ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 616 หลังจากคนเหล่านี้รู้ถึงจุดประสงค์การมาของเขาแล้ว แต่ละคนจึงเตรียมพร้อม!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 616 หลังจากคนเหล่านี้รู้ถึงจุดประสงค์การมาของเขาแล้ว แต่ละคนจึงเตรียมพร้อม!
บทที่ 616 หลังจากคนเหล่านี้รู้ถึงจุดประสงค์การมาของเขาแล้ว แต่ละคนจึงเตรียมพร้อม!
กู่ซานชิงจ้องมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ “สถานที่ฝึกตนของเขาเป็นสถานที่ที่พิเศษที่สุดในภูเขาเดียวดาย สถานที่แห่งนั้น นอกจากเขาและประมุขภูเขาแล้ว ผู้ใดก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะสามารถเข้าไปได้”
คำพูดของทั้งสองทำให้ลู่เฉินเข้าใจเหตุผลบางอย่าง นั่นก็คือสถานะของหลงซวงในภูเขาเดียวดายนี้นับว่าไม่ธรรมดา
“ต้องทำอย่างไรจึงจะมีคุณสมบัติสามารถเข้าไปได้?”
“คุณสมบัติ? เจ้าจะต้องสามารถเอาชนะประมุขภูเขาได้ แต่ยอดฝีมือในภูเขาแห่งนี้นับร้อยคนยังไม่เคยมีผู้ใดสามารถเอาชนะประมุขภูเขาได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้น เจ้าอย่าคิดไปไกลนักเลย” กานจิ่วเม่ยเอ่ยเยาะเย้ยชายหนุ่ม
กู่ซานชิงจึงพูดขึ้นมาเช่นกัน “อย่าคิดทำให้ตัวเองอับอาย รีบออกไปจากที่นี่เถิด”
ในตอนแรกนั้น กานจิ่วเม่ยไม่รู้ว่าลู่เฉินมาทำสิ่งใดที่นี่ แต่ตอนนี้นางพอจะคาดเดาได้ ลู่เฉินน่าจะต้องการพบหลงซวง ดังนั้นนางจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “หรือเจ้าอยากพบยอดฝือหลงซวงผู้นั้นกัน?”
“ใช่ ข้าต้องการพบเขา” ลู่เฉินพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“หากเจ้าต้องการพบเขา เช่นนั้นคาดว่าคงต้องรอประมุขภูเขาเรียกรวมตัวทุกคนในครั้งหน้าเสียแล้ว แต่ในขั้นตอนนี้นั้นก็นับว่าไม่แน่นอน บางครั้งก็เพียงไม่กี่ปีหรือไม่ก็ไม่กี่สิบปี หรือจนกระทั่งหลายร้อยปี ดังนั้นข้าขอแนะนำให้เจ้าปล่อยวางและออกไปจากที่นี่เสียเถิด” กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้ม
คิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะพูดขึ้นว่า“นำทางข้าขึ้นภูเขาไป ข้าต้องการไปท้าทายประมุขภูเขาของพวกเจ้าเสียหน่อย”
“ว่าอย่างไรนะ?” ทั้งสองเอ่ยถามเป็นเสียงเดียวกัน
“มีปัญหาหรือ?”
ปัญหา?
ย่อมมีแน่นอน
กานจิ่วเม่ยชิงพูดขึ้นมาทันที “เจ้าหนุ่ม ไม่ใช่ว่าข้าคิดจะขู่เจ้า ลำพังความสามารถเช่นเจ้า นับว่าอ่อนแอมากนักในสายตาของประมุขภูเขา!”
“ใช่ เพียงแววตาของประมุขภูเขา ก็สามารถทำให้เจ้าหวาดกลัวจนตัวสั่นได้ ถ้าหากคิดลงมือ เจ้าจะไม่มีแม้แต่ช่องว่างในการตอบโต้กลับ” กู่ซานชิงบรรยาถึงความน่าหวาดกลัวของประมุขภูเขาออกมา
ลู่เฉินไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความ เพียงมองไปยังคนทั้งสอง “พวกเจ้าเพียงนำทางไปก็พอ”
ทั้งสองต่างก็แปลกใจว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงยืนหยัดที่จะทำเช่นนี้ต่อไป โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่เอ่ยถามราวกับคนเสียสติ “เจ้าคิดที่จะไปตายหรือ?”
“จะตายหรือไม่นั้นก็ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า ใช่หรือไม่” ลู่เฉินยิ้มพลางมองกานจิ่วเม่ย
กานจิ่วเม่ยคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะเป็นคนไร้เหตุเช่นนี้ นางจึงพูดด้วยความโมโห “ได้ ข้าจะนำทางเจ้าไปเอง!”
พูดจบ กานจิ่วเม่ยจึงเดินนำทางไป ในขณะที่กู่ซานชิงมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าเตรียมตัวตายไปเสียเถิด”
ลู่เฉินไม่ตอบ เพียงเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ภูเขานี้เดิมทีนั้นมีม่านหมอกอยู่มากมาย แต่เมื่อเดินผ่านบันไดเหล่านั้นไปก็มาถึงยอดเขา
บนยอดเขานี้เป็นลานขนาดกว้างใหญ่ และบนลานนี้ยังเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างอยู่รอบ ๆ ขณะเดียวกันยังมีผู้คนของภูเขาเดียวดายจำนวนไม่น้อยเดินผ่านไปผ่านมาอยู่ที่นี่
แต่เมื่อคนเหล่านี้เห็นลู่เฉิน ก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
“จิ่วเม่ยผู้นี้ เหตุใดจึงนำขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งเข้ามากัน?”
“หรือนางจะไม่รู้ว่าที่นี่ไม่สามารถพาผู้ใดเข้ามาตามใจชอบได้?”
“นิสัยของจิ่วเม่ย พวกเจ้าไม่ใช่ว่าจะไม่รู้เสียหน่อย?”
…
ขณะที่คนเหล่านี้กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น กานจิ่วเม่ยจึงเอ่ยถามพวกเขา “เห็นประมุขภูเขาหรือไม่?”
ทุกคนไม่รู้ว่ากานจิ่วเม่ยหมายความว่าอย่างไร
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงของชายหนุ่มวัยกลางคนก็ดังขึ้น “กานจิ่วเม่ย เหตุใดเจ้าจึงพาขั้นหลอมแก่นแท้เข้ามา?”
กานจิ่วเม่ยหันไปมอง จึงได้เห็นชายผู้หนึ่งที่แบกตะกร้าไม้ไผ่และสวมหมวกไม้ไผ่ไว้ จึงพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ “ศิษย์พี่ ท่านมาแล้ว”
“พูดมา อย่ามาโกหกข้า” เมื่อเห็นกานจิ่วเม่ยมีท่าทางเช่นนี้ ผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่นั้นก็รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก
“ศิษย์พี่ ประมุขภูเขาล่ะ?”
“ถามหาประมุขภูเขาทำไมกัน?” ศิษย์พี่ผู้นี้เอ่ยถาม
ทุกคนต่างก็รู้สึกแปลกใจ แต่ละคนจึงมองไปยังกานจิ่วเม่ย นางจึงพูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิด “คือว่า เขาต้องการท้าทายประมุขภูเขา”
“ว่าอย่างไรนะ?”
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็เบิกตากว้าง ศิษย์พี่ผู้นั้นมีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมา “กานจิ่วเม่ย เจ้าจงใจพาคนมาสร้างปัญหาให้ประมุขภูเขาหรือ?”
“เปล่า ข้าเปล่า เป็นเพราะเขาต้องการมาเอง” กานจิ่วเม่ยรีบแก้ตัวทันที
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“จริง!” กานจิ่วเมยพยักหน้ารับ
“เช่นนั้น เขาขึ้นมาได้อย่างไรกัน?” ศิษย์พี่ย้อนถาม
กานจิ่วเม่ยพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “คือว่า…”
ศิษย์พี่เห็นท่าทางของนางแล้ว จึงมองไปยังกู่ซานชิง “กู่ซานชิง หากข้าจำไม่ผิด ผู้ที่ดูแลภูเขาในวันนี้ก็คือเจ้า”
“ใช่แล้วขอรับ ศิษย์พี่” กู่ซานชิงขานรับ
“เช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงปล่อยเขาขึ้นมา?”
“ศิษย์พี่ คือว่า…” กู่ซานชิงไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร
กานจิ่วเม่ยจึงพูดขึ้นมาว่า “เป็นเพราะข้าแพ้เดิมพันเขา”
“เดิมพัน?” ศิษย์พี่ขมวดคิ้ว และคนอื่น ๆ บริเวณนั้นต่างก็หัวเราะออกมา
กานจิ่วเม่ยรู้ว่าไม่สามารถปิดบังได้ จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง “ศิษย์พี่ การป้องกันของเขานับว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก และเขายังไม่กลัวความสามารถของเราทั้งสองด้วย ดังนั้นข้าคิดว่า หากเขาต้องการขึ้นมายังภูเขาเดียวดายก็นับว่าง่ายยิ่งนัก เพียงแต่…”
ศิษย์พี่มีสีหน้าเปลี่ยนไป และคนอื่น ๆ ต่างก็คิดว่ากานจิ่วเม่ยกำลังโกหก บางคนจึงตะโกนไปถึงศิษย์พี่ “ศิษย์พี่ กานจิ่วเม่ยต้องโกหกเป็นแน่!”
“ใช่ นางเอาแต่โกหกผู้อื่นทั้งวัน!”
เหตุการณ์นี้ทำให้กานจิ่วเม่ยรู้สึกไม่พอใจ “สิ่งที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น!”
แต่หลาย ๆ คนไม่เชื่อ กานจิ่วเม่ยจึงพูดด้วยความโมโห “ได้ หากพวกเจ้ามีความสามารถมากนัก พวกเจ้าก็เข้ามา หากพวกเจ้าคนใดสามารถจับเขาได้ ข้าจะพาเขาลงภูเขาไปในทันที”
คำพูดนี้มีแรงยั่วยุอยู่มากนัก ดังนั้นคนจำนวนไม่น้อยจึงเตรียมที่จะเคลื่อนไหว
บางคนยังพูดขึ้นมาว่า “กานจิ่วเม่ย เจ้าแน่ใจหรือว่าเพียงแค่จับเขา แล้วเจ้าจะพาเขาออกไป?”
“ใช่ แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ทุกคนสามารถใช้ได้เพียงหนึ่งเคล็ดวิชาเท่านั้น!”
ทุกคนจึงตอบตกลงและเริ่มลงมือกันทีละคน
แต่ศิษย์พี่กลับมองไปยังลู่เฉิน “ข้าเป็นศิษย์พี่แห่งภูเขากู่ซาน มีนามว่ากู่ซานฉง ไม่ทราบว่าเจ้าอยู่ภูเขาลูกใดในหุบเขาลึก?”
“ภูเขาไร้นาม” ลู่เฉินจึงนำแผ่นป้ายสีขาวออกมา
เมื่อทุกคนเห็นว่าเป็นภูเขาไร้นามจริง ๆ แต่ละคนก็ยิ่งหัวเราะเยาะชายหนุ่ม
บางคนยังพูดขึ้นมาว่า “หมายความว่า แม้จะฆ่าเขาก็ไม่มีผู้ใดสนใจ”
“แน่นอน ฆ่าให้ตายก็ไม่มีผู้ใดตรวจสอบ”
…
กู่ซานฉงมองไปยังคนเหล่านั้น “พึมพำสิ่งใดกัน?”
ทุกคนจึงเงียบเสียงลง จนกระทั่งกู่ซานฉงจ้องมองไปยังลู่เฉินพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่ไป?”
“ข้าต้องการท้าทายประมุขภูเขา” ชายหนุ่มตอบกลับ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่ซานฉงจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสเจ้า”
“มาเถิด” ลู่เฉินไม่สนใจ
คนเหล่านั้นต่างก็คิดว่าลู่เฉินเสียสติไปแล้ว และบางคนยังข่มขู่ลู่เฉิน
กานจิ่วเม่ยจึงหันไปพูดกับทุกคน “มีโอกาสเพียงหนึ่งครั้ง พวกเจ้ามีโอกาสมากสุดเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น ได้ยินหรือไม่!”
“วางใจเถิด ครั้งเดียวก็เพียงพอ!”
“ใช่ เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้เขาตายได้!”
คนเหล่านี้ต่างก็มีความมั่นใจ กานจิ่วเม่ยจึงมองไปยังลู่เฉินพลางพูดขึ้นว่า “ข้าช่วยเจ้าได้เพียงเท่านี้”
“วางใจเถิด ข้ามาเพื่อท้าทายประมุขภูเขาของพวกเจ้า!” เห็นได้ชัดว่าลู่เฉินแทบจะไม่สนใจคนพวกนี้เลย
ทว่าใครบางคนตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าจะลงมือเอง!”