ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 612 สืบหาจนพบร่องรอยในที่สุด
บทที่ 612 สืบหาจนพบร่องรอยในที่สุด
ถึงแม้ว่าเลี่ยเย่าเทียนจะถูกประทับด้วยตราประทับวิญญาณ แต่เขาก็ยังคงต่อต้าน “หากข้าไม่ตอบ?”
“หากไม่ตอบ เช่นนั้นก็คงต้องให้มันเล่นกับเจ้าต่อไป หรือข้าควรจะกลั่นความทรงจำของเจ้าออกมา?”
“กลั่นความทรงจำ?”
“ใช่ เพียงแค่หลังจากที่ข้านำความทรงจำของเจ้าออกมา เจ้าก็สามารถหายไปได้ตลอดเวลา”
คำพูดดังกล่าวทำให้เลี่ยเย่าเทียนเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา จึงเอ่ยถามออกไปว่า “พูดมา เจ้าอยากถามเรื่องใด?”
“เจ้ารู้จักหลงซวงหรือไม่?” ลู่เฉินจ้องขณะถาม
“หลงซวง?”
“ใช่! คนของหุบเขาลึก!”
“ทุก ๆ วัน โถงรายนามของเราต้องลงรายนามของผู้คนจำนวนไม่น้อย ดังนั้นหากต้องการตามหาหลงซวงผู้นั้น ข้าคงต้องไปยังตำหนักบันทึกเพื่อตรวจสอบข้อมูลจึงจะรู้ได้”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปตรวจสอบให้ข้า”
“ง่ายเช่นนี้หรือ?” เลี่ยเย่าเทียนหลงคิดว่าอีกฝ่ายจะให้ตนทำเรื่องไม่ดีบางอย่าง แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว ชายชราก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าสงสัย
“ใช่ ง่ายเช่นนี้แหละ!”
“ได้ ปล่อยข้าออกไปแล้วข้าจะช่วยเจ้าตามหา”
“ตกลง แต่ข้าต้องขอเตือนเจ้าไว้เสียก่อน ข้าได้ประทับตราประทับวิญญาณไว้บนร่างกายของเจ้าแล้ว ถ้าหากเจ้าคิดหนี ข้าสามารถเอาชีวิตของเจ้าได้ตลอดเวลา” ลู่เฉินเอ่ยเตือน
เลี่ยเย่าเทียนรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก “เข้าใจแล้ว”
ลู่เฉินรู้สึกพอใจ หลังจากนั้น ชายหนุ่มจึงปล่อยเลี่ยเย่าเทียนออกจากพื้นที่จิตของตนไป
เลี่ยเย่าเทียนออกไปจากพื้นที่จิตของลู่เฉินมายังด้านนอก และกลับไปยังร่างของตน
เมื่อชิงอีถงเห็นอาจารย์ของตนได้สติกลับมาแล้ว จึงพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ เป็นอย่างไรบ้าง? จัดการเขาได้แล้วหรือ?”
เลี่ยเย่าเทียนมีสีหน้าครุ่นคิด “ที่นี่ไม่มีเรื่องใดเกี่ยวกับเจ้า เจ้าออกไปเสียก่อนเถิด”
“อาจารย์…” ชิงอีถงไม่เข้าใจว่าเลี่ยเย่าเทียนคิดจะทำสิ่งใด
“ข้าบอกให้เจ้าออกไปก็จงออกไป!”
ชิงอีถงขานรับและออกไปจากที่นี่ ทันที
เมื่อเลี่ยเย่าเทียนเห็นว่าไม่มีผู้ใดแล้ว จึงปลดโซ่ตรวนบนร่างของลู่เฉินออก หลังจากนั้นก็พูดด้วยความหดหู่ “ไป ไปยังตำหนักบันทึกกับข้า”
ชายหนุ่มชันกายลุกขึ้นและเดินตามเลี่ยเย่าเทียนออกไปจากตำหนักแห่งนี้
…
หลังจากชิงอีถงเดินออกมาจากตำนักทดสอบวิญญาณแล้ว ฟ่านหลงจึงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “ศิษย์พี่ เป็นอย่างไรบ้าง? จัดการเจ้าหนุ่มนั่นเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
“ไม่” ชิงอีถงหวนคิดไปถึงท่าทางแปลก ๆ ของอาจารย์ตนเมื่อครู่ก็รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก
ฟ่านหลงไม่ได้เข้าไป ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ และเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ศิษย์พี่ เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”
ชิงอีถงจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา จากนั้นจึงมองไปยังฟ่านหลง “เจ้าคิดว่าเกิดสิ่งใดกับอาจารย์กัน?”
“คิดว่าอาจารย์อาจจะอยากถามเรื่องบางอย่างกับเขาเป็นการส่วนตัว และอาจจะไม่อยากให้ท่านรู้”
“ความลับ? เพียงแค่ถามตั้งแต่ตอนอยู่ภายในพื้นที่จิตของเขาตรง ๆ ก็ได้แล้วมิใช่หรือ?” ชิงอีถงสงสัย
เมื่อฟ่านหลงได้ฟังก็ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาจึงขมวดคิ้วมุ่น
“ช่างเถิด หลังจากที่ได้พบอาจารย์อีกครั้งค่อยว่ากัน” ชิงอีถงพูดด้วยความคับข้องใจเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงบินไปนั่งอยู่บนหลังคาของตำหนัก เพื่อรอลู่เฉินและอาจารย์ของตนปรากฏตัวออกมา
ฟ่านหลงทำได้เพียงรออยู่เงียบ ๆ
…
ลู่เฉินตามเลี่ยเย่าเทียนจนมาถึงตำหนักบันทึก
ตำหนักบันทึกแห่งนี้ได้บันทึกข้อมูลรายนามของทุกคนที่เคยลงนามไว้ และแต่ละคนนั้นไปยังภูเขาลูกใด ที่นี่ล้วนมีบันทึกไว้ทั้งหมด
ดังนั้นเมื่อเลี่ยเย่าเทียนเข้าไปด้านใน จึงรีบตามหาชื่อผู้ที่มีนามว่าหลงซวง
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งหลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เลี่ยเย่าเทียนจึงนำม้วนไม้ออกมาม้วนหนึ่ง เขาเปิดดูพลางพูดขึ้นมา “ดูนี่ มีบันทึกเกี่ยวกับผู้มีนามว่าหลงซวงไว้เมื่อหลายพันปีก่อน แต่เขาไปยัง…”
เมื่อเห็นตัวอักษรด้านหลังอีกไม่กี่ตัว เลี่ยเย่าเทียนจึงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “เหตุใดจึงเป็นที่นี่?”
“ที่ใดกัน?”
“ภูเขาที่น่ากลัวที่สุดของหุบเขาลึก ภูเขาเดียวดาย”
“ภูเขาเดียวดาย? มีสิ่งใดน่ากลัวหรือ?”
เลี่ยเย่าเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ภูเขาแห่งนั้น เป็นสถานที่ที่รวบรวมยอดฝีมือทั่วทั้งหุบเขาลึกเอาไว้”
“สถานที่ที่รวบรวมยอดฝีมือ?”
“ใช่ ทุกคนที่มายังหุบเขาลึก ทุก ๆ ร้อยปี จะมีโอกาสในการประลองความสามารถกับผู้พิทักษ์ภูเขาเดียวดายหนึ่งครั้ง ถ้าหากเอาชนะเขาได้ ก็จะสามารถเข้าไปยังภูเขาเดียวดาย แต่ถ้าหากพ่ายแพ้ก็ต้องรอไปอีกร้อยปีจึงจะประลองอีกครั้งได้ แต่ว่าหนึ่งพันปีนี้ไม่มีผู้ใดทำสำเร็จ” เลี่ยเย่าเทียนเล่าถึงเรื่องราวของภูเขาเดียวดายคร่าว ๆ
“นำทางข้าไปยังภูเขาเดียวดาย”
“ที่นั่น ข้าไปไม่ได้”
“เพราะเหตุใดกัน?”
เลี่ยเย่าเทียนเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “โถงรายนามมีข้อห้ามอยู่ นั่นก็คือผู้ที่รับผิดชอบดูแลที่นี่ ไม่สามารถออกไปจากโถงรายนามตามอำเภอใจได้ โดยเฉพาะช่วงนี้มีคำสั่งมาจากหอผู้อาวุโส ไม่ให้พวกเราออกไปจากที่นี่”
“เพราะเหตุใดกัน?”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน รู้เพียงแค่มีคำสั่งมาเช่นนี้ ข้าจึงต้องทำตาม”
ลู่เฉินพูดขึ้นว่า “เช่นนั้น หากข้าอยากไปประลองที่ภูเขาเดียวดาย จำเป็นต้องทำอย่างไร?”
“รอหลังจากเจ้ามีแผ่นป้ายพิเศษเป็นของตัวเองก็สามารถไปได้แล้ว”
“แผ่นป้ายพิเศษ?”
“ทุกคนที่เคยลงนามจะสามารถเลือกภูเขาที่ตนอยากไปได้ แต่ตอนนี้ภูเขาที่สามารถไปได้นั้นมีเพียงไม่กี่แห่ง เจ้าสามารถเลือกได้หนึ่งแห่ง จากนั้นจึงจะได้รับแผ่นป้ายพิเศษของภูเขาลูกนั้น”
ลู่เฉินไม่คิดว่าจะมีความยุ่งยากเพียงนี้ “เช่นนั้น หากข้าไม่ไปภูเขาเหล่านั้น?”
“หากไม่ไป เพียงแค่หยิบแผ่นป้ายไร้ภูเขา แต่นั่นจะหมายความว่าเจ้าไม่สามารถอยู่บนภูเขาใด ๆ ได้ ทำได้เพียงแค่พเนจรอยู่ภายในหุบเขาลึกนี้ และไม่สามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาบางอย่างภายในภูเขาเหล่านี้ได้” เลี่ยเย่าเทียนอธิบาย
“เช่นนั้น มอบแผ่นป้ายภูเขาไร้นามให้ข้าเถิด”
“เจ้า แน่ใจหรือ?” เลี่ยเย่าเทียนจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
ลู่เฉินขานรับ “ใช่”
เลี่ยเย่าเทียนจึงทำได้เพียงนำแผ่นป้ายสีขาวออกมา จากนั้นจึงพูดกับลู่เฉินว่า “เจ้าเพิ่มพลังปราณเข้าไปเถิด มันจะหลอมรวมกับเจ้าเอง หลังจากนี้จะถือว่าเป็นคนไร้ภูเขาของหุบเขาลึก”
ลู่เฉินนำมันขึ้นมาและเพิ่มพลังปราณเข้าไป หลังจากที่เลี่ยเย่าเทียนแนะนำเส้นทางของภูเขาเดียวดายอย่างคร่าว ๆ ก็พูดกับชายหนุ่มอีกประโยคว่า “สิ่งที่ควรทำ ข้าทำไปหมดแล้ว สามารถปล่อยข้าไปได้แล้วหรือยัง?”
“ยังเร็วเกินไปนัก!”
“เช่นนั้น เจ้ายังต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?” เลี่ยเย่าเทียนร้อนใจ
“อย่ารีบร้อนนัก หลังจากนี้ค่อยว่ากันเถิด” เมื่อลู่เฉินพูดจบจึงเดินออกไปจากที่นี่
เลี่ยเย่าเทียนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร จึงทำได้เพียงถอนหายใจและเดินออกไป
เพียงไม่นานลู่เฉินก็กลับไปถึงด้านนอกของตำหนักทดสอบวิญญาณ และเมื่อฟ่านหลงเห็นลู่เฉินก็รีบพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “ศิษย์พี่ ดูนั่น!”
“ดูสิ่งใด?” ชิงอีถงรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก
ฟ่านหลงชี้ไปยังลู่เฉิน “เขา”
ชิงอีถงจึงรีบลงจากหลังคาทันที เมื่อพบกับลู่เฉิน ดวงตาทั้งสองข้างก็เบิกกว้างขึ้น “เจ้าไม่เป็นอันใดหรือ?”
ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นมองไปยังชิงอีถงก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็ไม่สนใจอีกฝ่าย และเดินออกไปจากที่นี่ทันที
ชิงอีถงคิดว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้หนีออกมา ดังนั้นจึงรีบเข้าไปหาอาจารย์ของตน แต่กลับไม่พบสิ่งใดภายในตำหนักทดสอบวิญญาณ จึงรีบไปยังภายในห้องลับที่อาจารย์ของตนพักผ่อนอยู่
“มาแล้วหรือ?” เลี่ยเย่าเทียนพูดอย่างไม่พอใจ
“อาจารย์ เขาหนีไปแล้ว”
“ไม่ได้หนี แต่ข้าปล่อยเขาไป!”
“เพราะเหตุใด?” ชิงอีถงไม่เข้าใจ
“หลังจากนี้ พวกเจ้าอย่าไปยุ่งกับเขา เขาไม่ใช่ผู้ที่พวกเจ้าจะไปยุ่งเกี่ยวได้” คำพูดของเลี่ยเย่าเทียนทำให้ชิงอีถงอึ้งจนถึงกับอ้าปากค้าง
“มองสิ่งใดกัน? รีบกลับไปฝึกฝนซะ!” เลี่ยเย่าเทียนพูดอย่างไม่พอใจ
ชิงอีถงขานรับแล้วจึงถอยออกไป แต่ภายในใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความคิดต่าง ๆ มากมาย