ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 611 ชั้นเดียวไม่พอ มาเลยสิบชั้น!
บทที่ 611 ชั้นเดียวไม่พอ มาเลยสิบชั้น!
“โอ้? เช่นนั้นข้าขอลองดูสักหน่อย” ลู่เฉินถามกลับอย่างตื่นเต้น
เมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของอีกฝ่าย เลี่ยเย่าเทียนก็ยิ้มแปลก ๆ “อันใดนะ? เจ้ายังมีความสุขได้อยู่หรือ?”
“แน่นอน ข้าย่อมมีความสุข”
“พ่อหนุ่ม เจ้าช่างรนหาที่ตายเสียจริง?”
“มาเลย! มาดูกันว่าเจ้าจะออกมาได้อย่างไร!”
“คอยดูให้ดีล่ะ!”
ยามนี้มีเงาวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่รอบ ๆ เลี่ยเย่าเทียน และเงาวิญญาณเหล่านี้ก็ถูกเผาไหม้และระเบิดออกมาอย่างทรงพลัง ทำให้เลี่ยเย่าเทียนหายไปจากกำแพงวิญญาณทันที และไปถึงนอกกำแพงวิญญาณ ก่อนจะพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เจ้าเห็นหรือไม่?”
“หรือเป็นเคล็ดวิชาเปลี่ยนวิญญาณ?” ดูเหมือนชายหนุ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“ถูกต้อง เคล็ดวิชาเปลี่ยนวิญญาณของข้าร้ายกาจกว่าลูกศิษย์ของข้ามาก” เลี่ยเย่าเทียนหัวเราะ
“เจ้าใช้มันได้ตลอดเวลาหรือ?” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ กำแพงวิญญาณอีกแห่งก็ปรากฏขึ้น
เลี่ยเย่าเทียนยิ้มและพูดว่า “ตราบใดที่ข้ามีวิญญาณสำรองเพียงพอ ข้าก็สามารถใช้ได้ตลอดไปโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ!”
หลังจากพูดจบ เลี่ยเย่าเทียนก็ผ่านกำแพงวิญญาณอีกครั้งแล้วยิ้มให้ลู่เฉิน
ชายหนุ่มเอ่ยชมขึ้นมา “น่าสนใจ”
“เจ้ารู้ถึงความร้ายกาจของข้าหรือยัง?” เลี่ยเย่าเทียนพูดอย่างพึงพอใจ
ลู่เฉินตอบกลับไปว่า “ทรงพลังมาก แต่เจ้าก็ยังออกจากห้วงจิตสำนึกของข้าไม่ได้”
“ข้าสามารถหนีจากเขตแดนของเจ้าได้ ดังนั้นข้าก็ย่อมสามารถออกจากห้วงจิตสำนึกของเจ้าได้ตามที่ต้องการ” เลี่ยเย่าเทียนกล่าว
ลู่เฉินอธิบายว่า “ภายใต้สถานการณ์ปกติย่อมเป็นไปได้ แต่ข้าเพิ่งเพิ่มอักขระยันต์บางส่วนไว้ในห้วงจิตสำนึก และอักขระยันต์เหล่านี้ก็สามารถปิดกั้นพลังใด ๆ ออกไปจากตัวข้าได้!”
“พลังใด ๆ หรือ? เจ้าขี้โม้สินะ!”
“กำแพงวิญญาณ เจ้าอาจใช้วิญญาณอื่นเผาไหม้เพื่อสร้างขุมพลังอันทรงพลังแล้วส่งเจ้าออกไปได้ แต่ในห้วงจิตสำนึกของข้า เจ้าสามารถออกไปได้” ลู่เฉินยิ้ม
เลี่ยเย่าเทียนคิดว่าอีกฝ่ายเพียงล้อเล่นจึงหัวเราะเยาะลู่เฉิน “พ่อหนุ่ม ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็คอยดู ว่าข้าจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร”
หลังจากพูดจบ เลี่ยเย่าเทียนก็เริ่มออกแรง
เห็นเพียงเลี่ยเย่าเทียนเปล่งแสงสว่างวาบอยู่ในห้วงจิตสำนึก ราวกับว่าเขาต้องการออกไปแต่กลับทำไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้เลี่ยเย่าเทียนกระวนกระวายและมองไปที่ลู่เฉิน “นี่มันห้วงจิตสำนึกบ้าอันใดกันแน่?”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าเพิ่มอักขระยันต์ที่น่าสนใจในห้วงจิตสำนึกของข้า” ชายหนุ่มมองไปที่เลี่ยเย่าเทียนด้วยรอยยิ้ม
เลี่ยเย่าเทียนตะคอกใส่ “ถ้าอย่างนั้นข้าจะบอกเจ้าว่าข้าน่ากลัวแค่ไหน!”
ยามนี้วิญญาณทั้งหมดของเลี่ยเย่าเทียนเปล่งแสงสีแดงออกมา และมันก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และส่องแสงไปรอบ ๆ พร้อมกัน
เมื่อแสงสีแดงปกคลุมเงาวิญญาณของลู่เฉิน ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าเงาวิญญาณของเขากำลังลุกไหม้
แต่ความรู้สึกแสบร้อนนี้ในมุมมองของลู่เฉินนั้นไม่สำคัญ
แต่เลี่ยเย่าเทียนคิดว่าอีกฝ่ายกำลังหวาดกลัว และคิดว่าลู่เฉินต้องตายแน่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้ม “ความแข็งแกร่งของเจ้าไม่เลว แต่ในสายตาของข้า มันไม่มีค่าอันใดเลย”
เลี่ยเย่าเทียนคิดว่าเขาได้ยินผิด จึงจ้องไปที่ลู่เฉินอย่างแปลกประหลาดอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าไม่เป็นอันใดหรือ?”
“เหตุใดต้องเป็นอันใดด้วย?”
เลี่ยเย่าเทียนตื่นตระหนกและอธิบายว่า “เมื่อเคล็ดวิชาเผาไหม้วิญญาณของข้าสัมผัสกับวิญญาณของคนอื่น วิญญาณของบุคคลนั้นจะรู้สึกทุกข์ทรมานมาก และแม้กระทั่งถูกเผาไหม้ไปทีละน้อย”
“นั่นเป็นคนอื่น ไม่ใช่ข้า”
เลี่ยเย่าเทียนกัดฟันด้วยความโกรธ “เมื่อลูกศิษย์ของข้าเห็นว่าข้ายังไม่ออกไป เขาจะหาทางช่วยข้าแน่นอน”
“ข้าไม่มีเวลารอ”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าจะจับเจ้า”
เลี่ยเย่าเทียนคิดว่ามันช่างไร้สาระ “พ่อหนุ่ม เจ้าล้อเล่นหรือเปล่า?”
“เจ้าคิดว่ามันตลกหรือ?” ลู่เฉินเดินไปหาเลี่ยเย่าเทียนทีละก้าว
“แม้ว่าข้าจะหนีไม่ได้ แต่เจ้าก็จับข้าไม่ได้!”
“ข้าพูดไปหมดแล้ว เจ้าจับข้าไม่ได้หรอก!”
หลังจากพูดจบ เลี่ยเย่าเทียนก็หนีจากไปด้านข้าง เพื่อที่จะใช้คาถาสยบภูตผีได้อีกครั้ง
หลังจากที่ลู่เฉินเห็นเช่นนี้ เขาจึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
ส่วนเลี่ยเย่าเทียนนั้น หลังจากที่เห็นลู่เฉินอยู่ในความงุนงง เขาก็หัวเราะเยาะ “อันใดนะ? ไม่ต่อหรือ?”
“ข้ากำลังคิดว่าจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกำแพงวิญญาณของข้า เพื่อที่จะได้ทำลายความแข็งแกร่งของเจ้า”
“น่าขัน กำแพงของเจ้าก็แค่นั้นแหละ”
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เดินไปรอบ ๆ ในห้วงจิตสำนึก โดยตั้งใจที่จะสร้าง ‘กำแพงวิญญาณ’ แห่งที่สอง
หลังจากที่กำแพงวิญญาณทั้งสองทับซ้อนกันทั้งหมด การป้องกันก็แข็งแกร่งขึ้น หากเลี่ยเย่าเทียนหมายจะหนีออกไปก็จำเป็นต้องใช้พลังที่มากขึ้น
ทว่าลู่เฉินไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น แต่ยังคงสร้างแห่งที่สามและที่สี่ต่อไป…
กำแพงวิญญาณเหล่านี้ต้องการพลังงานจำนวนมาก ดังนั้นลู่เฉินจึงยุ่งอยู่พักหนึ่งแล้วหยุดพักเล็กน้อย จากนั้นก็ดำเนินการต่อ
เมื่อชั้นที่สิบซ้อนกันเท่านั้น ชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาเล็กน้อย เขาจึงพักผ่อนในห้วงจิตสำนึก
ส่วนเลี่ยเย่าเทียนนั้นถูก ‘กัก’ ไว้อย่างสมบูรณ์ในกำแพงวิญญาณสิบชั้น กำแพงสิบชั้นนี้แข็งแกร่งเกินไป แม้ว่าเขาจะเผาวิญญาณสำรองจำนวนมากเพียงใด เขาก็ยังไม่สามารถออกไปได้
“พ่อหนุ่ม ปล่อยข้าออกไป!”
“ปล่อยเจ้าออกไป เป็นไปไม่ได้!” ลู่เฉินหัวเราะ
“เจ้าเป็นใครกันแน่! เหตุใดเจ้าถึงทรงพลังเช่นนี้!” เลี่ยเย่าเทียนถามอย่างกังวล
“เจ้าค่อย ๆ ขบคิดปัญหานี้ด้วยตัวเองก็แล้วกัน” ชายหนุ่มขี้เกียจเกินกว่าจะพูด และยังคงพักผ่อนต่อไป
เลี่ยเย่าเทียนกำลังจะเป็นบ้า ในขณะที่ลู่เฉินคิดในใจว่า ‘ข้าหวังว่าการเพิ่มขึ้นเก้าชั้นชั่วคราวนี้จะอยู่ได้นานมาขึ้นสักหน่อย’
ยามนี้ลู่เฉินกำลังกังวลว่าชั้นทั้งเก้าจะถูกทำลายไปหรือไม่
แต่เลี่ยเย่าเทียนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด ดังนั้นเขาจึงใช้พลังทั้งหมดที่มีจนในที่สุดก็ไม่มีวิญญาณสำรองเหลืออยู่เลย
เขาพูดด้วยความโกรธว่า “ขอแค่เจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้เจ้าผ่านการทดสอบของตำหนักทดสอบวิญญาณ กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของหุบเขาลึก”
“งั้นหรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าพูดคำไหนคำนั้น”
แต่ชายหนุ่มกลับยกยิ้ม “แต่ข้าอยากให้เจ้ายอมจำนนต่อข้ามากกว่า”
“ยอมจำนน? เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ?” เลี่ยเย่าเทียนเย้ยหยัน
“อีกเดี๋ยว ก็เป็นไปได้แล้ว!”
“ฮึ่ม ฝันไปเถอะ!”
ยามนี้ลู่เฉินขอให้กุ่ยเจี๋ยเข้าไปเล่นกับเขา ส่วนเลี่ยเย่าเทียนไม่มีวิญญาณสำรองแล้ว ซึ่งหมายความว่าเขาไม่มีพลังวิญญาณที่จะใช้ได้ เขาจึงกลัวมากจนพูดอย่างกังวลใจว่า “พ่อหนุ่ม ข้าขอเตือนเจ้าว่าให้ปล่อยข้าไปจะดีกว่า! ไม่เช่นนั้นเจ้าจะเสียใจ!”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าต้องการให้เจ้ายอมจำนนต่อข้า!”
“เจ้า!”
เลี่ยเย่าเทียนระเบิดอารมณ์ออกมา แต่กุ่ยเจี๋ยยังคงทำตามคำสั่งของลู่เฉิน จึงทำให้เลี่ยเย่าเทียนต้านทานได้แค่ชั่วคราว
“บอกมา เจ้าต้องการให้ข้าทำอย่างไร? ยอมจำนน?” ลู่เฉินถาม
“ถูกต้อง!” เลี่ยเย่าเทียนพูดอย่างไม่เต็มใจ
ลู่เฉินยิ้มและเข้าไปในกำแพงวิญญาณ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายเข้ามา เลี่ยเย่าเทียนก็ถามว่า “เจ้าจะทำอันใด?”
ลู่เฉินแสยะยิ้ม แล้วเข้าไปในตราประทับภูตผี
เลี่ยเย่าเทียนถลึงตามอง “เจ้ากำลังทำอันใด?”
“หากมีสิ่งนี้ เจ้าจะไม่หักหลังข้า มิฉะนั้นวิญญาณของเจ้าจะถูกเผาไหม้”
เลี่ยเย่าเทียนพูดด้วยใบหน้าที่ดูไม่ได้ “น่ารังเกียจ!”
“จากนี้ข้าถามอย่างไร เจ้าก็ตอบเช่นนั้น!” ชายหนุ่มยิ้มส่งไปให้เลี่ยเย่าเทียนที่กำลังกรุ่นโกรธจนแทบคลั่ง