ตาย!”
เห็นเพียงวิหคยักษ์สีทองกระพือปีก และลมหิมะที่รุนแรงก็ปรากฏขึ้น จากนั้นก็กระทบกับเงาวิญญาณของลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มกลับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าเสียแรงเปล่าเลย”
“เจ้า เป็นไปไม่ได้!” วิหคยักษ์สีทองตกตะลึงไปชั่วขณะ รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงโจมตีอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็เป็นเช่นเดิม และเขาไม่สามารถทำอะไรกับจิตวิญญาณของชายตรงหน้าได้
ลู่เฉินยิ้มให้กับวิหคยักษ์สีทอง “อันใดที่เป็นไปไม่ได้?”
“เจ้าเป็นมนุษย์ที่อ่อนแอ เหตุใดการโจมตีของข้าถึงทำร้ายเจ้าไม่ได้” วิหคยักษ์สีทองถามด้วยใบหน้าที่สับสน
ชายหนุ่มยิ้มและพูดว่า “เพราะจิตวิญญาณของข้าแข็งแกร่งกว่าของเจ้ามาก”
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!” วิหคยักษ์สีทองกล่าวด้วยความไม่เชื่อ
ชายหนุ่มมองมันด้วยรอยยิ้ม “แล้วเจ้าอยากเห็นความแข็งแกร่งของข้าหรือไม่เล่า?”
“เจ้ามีพลังอันใด?” วิหคยักษ์สีทองดูถูกและไม่แม้กระทั่งจะเห็นลู่เฉินอยู่ในสายตา
เมื่อเห็นท่าทางดูถูกเหยียดหยามของวิหคยักษ์สีทองแล้ว ชายหนุ่มก็ทำได้เพียงยกยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเราก็จะได้เห็นดีกัน!”
ก่อนที่วิหคยักษ์สีทองจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น รอบด้านก็มีเขตแดนสีดำปรากฏขึ้นรัดวิหคยักษ์สีทองเอาไว้ และวิหคยักษ์สีทองก็จ้องมองที่ลู่เฉินเหมือนสัตว์ประหลาด “นี่มันอันใดกัน?”
“กำแพงวิญญาณสามารถกักวิญญาณใด ๆ ก็ได้” ลู่เฉินมองดูมันพลางแสยะยิ้ม
วิหคยักษ์สีทองไม่เชื่อและยังเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้เกิดลมพายุแปลก ๆ รอบตัวเขา แต่เขาไม่สามารถทำลายกำแพงได้
ชายหนุ่มยกยิ้มและมองไปที่มันแทน “ยอมแพ้เถิด”
วิหคยักษ์สีทองโกรธมาก แต่ลู่เฉินกลับมองมันด้วยรอยยิ้ม “บอกข้าที เหตุใดเจ้าถึงอยู่เหนือหยดโลหิตอสูร ยิ่งไปกว่านั้นโลหิตอสูรนี้มีที่มาอย่างไร?
วิหคยักษ์สีทองพูดอย่างดื้อรั้นในตอนแรก “ข้าคือวิญญาณเซียนอสูร! ข้าจะไม่ตอบคำถามของเจ้า!”
“โอ้? หยิ่ง? หรือมีอันใดที่บอกไม่ได้?” ลู่เฉินยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
“ข้าเป็นวิญญาณอสูรที่สูงส่งและทรงพลัง!” วิหคยักษ์สีทองกล่าวอย่างหยิ่งยโส
“เอาล่ะ ข้าหวังว่าอีกเดี๋ยวเจ้าจะยังดื้อรั้นต่อไป”
หลังจากพูดจบ กำแพงวิญญาณก็รัดแน่นขึ้นทีละน้อย ๆ และหลังจากที่วิหคยักษ์สีทองพบว่าพลังของเขามีจำกัด เขาก็เริ่มร้อนใจและก่นด่าอยู่ในใจ “นี่มนุษย์ประเภทไหนกัน? เหตุใดถึงจัดการยากขนาดนี้!”
“จะพูดหรือไม่?” ลู่เฉินที่เห็นอีกฝ่ายงุนงงก็ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่พูด!”
“ได้ มาต่อกันเลย!”
เช่นนี้หนึ่งคนและหนึ่งอสูรจึงเผชิญหน้ากัน จนในที่สุดวิหคยักษ์สีทองก็ประนีประนอม “โลหิตอสูรนั้นเป็นโลหิตของเซียนอสูรในตำนาน แต่มันมีพลังมหาศาล ยามที่ข้าได้มันมา ข้าก็คิดจะกลืนมันเข้าไป แต่สุดท้ายกายเนื้อก็ถูกมันทำลายแล้วหมดสติไป จนกระทั่งยามที่ตื่นขึ้นมา ข้าก็มาอยู่ที่นี่ และยังอยู่ห่างจากโลหิตนี้ไม่ได้”
“เซียนอสูรในตำนาน?” ชายหนุ่มสงสัย
“อืม!”
ชายหนุ่มอยากรู้ว่ามันคือสิ่งใด เขาจึงจ้องเขม็งมองที่วิหคยักษ์สีทองแล้วคลี่ยิ้ม “เช่นนั้นพวกเรามาทำสัญญากันเถิด เจ้าจะได้ไม่โกหก”
“สัญญาหรือ? เจ้าหยุดล้อเล่นได้แล้ว!”
“ล้อเล่น?”
“ไร้สาระ ข้าเป็นวิญญาณของเซียนอสูร ถ้าข้าทำสัญญากับมนุษย์อย่างเจ้า จะไม่ทำลายวิญญาณมนุษย์ของเจ้าหรือ?” วิหคยักษ์สีทองพูดด้วยท่าทางดูถูก
ชายหนุ่มหัวเราะก็ไม่ได้ ร้องไห้ก็ไม่ออก “เจ้าดูถูกข้าหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกเจ้า แต่วิญญาณของเซียนอสูรนั้นแข็งแกร่งกว่าวิญญาณมนุษย์มาก เมื่อทำสัญญากับมนุษย์ วิญญาณมนุษย์จะไม่อาจรับไหวแล้วตายได้” วิหคยักษ์สีทองขู่
ลู่เฉินเย้ยหยันว่า “ลองดูก็รู้แล้วไม่ใช่หรือ?”
“เจ้านี่ไม่กลัวตายเลยจริง ๆ ” วิหคยักษ์สีทองมองไปที่อีกฝ่ายอย่างสงสัย
“มาเถิด!”
“ได้! ถ้าเจ้าต้องการ ข้าก็จะตอบสนองเจ้าเอง!” หลังจากวิหคยักษ์สีทองพูดจบ เขาก็ทำสัญญากับลู่เฉิน
ตอนแรกวิหคยักษ์สีทองคิดว่าตราบใดที่อีกฝ่ายถูกแว้งกัด เขาก็สามารถออกจากร่างของลู่เฉินได้
แต่สิ่งที่วิหคยักษ์สีทองไม่สามารถจินตนาการได้ก็พลันเกิดขึ้น