ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 613 ภูเขาเดียวดาย เป็นสถานที่ที่ยอดฝีมือสามารถขึ้นไปได้!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 613 ภูเขาเดียวดาย เป็นสถานที่ที่ยอดฝีมือสามารถขึ้นไปได้!
บทที่ 613 ภูเขาเดียวดาย เป็นสถานที่ที่ยอดฝีมือสามารถขึ้นไปได้!
หลังจากชิงอีถงเดินออกไปจากห้องลับนี้ และไปยังด้านนอกของตำหนักทดสอบวิญญาณ
ฟ่านหลงก็ถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ศิษย์พี่ เป็นอย่างไร?”
“ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มนั่นมีข้อแลกปลี่ยนใดให้อาจารย์ จึงทำให้อาจารย์ไม่กล้าจัดการเขา” ชิงอีถงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ว่าอย่างไรนะ? ข้อแลกเปลี่ยน?” ฟ่านหลงเบิกตากว้าง
ชิงอีถงพยักหน้ารับ “ใช่!”
ฟ่านหลงมีสีหน้าไม่ดีนัก “เช่นนั้นควรทำอย่างไร?”
“ข้าจะไปหาคนอื่น เจ้ารออยู่ที่นี่ ถ้าหากอาจารย์เรียกพบข้าก็บอกว่าข้าไปฝึกฝนแล้ว” เมื่อชิงอีถงพูดจบก็เดินออกไป
ฟ่านหลงจึงมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
…
ลู่เฉินได้มาถึงเชิงเขาของภูเขาแห่งนี้แล้ว จึงได้พบกับปรมาจารย์หยวนที่รออยู่ตรงนั้น
เมื่อปรมาจารย์หยวนเห็นว่าชายหนุ่มไม่เป็นอะไร จึงก้าวออกมาข้างหน้าพลางพูดขึ้นว่า “ผู้เฒ่าดื้อรั้นนั่นไม่จัดการเจ้าหรือ?”
“น่าจะไม่?”
“เช่นนั้นเขาปล่อยเจ้าออกมาหรือ?”
“เขาก็ถูกข้าจับเหมือนกับเจ้า”
เมื่อปรมาจารย์หยวนได้ยินก็คิดว่าตนฟังผิดไป เขามองไปยังลู่เฉินด้วยความแปลกใจ “เจ้าพูดเรื่องใดกัน?”
“ข้าบอกว่า เขาเหมือนกับเจ้าที่ถูกข้าจับเสียแล้ว” คำพูดของลู่เฉินทำให้ปราจารย์หยวนถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
“เอาล่ะ อย่าเอาแต่พูดเรื่องไร้สาระ ไปยังภูเขาเดียวดายกันเถิด”
เมื่อปรมาจารย์หยวนได้ยินชื่อภูเขาเดียวดาย จึงรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ไปทำสิ่งใดที่ภูเขาเดียวดาย?”
“หลงซวงมาจากที่นั่น”
“ว่าอย่างไรนะ?” ปรมาจารย์หยวนตกตะลึงขึ้นมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มไม่อยากอธิบายให้มากความ จึงให้ปรมาจารย์หยวนนำทางไป
ปรมาจารย์หยวนจึงทำได้เพียงนำทางลู่เฉิน
ระหว่างการเดินทางนั้น ปรมาจารย์หยวนก็บรรยายถึงผู้พิทักษ์เหล่านั้นต่าง ๆ นานา
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินและปรมาจารย์หยวนก็ได้มาถึงยังด้านหน้าภูเขาลูกหนึ่ง ด้านหน้าของภูเขามีศิลาถูกสลักไว้ ด้านบนมีตัวอักษรที่ถูกสลักไว้ว่า ‘ภูเขาเดียวดาย’
ขณะเดียวกัน ขั้นบันไดบนภูเขานั้นมีเขตแดนกึ่งโปร่งแสงค่อย ๆ กะพริบสว่างอยู่ที่นั่น ปรมาจารย์หยวนจึงแนะนำว่า “เมื่อเข้าไปแล้วก็จะพบกับผู้คนที่ต้องการประลอง แต่เจ้าต้องคิดให้ดี ผู้คนที่ถูกท้าประลองเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของยอดฝีมือ”
“ไม่เป็นไร” เมื่อชายหนุ่มพูดจบก็เดินไปตรงหน้าเขตแดน จากนั้นเขาก็นำมือไปสัมผัส เพียงพริบตาเดียวทั้งร่างก็หายไปจากตรงนั้นทันที
ปรมาจารย์หยวนมองลู่เฉินที่หายตัวไปจากตรงนั้นราวกับสิ่งประหลาด แล้วจึงพูดขึ้นว่า “ช่างบ้ายิ่งนัก!”
…
หลังจากที่ลู่เฉินทะลุผ่านเขตแดนเข้ามาแล้ว เขาก็ปรากฏตัวบนบันไดที่รกร้างนี้ และบันไดนี้ยังยืดสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ในระยะสิบก้าวยังเป็นผืนหมอกบดบังอยู่
ลู่เฉินเดินขึ้นบันไดไปด้วยความแปลกใจ
แต่เดินได้เพียงไม่กี่ก้าว น้ำเสียงอันน่าเกรงขามก็ดังสะท้อนขึ้นมารอบ ๆ บันไดนี้ “ที่นี่ไม่ต้อนรับผู้อ่อนแอ!”
“ผู้อ่อนแอ?”
“เจ้าอยู่แค่ขั้นหลอมแก่นแท้ ไม่ใช่ผู้อ่อนแออย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าก็คือผู้พิทักษ์ที่นี่?”
“ใช่ กู่ซานชิง!”
“แม้แต่นามยังมีความเกี่ยวข้องกับภูเขานี้ หรือนี่จะไม่ใช่นามที่แท้จริงของเจ้า?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
“สำคัญด้วยหรือ?”
“ไม่สำคัญหรอก แต่ข้าต้องการขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ ย่อมต้องเอาชนะเจ้าให้ได้ ดังนั้นต้องทำความเข้าใจให้มากเสียหน่อยจึงจะดี” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
“เอาชนะข้า? เจ้ากำลังฝันอยู่หรือ?” อีกฝ่ายรู้สึกว่าลู่เฉินคือชายประหลาดผู้หนึ่ง
“เพียงแค่ลองก็จะได้รู้แล้ว”
เมื่อพูดจบ ลู่เฉินก็ก้าวไปบนภูเขาทีละก้าว และขณะที่กำลังเข้าจะเข้าไปยังม่านหมอกนั้น เงาร่างมากมายรอบ ๆ พลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และยังมีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาราวกับเงาสะท้อนของกระจก
ลู่เฉินหัวเราะ“ความเร็วนี้ก็ไม่แย่”
“ในเมื่อรู้เช่นนี้ เจ้ายังกล้าพูดจาโอหังหรือ?” จู่ ๆ คนผู้นั้นก็มายืนอยู่ด้านหลังลู่เฉินพลางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มหมุนตัวไป จึงได้เห็นชายที่สวมเสื้อเกราะและหน้ากากสีทอง ในมือยังถือกระบี่สีทองไว้และกำลังใช้กระบี่ชี้มายังตน
เห็นเพียงกระบี่นี้ส่งเสียงประหลาด ราวกับจะลอยออกไปพุ่งทะลุกายเนื้อของลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว อีกทั้งยังยิ้มพลางมองคนผู้นี้ “ข้ายอมรับว่าเจ้าเก่งกาจนัก แต่ลำพังพลังข้าในตอนนี้ หากคิดจะเอาชนะเจ้านั้นนับว่ายากยิ่งนัก แต่ข้าก็มีวิธีอื่นในการจัดการเจ้า”
“เจ้า? ขั้นหลอมแก่นแท้?” กู่ซานชิงไม่รู้จริง ๆ ว่าอีกฝ่ายมีความอวดดีเช่นนี้ได้อย่างไร
ลู่เฉินชี้ไปยังกระบี่ในมือ “ข้าทำให้มันเชื่อฟังได้ เจ้าเชื่อหรือไม่?”
“กระบี่นี้ไม่ใช่กระบี่ธรรมดา!”
“ข้ารู้ วิญญาณศาสตราคู่”
“แม้แต่วิญญาณศาสตราคู่เจ้าก็รู้หรือ?”
“ข้ายังรู้ด้วยว่ากระบี่วิญญาณคู่นี้เชื่อฟังเจ้า และเก่งกาจยิ่งนัก” ชายหนุ่มยิ้ม
“ในเมื่อเจ้ารู้ทุกอย่าง เช่นนั้นเจ้าก็ควรเข้าใจด้วยว่า เพียงแค่ความคิดเดียวของข้า กระบี่นี้ก็จะทำในสิ่งที่ข้าต้องการ การบดขยี้เจ้านั้นเพียงพริบตาเดียวก็เกินพอ” กู่ซานชิงพูดด้วยความมั่นใจ
“เช่นนั้น เจ้าลองดูเสียหน่อยว่าพวกมันจะเชื่อฟังเจ้าหรือไม่”
กู่ซานชิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำสิ่งใด แต่เขาต้องการให้ลู่เฉินเข้าใจว่ากระบี่ของตนนั้น เชื่อฟังเพียงตน ดังนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหวกระบี่ แต่กระบี่นี้กลายเป็นเพียงกระบี่ ‘ธรรมดา’ ไปในทันที แม้แต่ปราณกระบี่ก็ยังไม่สามารถปลดปล่อยออกมาได้
“เอ่อ…” กู่ซานชิงใช้กระบี่มาหลายปี เป็นครั้งแรกที่เห็นกระบี่ของตนไม่เชื่อฟังเช่นนี้
ชายหนุ่มยิ้ม “ตอนนี้รู้แล้วหรือไม่ เหตุใดข้าจึงบอกว่าข้าสามารถทำให้กระบี่นี้เชื่อฟังได้?”
“เจ้าใช้สมบัติวิญญาณหรือเคล็ดวิชาใดกัน?” กู่ซานชิงรู้สึกแปลกใจ
“ความลับนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะบอกเจ้าหรือ!”
กู่ซานชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเก็บกระบี่ จากนั้นจึงเคลื่อนไหวมือทั้งสองข้าง เงากระบี่สีทองปรากฏทั่วร่างกาย เงากระบี่เหล่านี้ค่อย ๆ ล้อมรอบลู่เฉินไว้ ราวกับพร้อมที่จะปลิดชีวิตชายหนุ่มได้ตลอดเวลา
“เจ้าเห็นแล้ว แม้ไม่มีกระบี่ ข้าก็ยังสามารถแสดงเคล็ดวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งได้ ดังนั้นทางที่ดีเจ้าควรบอกข้ามาซะ เหตุใดเจ้าจึงควบคุมกระบี่ของข้าได้ มิเช่นนั้นข้าคงต้องทำลายเจ้าซะ!” กู่ซานชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าให้ข้าขึ้นไป แล้วข้าจะบอกเจ้า” ลู่เฉินยิ้ม
กู่ซานชิงยังคงยืนกราน “ข้าได้รับคำสั่งให้เฝ้าอารักขาที่นี่ ไม่สามารถให้ผู้ใดขึ้นไปได้ ดังนั้นข้าต้องขออภัยที่ทำเช่นนั้นไม่ได้!”
“เจ้านี่ เหตุใดจึงเข้มงวดเช่นนี้!”
“เข้มงวดหรือไม่เข้มงวดนั้น ย่อมเป็นคำสั่ง!” กู่ซานชิงพูดด้วยท่าที ‘แข็งกร้าว’
“ดูเหมือนว่า วันนี้ข้าจะต้องสู้กับเจ้าสักครา!”
“ข้าแนะนำให้เจ้ายอมรับความจริงเสียเถิด!”
กู่ซานชิงพูดจบ ปราณกระบี่บางส่วนก็โจมตีไปยังลู่เฉิน
เขาคิดว่าปราณกระบี่เหล่านี้จะทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อปราณกระบี่เหล่านี้ ค่อย ๆ โจมตีลงบน ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน กำแพงของเขาก็ถูกทำลายไปเพียงบางส่วนเท่านั้น
ดังนั้นกู่ซานชิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าบนตัวเจ้าจะมีสมบัติวิญญาณอยู่?”
ชายหนุ่มส่ายศีรษะพลางยิ้มออกมา “ข้าไม่มีสมบัติวิญญาณป้องกันนั่นหรอก!”
“เป็นไปไม่ได้!” กู่ซานชิงพูดจบจึงเพิ่มพลังโจมตี ทำให้ปราณกระบี่แสงทองเหล่านั้นยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉินถูกทำลายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถูกทำลายจนหมดสิ้น
แต่ลู่เฉินที่ถูกโจมตีในขณะนั้นก็ได้หายตัวไป
กู่ซานชิงมีสัมผัสที่แข็งแกร่ง เพียงไม่นานเขาจึงพบทิศทางที่ลู่เฉินปรากฏตัวอีกครั้ง ดังนั้นเมื่อมองไปแล้วจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ยังเคลื่อนไหวได้เร็วเช่นนี้?”
“ไม่ใช่การเคลื่อนไหว แต่เป็นตุ๊กตากระดาษที่สามารถขยับได้”
“ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด ข้าก็มีวิธีที่จะจัดการเจ้า!” กู่ซานชิงพูดจบ จึงหลับตาทั้งสองข้างลง จากนั้นรอบ ๆ จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น