ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 586 ฟื้นคืนชีพจากความตาย? กลายเป็นน่าหวาดกลัวมากขึ้น!
บทที่ 586 ฟื้นคืนชีพจากความตาย? กลายเป็นน่าหวาดกลัวมากขึ้น!
“ข้า…อยู่ภายในร่างกายเจ้า” อยู่ ๆ น้ำเสียงนั้นก็หัวเราะแปลก ๆ
คุณชายฟางเอ๋อตกตะลึงจนหน้าถอดสี เพราะขั้นพลังของเขาถูกทำลายไป จึงเหลือเพียงกายเนื้อที่ไม่สามารถตอบโต้ได้ แต่ยังดีที่เขายังสามารถรักษาวิญญาณของตัวเองไว้ได้ ดังนั้นเขาจึงรีบหลับตาลงและตามหาที่มาของเสียงนั้น
“ข้าอยู่ตรงนี้ อยู่ในพื้นที่จิตของเจ้า” อีกฝ่ายหัวเราะดังลั่น
เงาวิญญาณของคุณชายฟางเอ๋อปรากฏยังพื้นที่จิต จากนั้นจึงมองไปด้านหน้า เขาเห็นเงาดำหันหลังให้ตนอยู่ เงาดำนี้สวมหมวกไม้ไผ่ และถือกระบี่ไว้ในมือทั้งสองข้าง ดูเหมือนผู้ที่ไม่ชอบยั่วยุผู้ใดมากนัก
“เจ้าคือผู้ใด!”
“ข้าคือคนหนึ่งที่สามารถทำให้เจ้าฟื้นฟูขั้นพลังกลับมาได้ ทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น และทำให้เจ้าแก้แค้นได้!” อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มในมุมมืด
“เจ้าคือผู้ใด!” คุณชายฟางเอ๋ออยากรู้ตัวตนของอีกฝ่าย
“เจ้าไม่อยากฟื้นคืนชีพ ไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นหรือ?”
“เทียบกับสิ่งนี้ ข้าอยากรู้มากกว่าว่าเจ้าคือใครกันแน่” คุณชายฟางเอ๋อพูดด้วยความกังวลใจ
“ถ้าเจ้ายังคอยถามอยู่เช่นนี้ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน” อีกฝ่ายดูเลือนรางไป
คุณชายฟางเอ๋อร้อนใจขึ้นมาทันที เพราะตัวเขานั้นอยากฟื้นคืนชีพ แต่ก็ยังหวาดกลัวอีกฝ่าย เพราะอีกฝ่ายสามารถแทรกจิตเข้ามายังพื้นที่จิตของเขาได้โดยไม่รู้ตัว ลำพังความสามารถเช่นนี้ก็นับว่าน่ากลัวมากนัก
“เป็นอย่างไร? คิดดีแล้วหรือไม่?” ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายตัวไปนั้น จึงเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง
คุณชายฟางเอ๋อรู้ดีว่าหากไม่มีขั้นพลัง ไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการฟื้นคืนชีพก็ต้องใช้เวลาหลายปี ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “จริงหรือที่ว่า เจ้าเพียงแค่ช่วยข้า ข้าก็จะสามารถฟื้นคืนชีพได้อย่างรวดเร็ว?”
“ใช่ ได้อย่างรวดเร็ว และยังแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนอีกด้วย”
“เช่นนั้น ข้าตกลง!” คุณชายฟางเอ๋อกัดฟันตอบกลับไป
“ได้ เจ้าลืมตาขึ้น จากนั้นจงกลืนกินผลสีดำที่ลอยอยู่ตรงหน้าเจ้าลงไปซะ”
เมื่อคุณชายฟางเอ๋อได้สติกลับคืนมา เขาจึงควบคุมกายเนื้ออีกครั้ง จากนั้นจึงได้เห็นผลสีดำบางอย่างลอยอยู่ตรงหน้าตน
ผลชนิดนี้มีแสงสีดำเปล่งออกมา และมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกำปั้น
คุณชายฟางเอ๋อเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “นี่คือสิ่งใด?”
“เจ้ากินลงไปก็จะรู้เอง” อีกฝ่ายเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา
คุณชายฟางเอ๋อสูดหายใจเข้าเต็มปอด จากนั้นจึงอ้าปาก ผลนั้นจึงลอยเข้าปากของตนไป รสชาติของมันขมและฝาดอยู่ภายในร่างกายของเขา
เพียงไม่นาน ภาพที่น่าหวาดกลัวก็เกิดขึ้น
ร่างกายของคุณชายฟางเอ๋อฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ ดูอ่อนวัยขึ้นมา แต่ภายนอกกลับมีเสียงกรีดร้องดังขึ้น
“มีเรื่องใดเกิดขึ้น?” คุณชายฟางเอ๋อมีสีหน้าตกตะลึง
อีกฝ่ายอยู่ภายในร่างของคุณชายฟางเอ๋อจึงหัวเราะขึ้นมา “ผลไม้นี้มีข้อบกพร่องบางอย่าง”
“ข้อบกพร่องใดกัน?”
“คิดอยากจะฟื้นคืนชีพ ก็ต้องกลืนกินพลังปราณของผู้คนบริเวณรอบ ๆ ดังนั้นตอนนี้พลังปราณของผู้คนเหล่านั้น ได้ถูกเจ้ากลืนกินไปแล้ว” อีกฝ่ายหัวเราะดังลั่น
“เจ้าว่าอย่างไรนะ?” คุณชายฟางเอ๋อตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี
“ถ้าหากอยากแข็งแกร่งขึ้น ก็ยิ่งต้องกลืนกินพลังปราณของคนจำนวนมากขึ้น!” น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูทรงพลังมาก และนั่นก็ยิ่งทำให้คุณชายฟางเอ๋อถูกกระตุ้นขึ้นมา
โดยเฉพาะเมื่อคิดไปถึงผู้คนจำนวนมากในลัทธิกระบี่สวรรค์ ถ้าหากกลืนกินพลังปราณของคนเหล่านั้น ไม่เพียงแค่ตนจะแข็งแกร่งขึ้น ยังสามารถรวมลัทธิกระบี่สวรรค์เป็นหนึ่งเดียวได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ คุณชายฟางเอ๋อก็รีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที
เขาเห็นเพียงกลุ่มชายชราด้านนอกประตที่ค่อย ๆ หมดสติไปทีละคน
ส่วนตระกูลฟางที่กำลังเข้ามาใกล้นั้น เพียงแค่เดินเข้ามาห่างคุณชายฟางเอ๋อระยะเพียงสิบเก้า ก็จะกลายเป็นคนชราทันที จากนั้นจึงค่อย ๆ หมดสติไป
เมื่อเห็นดังนั้น ผู้คนที่มองอยู่ไกล ๆ แต่ละคนก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา แต่คุณชายฟางเอ๋อไม่ใด้อธิบายใด ๆ แก่พวกเขา เพียงแค่ออกไปจากตระกูลฟางเท่านั้น
…
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในตระกูลฟาง เพราะพวกเขาได้มาถึงยังสถานที่แห่งหนึ่งด้านหลังของภูเขาลูกนี้แล้ว
ภายในนั้นเป็นสถานที่ของตระกูลหั่ว
เมื่อหั่วลั่งมาถึง จึงได้เห็นศิษย์ของตระกูลหั่วจำนวนไม่น้อยกำลังลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ
และเมื่อคนเหล่านั้นเห็นคนนอก จึงรีบสกัดลู่เฉินและคนอื่น ๆ ไว้ด้านนอกทันที ขณะเดียวกันยังมีคนตะโกนพูดกับหั่วลั่งว่า “นายน้อย นายท่านกำลังตามหาท่านไปทั่ว!”
“ตามหาข้าทำไมกัน?” หั่วลั่งไม่เข้าใจ
“ปรมาจารย์ต้องการพบท่าน”
“พบข้า?” หั่วลั่งรู้สึกคาดไม่ถึง
“ใช่!” อีกฝ่ายขานรับ
หั่วลั่งจึงทำได้เพียงพูดกับพวกเขาว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าหลบไป!”
“คนพวกนี้คือ?” มีคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เมื่อหั่วลั่งให้ลู่เฉินนำสัญลักษณ์แขกคนสำคัญออกมา คนเหล่านี้จึงเปิดทางให้ทันที หั่วลั่งจึงรีบนำทางลู่เฉินเข้าไปยังสถานที่ของตระกูลหั่ว
พวกเขาเห็นเพียงคนในตระกูลหั่วมีจำนวนไม่มากนัก ทว่าแต่ละคนนั้นนับว่าไม่อ่อนแอ
ลู่เฉินจึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ “พวกเจ้าตระกูลหั่ว เหตุใดจึงต้องมายังพระราชวังสินธุเหมันต์?”
“เรื่องนี้ต้องถามปรมาจารย์ของเราพวกเรา เพราะพวกเขานั้นเป็นผู้มาที่นี่ก่อน ส่วนพวกเราเป็นคนรุ่นหลังเกิดที่นี่ เกิดมาก็อยู่ที่นี่เสียแล้ว” หั่วลั่งอธิบาย
เมื่อลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยถาม “เช่นนั้น ที่นี่พวกเจ้าคงมีคนต่างตระกูลจำนวนไม่น้อย?”
“ใช่ มีบางส่วนเป็นตระกูลอื่นของลัทธิกระบี่สวรรค์หรือเป็นคนนอก แต่นับว่าน้อยมากนัก ดังนั้นคนรุ่นหลังของตระกูลอื่นจึงมีไม่มากนัก และตระกูลหั่วของเราก็มีน้อยเช่นกัน” หั่วลั่งมองไปยังผู้คนรอบ ๆ ที่มีจำนวนไม่มาก
ลู่เฉินดูเหมือนจะถามอะไรบางอย่าง แต่น้ำเสียงดุร้ายกลับดังขึ้นมาเสียก่อน “เจ้าจะไปที่ใดอีก!”
ขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนที่มีร่างกายกำยำ คิ้วหนาและดวงตากลมโตจึงเดินออกมา
หั่วลั่งจึงรีบแนะนำทันที “ท่านนี้คือท่านพ่อของข้า หั่วทงซาน”
ผู้นำตระกูลหั่วผู้นี้กำลังโมโหเพราะตามหาหั่วลั่งไม่พบ แต่ตอนนี้เขายังพบอีกว่าอีกฝ่ายยังกล้าพาคนนอกเข้ามาอีก ผู้นำตระกูลหั่วยิ่งเดือดพล่านมากขึ้น “เหตุใดเจ้าจึงพาคนนอกกลับมา?”
“ท่านพ่อ เขามีเรื่องบางอย่างต้องพบปรมาจารย์” หั่วลั่งชี้ไปยังลู่เฉิน
“เขาคือผู้ใด? และยังมาหาปรมาจารย์?” ผู้นำตระกูลหั่วเอ่ยถามด้วยความโมโห
“ท่านพ่อ ท่านอย่าโมโหไปเลย ฟังข้าเสียก่อน!” หั่วลั่งพยายามกล่อมอีกฝ่าย
ผู้นำตระกูลหั่วพูดด้วยความโมโหว่า “เจ้าหายไปไม่เห็นแม้แต่เงาหนึ่งวัน ยังจะไม่ให้ข้าโมโหอย่างนั้นหรือ?”
“เรื่องนี้…”
“ดูว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไรเสียก่อน แล้วค่อยว่ากัน!” ผู้นำตระกูลหั่วระเบิดความโมโหออกมา และยังนำแส้ในมือออกมาพร้อมจะจัดการหั่วลั่ง
หั่วลั่งพลันหวาดกลัว “ท่านพ่อ ฟังข้าอธิบายก่อน ดีหรือไม่?”
ผู้นำตระกูลหั่วไม่ฟัง ลู่เฉินจึงนำสัญลักษณ์ออกมา เมื่อผู้นำตระกูลหั่วเห็นจึงชะงักมือทันที “แผ่นป้ายแขกคนสำคัญ?”
เมื่อหั่วลั่งเห็นว่าผู้นำตระกูลหั่วดูอารมณ์เย็นลง จึงรีบพูดขึ้นมาทันที และเมื่อผู้คนรอบ ๆ ได้ยินมาว่าลู่เฉินสามารถเอาชนะบุตรศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย และยังทำลายคุณชายฟางเอ๋อ คนตระกูลหั่วต่างก็ตกตะลึง
ผู้นำตระกูลหั่วไม่เชื่อ ทั้งยังมองไปยังหั่วลั่ง “เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้ เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?”
“หากไม่เชื่อ ท่านลองไปถามสถานที่อื่นบนภูเขาดู!” หั่วลั่งจึงชี้ไปรอบ ๆ ทันที
ผู้นำตระกูลหั่วจึงตะโกนขึ้นมา “ข้าจะถามเจ้า!”
ขณะนั้นเอง จึงเกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากด้านนอก
ทุกคนจึงรีบมองไปด้านนอกทันที ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปเช่นกัน
คุณชายฟางเอ๋อปรากฏตัวขึ้น เมื่อศิษย์ตระกูลหั่วที่อยู่รอบ ๆ เห็นเขา แต่ละคนก็กลายเป็นคนชราและหมดสติไปในที่สุด
เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวอีกฝ่ายขึ้นมา
ผู้นำตระกูลหั่วยิ่งร้อนใจมากขึ้น “คุณชายฟางเอ๋อ ท่านทำสิ่งใดกัน?”
“ข้าต้องการเขา!” คุณชายฟางเอ๋อชี้ไปยังลู่เฉิน
ผู้นำตระกูลหั่วจึงมองไปยังหั่วลั่งด้วยความโมโห “เจ้าดู เจ้าพาตัวซวยอะไรกลับมา!”
หั่วลั่งกลับพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “เจ้าไม่มีขั้นพลังแล้วไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงไม่เป็นอันใด?”
คำถามนี้ ฟาเทียนและเจี่ยอันต่างก็อยากรู้เช่นกัน ส่วนวานรตัวใหญ่ก็มองไปยังคุณชายฟางเอ๋อด้วยแววตาประหลาดใจ