ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 614 ใช้รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมสตรีผู้หนึ่งออกมาได้!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 614 ใช้รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมสตรีผู้หนึ่งออกมาได้!
บทที่ 614 ใช้รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมสตรีผู้หนึ่งออกมาได้!
ลู่เฉินแปลกใจว่ากู่ซานชิงคิดจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง เสาสีทองพลันปรากฏขึ้นมา เสาเหล่านี้ดูเลือนรางราวกับภาพหลอน
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญก็คือรอบกายลู่เฉินมีแสงสีทองจำนวนมาก และแสงสีทองเหล่านี้ทำให้ทั้งร่างของชายหนุ่มกลายเป็นสีทองอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นรูปั้นสีทองในที่สุด
“ตอนนี้คงจะไม่อวดดีแล้วสินะ?” กู่ซานชิงดึงมือกลับเข้ามาและพูดด้วยท่าทีพึงพอใจ
ลู่เฉินมองดูแล้วพบว่าพลังนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก และยังสามารถพันธนาการตนจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
แต่หากคิดที่จะทำลายมันออกนั้นยังนับว่าง่ายนัก เขาก็แค่ต้องใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ กลืนกินพลังเหล่านี้ลงไปก็ได้แล้ว เพียงแต่เขายังไม่ได้ลงมือทำก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกมา
ขณะนั้นเอง เสียงของสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
เห็นเพียงนางพูดด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า “ศิษย์น้อง ผู้ใดกัน ถึงบีบให้เจ้าใช้เคล็ดวิชาศิลาทองที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ได้”
เมื่อพูดจบ หญิงสาวผู้หนึ่งจึงปรากฏกายออกมา
เห็นเพียงหญิงสาวผู้นี้ผมเป็นสีแดง ริมฝีปากสีดำ รอบดวงตาแต่งแต้มด้วยสีน้ำเงิน ดูแล้วเป็นหญิง ‘ประหลาด’ คนหนึ่ง
ไม่เพียงเท่านั้น หญิงสาวยังสวมชุดสีเขียว ริมฝีปากเคี้ยวอะไรบางอย่างอยู่ ราวกับกำลังกินอะไรสักอย่าง
กู่ซานชิงเห็นนางแล้วจึงพูดอย่างหดหู่ใจ “เป็นเพราะเจ้าหนุ่มผู้นี้จัดการได้ยากเกินไป!”
“โอ้? ข้าลองดูเสียหน่อยว่าเป็นผู้ใดกัน” หญิงสาวเดินไปตรงหน้าอีกฝ่าย พลางมอง ‘มนุษย์สีทอง’ อย่างพิจารณา
เมื่อพบว่าลู่เฉินเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ หญิงสาวจึงฝืนยิ้มออกมา “ศิษย์น้อง เจ้าโง่หรือไม่? เพียงขั้นหลอมแก่นแท้ จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว เจ้าหนุ่มผู้นี้แปลกประหลาดเกินไป”
“ขั้นหลอมแก่นแท้ มีสิ่งใดแปลกกัน?” หญิงสาวไม่เชื่อ
“ศิษย์พี่กาน มีบางอย่างที่ท่านไม่รู้ เจ้าหนุ่มผู้นี้สามารถทำให้กระบี่ไม่ฟังคำสั่งของข้าได้ และการโจมตีของข้าเมื่อตกลงบนร่างกายของเขา เขายังสามารถเคลื่อนไหวกายได้ทันที ทำให้ข้าไม่สามารถทำอันตรายเขาได้” กู่ซานชิงอธิบาย
เมื่อได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็รู้สึกได้ถึงความลึกลับบางอย่าง จึงมองไปยังกู่ซานชิงด้วยความแปลกใจ “ศิษย์น้อง เจ้าไม่ได้พูดเรื่องตลกใช่หรือไม่?”
“ข้าเปล่า!”
หญิงสาวรู้ดีว่ากู่ซานชิงไม่ใช่ผู้ที่ชอบพูดจาโกหก นางจึงมองลู่เฉินอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหันไปตะโกนใส่กู่ซานชิง “ปล่อยเขาออกมาให้ข้าดูเสียหน่อยว่าเขาแข็งแกร่งเพียงใด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซานชิงจึงขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าแน่ใจหรือ?”
“วางใจเถิด เพียงแค่เจ้าหนุ่มขั้นหลอมแก่นแท้ จะหนีไปได้อย่างไรกัน?”
“เช่นนั้นก็ดี!” กู่ซานชิงจึงดึงพลังของเขากลับเข้ามาทันที
เพียงเห็นเสาสีทองรอบ ๆ หายไป พลังบนร่างของลู่เฉินก็หายไปเช่นกัน จากนั้นหญิงสาวจึงฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม ข้ามีนามว่ากานจิ่วเม่ย เจ้าน่ะ หากสามารถต้านเคล็ดวิชาทั้งสามของข้าได้ ข้าจะให้เจ้าเข้าไปยังภูเขาเดียวดาย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาเดียวดาย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซานชิงก็ตกตะลึง “ศิษย์พี่กาน ทำเช่นนั้นไม่ได้!”
“วางใจเถิด เขาไม่มีความสามารถเช่นนั้น” กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้มพลางมองไปยังกู่ซานชิง
กู่ซานชิงเคยพบการป้องกันที่น่ากลัวของลู่เฉิน เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ศิษย์พี่ การป้องกันของเขานั้นนับว่าไม่ธรรมดา”
“อย่างไรกัน? ไม่เชื่อฟังศิษย์แล้วหรือ?” เพียงประโยคเดียวของกานจิ่วเม่ยก็ทำให้กู่ซานชิงต้องจำยอมและไม่กล้าถามต่อ
กานจิ่วเม่ยส่งยิ้มพลางมองลู่เฉิน “มาเถิด ให้ข้าได้ชื่นชมเสียหน่อย การป้องกันที่ศิษย์น้องว่ามานั้นเป็นอย่างไรกัน”
“หากข้าต้านทานได้สามครั้ง ก็จะยอมให้ข้าเข้าไปที่ภูเขาเดียวดาย?” ลู่เฉินย้อนถาม
“ใช่!”
“หากเจ้าไม่รักษาสัญญา?” ชายหนุ่มยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กานจิ่วเม่ยก็ชี้ไปยังกู่ซานชิง “มีเขาเป็นพยาน!”
“พวกเจ้าอยู่ฝ่ายเดียวกัน เชื่อไม่ได้!” ชายหนุ่มส่ายศีรษะ
“หากเจ้าไม่ตกลง ข้าก็จะให้ศิษย์น้องของข้าทำให้เจ้ากลายเป็นก้อนหินอีกครั้ง” กานจิ่วเม่ยข่มขู่ลู่เฉิน
แต่ลู่เฉินลับพูดขึ้นมาว่า “เช่นนั้นมาเถิด ทำให้ข้ากลายเป็นก้อนหิน”
เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นลู่เฉินต่อต้านเช่นนี้ก็ร้อนใจขึ้นมา “ฮึ เจ้าหนุ่มผู้นี้ คงจะไม่คิดว่าข้าไม่กล้าลงมือจริง ๆ หรอกนะ?”
ชายหนุ่มแน่ใจว่านางไม่กล้า มิเช่นนั้นคงจะไม่ให้กู่ซานชิงปล่อยตน และอยากลองทดสอบการป้องกันของเขาแทน
ลู่เฉินจึงยิ้มพลางจ้องมองนาง “มาเถิด ข้าจะไม่ต่อต้านใด ๆ”
“เจ้า!” กานจิ่วเม่ยคิดไม่ถึงว่าการจะจัดการเจ้าหนุ่มคนหนึ่งจะยุ่งยากเพียงนี้
ลู่เฉินเพียงยิ้มแต่ไม่พูดคำใด
กานจิ่วเม่ยจึงนำกระดาษยันต์ออกมาพลางพูดขึ้นว่า “เห็นแล้วหรือไม่ สิ่งนี้เรียกว่ายันต์เดิมพัน เมื่อการเดิมพันเกิดผล ผู้แพ้ก็จะไม่สามรถขัดขืนใด ๆ ได้ มิเช่นนั้นจะถูกพลังย้อนกลับ”
ลู่เฉินปรายตามองก่อนจะยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “นี่ก็พอ ๆ กัน!”
กานจิ่วเม่ยแทบจะไม่รู้เลยว่าลู่เฉินกำลังคิดสิ่งใด ดังนั้นนางยังคิดว่าตนกำลังได้เปรียบ “อีกครู่หนึ่ง เจ้าจงนำพลังของเจ้าทั้งหมดออกมาต้านทานไว้ เข้าใจหรือไม่?”
“ได้”
ทั้งสองคนจึงต่างเพิ่มพลังเข้าไปในยันต์นี้ ทำให้ยันต์นี้มีผลขึ้นมาทันที
เมื่อยันต์มีผลขึ้นมาในขณะนั้น ทั้งสองก็มี ‘ข้อตกลง’ ดังนั้นหากผู้ใดเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ก็ย่อมไม่กล้าที่จะขัดขืน
ลู่เฉินจึงมั่นใจได้ว่าปลาตัวนี้หนีไม่รอดแน่ เขาจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมา “มาเถิด สามครั้ง”
“ได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นครั้งที่หนึ่ง!” กานจิ่วเม่ยยื่นมือออกมา ปราณกระบี่สีน้ำเงินจึงปรากฏออกมาและโจมตีไปยังชายหนุ่ม
กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งอดส่ายศีรษะออกมาไม่ได้ “แย่แล้ว!”
แย่แล้ว? แต่กานจิ่วเม่ยไม่คิดเช่นนั้น จึงปล่อยปราณกระบี่เหล่านี้พุ่งไปยังลู่เฉินโดยตรง
ตูม!
ปราณกระบี่เหล่านี้ตกไปยังร่างของลู่เฉิน แต่ทำลายไปเพียงเจ็ดร้อยกว่าชั้น ส่วนที่เหลือนั้นยังคงไม่ถูกทำลาย
สิ่งนี้ทำให้กานจิ่วเม่ยรู้สึกตื่นเต้น “น่าสนใจนัก!”
ชายหนุ่มเห็นท่าทางของนางดูราวกับผู้ที่ชอบการ ‘รบ’ ดังนั้นเขาจึงแอบยิ้มอยู่ในใจ “หญิงสาวผู้นี้…”
แต่ภายนอกนั้น ลู่เฉินยังคงฉีกยิ้ม “ครั้งที่หนึ่งเจ้าได้ใช้ไปแล้ว”
“ไม่เป็นไร ยังเหลืออีกสองครั้ง!” กานจิ่วเม่ยพูดจบ ปราณกระบี่สีน้ำเงินรอบกายจึงมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังกล่าวเตือนลู่เฉินออกไปว่า “เจ้าหนุ่ม ทางที่ดีเจ้าควรจะเปิดการป้องกันให้มากที่สุด มิเช่นนั้นเมื่อปราณกระบี่เหล่านี้ตกลงมาก็อาจปลิดชีวิตเจ้าได้”
“เจ้ารีบเข้ามาเถิด” ลู่เฉินไม่สนใจ
กานจิ่วเม่ยเพียงโบกมือ ปราณกระบี่เหล่านั้นก็ลอยไปตกอยู่บน ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน
กานจิ่วเม่ยคิดว่าเช่นนี้แล้วน่าจะทำให้การป้องกันของลู่เฉินพังทลายลงได้
เพียงแต่ครั้งนี้ ทำลายไปเพียงเก้าร้อยกว่าชั้นเท่านั้น
“ฮึ ยังไม่พังทลายอีก?” กานจิ่วเม่ยเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งพูดออกมาอย่างเสียมิได้ “ศิษย์พี่กาน ท่านเหลือเพียงโอกาสครั้งสุดท้ายแล้ว”
“ครั้งเดียวก็เพียงพอ!” กานจิ่วเม่ยกางฝ่ามือทั้งสองออก รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์บนร่างกายจึงสว่างวาบขึ้น
เห็นเพียงแขนทั้งสองข้างมีแสงสีน้ำเงินสว่างออกมา
จากนั้น รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นี้ก็หลอมรวมกระบี่สีน้ำเงินขึ้นมาสองเล่ม
เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้ม“ความสามารถไม่แย่ สามารถทำให้รากวิญญาณหลอมรวมกลายเป็นรูปธรรมได้!”
รูปธรรมก็คือรูปร่างของสมบัติวิญญาณ
โดยปกติแล้วมีเพียงผู้มีความสามารถหรือผู้ที่มีขั้นพลังสูง จึงจะสามารถทำให้รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมกลายเป็นสมบัติวิญญาณได้ ดังนั้นเมื่อลู่เฉินมองหญิงสาวผู้นี้แล้วจึงอดชื่นชมไม่ได้
กานจิ่วเม่ยยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “สิ่งที่เจ้ารู้นับว่าไม่น้อย!”
“ข้ายังรู้อีกมากนัก”
“โอ้? ลองพูดมา?”
กานจิ่วเม่ยอยากรู้ว่าอีกฝ่ายยังสามารถพูดสิ่งใดออกมาได้อีก