ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 604 พลังที่แสดงออกมานั้น ทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
บทที่ 604 พลังที่แสดงออกมานั้น ทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก
ปรมาจารย์หยวนรู้ว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จึงจ้องมองไปยังลู่เฉินก่อนจะพูดขึ้นว่า “เมื่อหลายปีก่อน บนภูเขานี้ จู่ ๆ ได้เกิดรอยร้าวขึ้น และยังมีก้อนหินประหลาดปะทุออกมามากมาย เมื่อคนของหุบเขาลึกผ่านมามักจะถูกก้อนหินเหล่านี้ระเบิดใส่จนบาดเจ็บ ดังนั้นหุบเขาลึกจึงส่งพวกเราปรมาจารย์สวรรค์ทั้งสิบแปดมาตรวจสอบดู”
“หลังจากนั้น?”
“ตอนนั้น เมื่อทุกคนเข้ามาทีละคนต่างก็หนีออกไปเพราะจัดการได้ยาก ส่วนตัวข้าไม่อยากถูกส่งมาตาย ดังนั้นจึงไม่อยากไป จนกระทั่งได้รับคำสั่งของหุบเขาลึก ผู้ใดสามารถทำให้ก้อนหินเหล่านี้ไม่ทำร้ายคนของหุบเขาลึกได้ ก็จะมอบภูเขาลูกนี้ให้แก่คนผู้นั้น”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา “จากนั้นเจ้าจึงมาที่นี่?”
“ในตอนนั้นข้ามีสมบัติวิญญาณชิ้นหนึ่ง ก็คือชิ้นที่ถูกเจ้าเอาไปนั่น ดังนั้นจึงคิดอยากจะลอง แต่คิดไม่ถึงว่าจะสามารถเข้ามายังภูเขาลูกนี้ได้อย่างง่ายดายจริง ๆ และยังสามารถเก็บก้อนหินเหล่านั้นเป็นของใช้ของตัวเองได้ ข้าจุงได้รับภูเขานี้มา!”
พูดจบ ปรมาจารย์หยวนจึงจ้องมองไปยังลู่เฉินราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ
“ที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้” เมื่อชายหนุ่มเข้าใจแล้ว จึงให้ปรมาจารย์หยวนนำทางไปยังหุบเขาลึกต่อไป
แต่ปรมาจารย์หยวนกลับพูดขึ้นมาช้า ๆ ว่า “คือว่า นายท่าน ท่านสามารถมอบชุดคลุมนั่นคืนให้ข้าได้หรือไม่?”
“คืนให้เจ้า?”
“นั่นคือพื้นที่สมบัติวิญญาณหนึ่งของข้า ภายในนั้นมีสิ่งของของข้าจำนวนไม่น้อย” ปรมาจารย์หยวนพูดออกมาอย่างไม่เกรงใจ
ชายหนุ่มยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย “คืนให้เจ้าได้ แต่นับแต่บัดนี้ ก้อนหินเหล่านั้น ข้าจะเป็นผู้รวบรวมมัน จากนั้นจึงจะมอบให้เจ้า”
“แน่ แน่นอน” ถึงแม้ปรมาจารย์หยวนจะไม่รู้ว่าลู่เฉินต้องการก้อนหินเหล่านั้นไปทำสิ่งใด แต่เขาก็ยังคงตอบรับ
ลู่เฉินจึงเคลื่อนย้ายก้อนหินเหล่านี้ไปยัง ‘ภูเขาซากศพ’ เพราะพลังเพลิงพิโรธเหล่านั้นสามารถปะทะกับพลังปราณได้เท่านั้น ดังนั้นไอซากศพภายในภูเขาซากศพนั้นจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อก้อนหินเหล่านี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ลู่เฉินจึงเก็บก้อนหิน แล้วมอบชุดคลุมคืนให้อีกฝ่าย
เมื่อปรมาจารย์หยวนสวมเสื้อคลุมแล้ว จึงพูดด้วยความมั่นใจ “ขอบคุณนายท่านมาก”
“ไปเถิด”
“ได้!” ปรมาจารย์หยวนขานรับ จากนั้นจึงรีบนำทางไปทันที
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม จึงมาถึงพื้นที่หิมะแห่งหนึ่ง
ปรมาจารย์หยวนหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า “พื้นที่หิมะนี้มีค่ายกลอยู่ เป็นด่านแรกในการเข้าไปยังหุบเขาลึก”
“ด่านแรก?”
“ใช่ หากคิดจะเข้าร่วมหุบเขาลึก จำเป็นต้องอาศัยพลังของตนบุกค่ายกลนี้เข้าไป แต่ค่ายกลนี้นับว่าอันตรายเป็นอย่างมาก หากจัดการไม่ดีจะถูกแช่แข็งอยู่ที่นั่น และถูกกักขังอยู่ภายในนั้นตลอดกาล” ปรมาจารย์หยวนอธิบาย
ลู่เฉินกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะยกยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องใหญ่”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่?” ปรมาจารย์หยวนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเอาความมั่นใจเช่นนี้มาจากที่ใด
ลู่เฉินเดินออกไปเพียงหนึ่งก้าว
ปรมาจารย์หยวนตกตะลึงขึ้นมา “อย่าวู่วามไป”
ลู่เฉินได้เดินไปท่ามกลางพื้นที่หิมะแล้ว ปรมาจารย์หยวนคิดว่าลู่เฉินจะต้องถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้นเป็นแน่ แต่ชายหนุ่มกลับเดินไปบนพื้นหิมะอย่างไม่ยี่หระ และไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากสิ่งรอบข้าง
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงน่ากลัวเพียงนี้?” เมื่อปรมาจารย์หยวนเห็นภาพดังกล่าวก็มีสีหน้าและแววตาที่ดูเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้านั้น เพียงไม่นานก็เดินผ่านพื้นหิมะไป จากนั้นจึงหมุนตัวกลับไปมองปรมาจารย์หยวนที่เดินตามมาด้านหลัง
ปรมาจารย์หยวนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เหตุใดท่านจึงผ่านพื้นหิมะนี้ไปได้?”
“ค่ายกลศักดิ์สิทธิ์หกดาวของเจ้า ข้ายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แล้วประสาอันใดกับค่ายกลหิมะนี้” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
ปรมาจารย์หยวนอดกล่าวชื่นชมออกมาไม่ได้ “เก่งกาจ”
“นำทางไปเถิด” ชายหนุ่มหมุนตัวและมองไปด้านหน้า
แต่ทัศวิสัยการมองนั้นถูกจำกัด ลู่เฉินจึงสามารถมองเห็นได้เพียงสถานการณ์ภายระยะสิบก้าว หากไกลออกไปนั้นจะมองเห็นเป็นเพียงกลุ่ม ‘หมอก’ เท่านั้น
ปรมาจารย์หยวนเดินนำทางอยู่ด้านหน้า
เดินไปได้สักพักหนึ่ง จึงมาถึงยังด้านนอกหุบเขา ด้านข้างของหุบเขานี้มีก้อนหินขนาดใหญ่อยู่ มีตัวอักษรขนาดใหญ่ถูกสลักไว้ว่า ‘หุบเขาลึก’
ภาพนี้เป็นเหมือนสิ่งที่ลู่เฉินได้พบในความทรงจำของหลงซวง
ดังนั้น ชายหนุ่มจึงตัดสินได้ว่า หลงซวงผู้นี้มาจาก ‘หุบเขาลึก’ แห่งนี้อย่างแน่นอน
ไม่เพียงเท่านั้น ใน ‘หุบเขาลึก’ นี้ ทัศนวิสัยการมองดูยังกว้างและไกลออกไปมากขึ้น โดยเฉพาะก่อนหน้านี้ที่สามารถเห็นได้เพียงในระยะสิบเก้า เมื่อมาถึงที่นี่ กลับเหมือนกับในตอนที่อยู่ในลัทธิกระบี่สวรรค์ สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้ภายในระยะร้อยก้าวได้
ดังนั้น เมื่อลู่เฉินมองออกไป จึงได้เห็นว่าภายในหุบเขานั้นมีหอคอยรักษาการณ์อยู่สองแห่ง ขณะเดียวกันรอบ ๆ หอคอยรักษาการณ์นี้มีเขตแดนค่ายกลอยู่ เห็นได้ชัดว่ามันสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นซุ่มโจมตีหอคอยรักษาการณ์นี้ได้
ไม่เพียงเท่านั้น บนหอคอยรักษาการณ์นี้ยังมีคนลาดตระเวรอยู่จำนวนไม่น้อย
เมื่อปรมาจารย์หยวนนำทางลู่เฉินเข้าไป บนหอคอยรักษาการณ์แห่งหนึ่งก็มีคนพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เขาคือผู้ใด!”
ปรมาจารย์หยวนเป็นปรมาจารย์สวรรค์ มักจะไม่สนใจพวกมดตัวน้อยเหล่านี้มากนัก ดังนั้นเขาจึงหันไปพูดกับคนเหล่านั้น “เขาคือผู้ที่ข้าตามหา เตรียมที่จะนำตัวเข้าไปเพื่อเข้าร่วมหุบเขาลึก และเป็นศิษย์ข้างกายไว้คอยรับใช้!”
ศิษย์?
ลู่เฉินมองไปยังปรมาจารย์หยวน อีกฝ่ายจึงรีบส่งสัญญาณมาทันที “นายท่าน อย่าโกรธเคืองไปเลย ข้าเพียงแค่หลอกพวกเขาเท่านั้น”
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อนออกมา
คนบนหอคอยรักษาการณ์เหล่านั้นต้องการตรวจสอบตัวตนของปรมาจารย์หยวน เพื่อให้แน่ใจว่าเขามีคุณสมบัติที่จะพาผู้อื่นเข้ามาได้หรือไม่ ปรมาจารย์หยวนจึงนำแผ่นป้ายสีน้ำเงินออกมา ด้านบนถูกสลักไว้ว่าปรมาจารย์สวรรค์ คนเหล่านั้นจึงรีบกล่าวออกมาด้วยความเคารพทันที และยังเปิดทางเข้าของเขตแดนหุบเขานี้เพื่อให้ทั้งสองเข้าไป
ลู่เฉินแปลกใจ “พวกเขาไม่รู้จักเจ้าหรือ?”
“คนที่นี่สับเปลี่ยนเป็นครั้งคราว ดังนั้นพวกเขาจึงดูเพียงแผ่นป้ายและกลิ่นอายบนแผ่นป้าย เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นคนของหุบเขาลึกหรือไม่”
“เมื่อครู่ เหตุใดพวกเขาจึงขัดขวางข้า ไม่ขัดขวางเจ้า?”
“คนของหุบเขาลึกจะมีแผ่นป้ายพิเศษ และเมื่อเข้าใกล้ก็จะสามารถรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนของพวกเราหรือไม่” ปรมาจารย์หยวนอธิบาย
ชายหนุ่มยื่นมือออกไป “นำแผ่นป้ายมาให้ข้ายืมดูเสียหน่อย”
ปรมาจารย์หยวนไม่รู้ว่าเหตุใดลู่เฉินจึงต้องการดูแผ่นป้ายนี้ แต่เขาก็ยังนำออกมาและมอบให้แก่ชายหนุ่ม “แผ่นป้ายนี้ล้วนมีกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นอายนี้จะเหมือนกับตัวเรา ดังนั้นหากคนภายนอกนำไป ก็ไม่สามารถใช้ผ่านเข้าไปภายในหุบเขาลึกได้”
สิ่งที่ชายหนุ่มสนใจนั้นไม่ใช่กลิ่นอาย แต่เป็นความรู้สึกบนแผ่นป้าย
ดังนั้นจึงตรวจสอบดู และพบว่าด้านบนมีอักขระยันต์พิเศษบางอย่าง อักขระยันต์เหล่านี้สามารถทำให้ของสองสิ่งที่อยู่ในระยะใกล้กันสัมผัสถึงกันได้ ดังนั้นลู่เฉินจึงยิ้มออกมา “น่าสนใจ”
“น่าสนใจ?” ปรมาจารย์หยวนไม่รู้ว่าชายหนุ่มสนใจสิ่งใด
ชายหนุ่มคืนให้อีกฝ่ายและพูดขึ้นมาว่า “ไปเถิด ไปยังโถงรายนามนั่น”
“อยากเข้าไปยังโถงรายนาม ต้องลงนามไปพิจารณาเสียก่อน ผู้ที่ผ่านจึงจะสามารถเข้าไปได้ แต่ผู้ที่ไม่ผ่านจะถูก…”
“ถูกสิ่งใด?”
“สังหาร!” ปรมาจารย์หยวนตอบ
ลู่เฉินยิ้มเจื่อน “หุบเขาลึกของพวกเจ้า ช่างเข้มงวดเสียจริง”
“ทั้งหมดก็เพื่อการปิดบัง”
ชายหนุ่มพลันแปลกใจ “สถานที่ลึกลับเช่นนี้ เหตุใดจึงต้องเพ่งเล็งข้า?”
“เพ่งเล็งท่าน?”
ชายหนุ่มจึงพูดถึงเรื่องความขุ่นเคืองใจระหว่างตนกับหลงซวง ปรมาจารย์หยวนได้ฟังจึงพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “หรือว่าก่อนหน้านี้ ท่านไม่เคยพบคนผู้นี้มาก่อน?”
“ไม่ และไม่รู้จัก แต่เขาพูดว่า มีคนที่อยู่เบื้องหลังของหุบเขาลึกต้องการสังหารข้า เรื่องอื่นนั้นแทบจะไม่รู้เลย” ลู่เฉินไม่เข้าใจ จึงคิดจะมาทำความเข้าใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
คำพูดนี้ทำให้ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยท่าทางจริงจัง “เช่นนั้น อาจจะเป็นเพราะท่านไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้ผู้อื่นในหุบเขาลึก?”
“ข้าเพิ่งมายังเขตที่เจ็ดของพระราชวังสินธุเหมันต์ได้ไม่นาน จะไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้ผู้ใดได้?” ลู่เฉินฝืนยิ้ม
“เช่นนั้นก็แปลกนัก!” ปรมาจารย์หยวนเต็มไปด้วยสีหน้าแปลกใจ
ลู่เฉินคร้านจะคิดมาก จึงให้ปรมาจารย์หยวนนำทางไป แต่เมื่อไปถึงสถานที่ลงนามนั้น ชายหนุ่มกลับต้องสูดหายใจเข้า